ศอ.บต. แถลงข่าวกิจกรรมการจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สนองกระแสพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (7 ก.ค. 61) ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานแถลงข่าวโครงการจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาการไร้สัญชาติ ไม่มีสถานะทางทะเบียนและสิทธิทางรัฐธรรมนูญของบุคคลในประเทศไทยเป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน ซึ่งกลุ่มบุคคลเหล่านี้ถูกพบอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ รวมทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งสาเหตุของปัญหาอาจเกิดจากการตกสำรวจของทางราชการ การไม่แจ้งเกิด ถูกทอดทิ้ง การขาดความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการรับรองสถานะทางทะเบียน รวมถึงปราศจากเอกสารทางราชการหรือบุคคลที่สามารถมาเป็นพยานเพื่อยืนยันสถานภาพ ทำให้บุคคลผู้นั้นกลายเป็นคนไร้สัญชาติและไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร หรือไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จึงไม่สามารถดำเนินการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและขอมีบัตรประจำตัวประชาชนได้ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ตามกฎหมาย เช่น การศึกษา การสมัครงาน การรักษาพยาบาล การเดินทางออกนอกชุมชนที่อาศัยอยู่ การเดินทางไปต่างประเทศ และสวัสดิการขั้นพื้นฐานอื่นๆ จนกลายเป็นบุคคลผู้ยากไร้ ขาดโอกาสทางสังคม มีสถานะไม่ต่างอะไรจากคนต่างด้าว หากไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาย่อมจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว โดยผลกระทบไม่จำกัดเฉพาะที่จะเกิดจากกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้โดยตรงเท่านั้น แต่จะรวมถึงบุตรหลานที่จะเกิดขึ้นในภายหลังด้วยทำให้เกิดปัญหาด้านสังคมตามมา ดังนั้นผู้ประสบปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎรจะต้องไปดำเนินการยื่นเรื่องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรที่สำนักทะเบียนท้องที่ที่บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่ แต่ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้เพียงพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทยจริง จากกรณีปัญหาดังกล่าว การตรวจพิสูจน์ สารพันธุกรรมหรือการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์จึงถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการรับรองสถานะทางทะเบียนราษฎร เพื่อยืนยันว่าบุคคลที่มาขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรหรือบุคคลที่ยัง ไม่มีสัญชาติไทยนั้น มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตกับบุคคลที่มีสัญชาติไทย กล่าวคือ มีพ่อ แม่ พี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นบุคคลสัญชาติไทย

จากกรณีดังกล่าว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสให้ส่วนราชการดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเดือนกันยายน พ.ศ.2559 และตามที่ พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ผู้แทนพิเศษรัฐบาล ได้ให้แนวทางแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาคนด้อยโอกาสและขาดโอกาสทางสังคมร่วมกัน ซึ่งตามประกาศสำนักทะเบียนกลางในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135 ตอนพิเศษ 41 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 พบว่ามีบุคคลไม่มีสัญชาติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด 13,905 คน ได้แก่ จังหวัดยะลา จำนวน 1,423 คน จังหวัดปัตตานี จำนวน 1,596 คน จังหวัดนราธิวาส จำนวน 1,236 คน จังหวัดสตูล จำนวน 490 คน จังหวัดสงขลา จำนวน 9,160 คน ดังนั้น ศอ.บต. จึงได้ดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาบุคคลซึ่งไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะคนไทยซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย

เบื้องต้นสำนักบริหารงานยุติธรรม ศอ.บต. ได้จัดสัมมนาพัฒนาองค์ความรู้ในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของคนไทยที่ตกหล่นทางทะเบียนราษฎร ระหว่างวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2561 ที่โรงแรม บีพี แกรนด์ทาวเวอร์ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ผ่านมาด้วย โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ผู้ปฏิบัติงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา

พร้อมกันนี้ ศอ.บต. ได้ประสานกับกรมการปกครองให้ดำเนินการสำรวจข้อมูลบุคคลที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนหรือผู้ประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎรในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีจำเป็นต้องอาศัยการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ความสัมพันธ์ทางสายโลหิต เป็นพยานหลักฐานในการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและออกบัตรประจำตัวประชาชน ปัจจุบันกรมการปกครองได้จัดส่งรายชื่อเพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม ให้ ศอ.บต. แล้ว รวมจำนวนทั้งสิ้น 825 คน แบ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนหรือผู้ประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎร จำนวน 472 คน และบุคคลอ้างอิง จำนวน 353 คน ส่วนในด้านการช่วยเหลือคนไทยในประเทศมาเลเซียซึ่งยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 นั้น กองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. ได้ประสานกับสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ในการรับลงทะเบียนคนไทยในประเทศมาเลเซียที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ได้จัดส่งรายชื่อคนไทยที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียและบุคคลอ้างอิงให้กองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. แล้วจำนวน 82 คน และการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการจัดเก็บตัวอย่างบุคคลเพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมความสัมพันธ์ทางสายโลหิต สำหรับประกอบการพิจารณาเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและการออกบัตรประจำตัวประชาชนตามระเบียบของกรมการปกครอง

โดยวันนี้สำนักบริหารงานยุติธรรม ศอ.บต. ได้ดำเนินกิจกรรมการจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายได้แก่ บุคคลที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนหรือผู้ประสบปัญหาทางทะเบียนราษฎรและบุคคลอ้างอิงรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,000 คน แบ่งการดำเนินงานดังนี้ ครั้งที่ 1 ณ จังหวัดยะลา ระหว่างวันที่ 7 – 8 กรกฎาคม 2561 จำนวน 400 คน ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2561 จำนวน 220 และครั้งที่ 3 ในเดือนกันยายน 2561 จำนวน 380 คน

สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศมาเลเซียที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ศอ.บต. ได้กำหนดให้มีการจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ในวันที่ 14 – 15 กรกฎาคม 2561 ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ประเทศมาเลเซีย โดยการดำเนินการดังกล่าวจัดเก็บตัวอย่างโดยหน่วยนิติเวชศาสตร์และพิษวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ด้วย

 

ที่มา : ThaiNews

 

1

.

2

.

4

แบ่งปัน