กว่าจะเป็นโลกศิวิไลซ์อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทุกสังคมและทุกประเทศล้วนมีการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาที่เกิดมาจากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือความเชื่อทางศาสนา

เดิมทีผู้คนในอาณาจักรโรมันเคารพสักการะเทพเจ้าต่างๆมากมาย แต่หลังสมัยพระเยซู หลักความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวที่พระเยซูพร่ำสอนได้ถูกตีความใหม่จนกลายเป็นหลักศรัทธาในพระเจ้าสามองค์(ตรีเอกานุภาพ)และถูกนำไปเผยแพร่ในอาณาจักรไบแซนตินจนเป็นความเชื่อของชาวคริสเตียน

ขณะที่ชาวโรมันเลิกเคารพกราบไหว้รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆและหันมารับหลักความเชื่อในตรีเอกานุภาพนั้น ในแผ่นดินอาหรับ ชาวอาหรับเคารพกราบไหว้รูปเคารพมากมาย นักประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเฉพาะรอบก๊ะอฺบ๊ะฮฺมีเจว็ดบูชาที่ผู้คนมาเคารพกราบไหว้จำนวน 360 ตัว

ในขณะที่มหาอาณาจักรไบแซนตินและอาณาจักรเปอร์เซียมีความเจริญมั่งคั่งเข้มแข็ง ผู้คนมีความกินดีอยู่ดี ชาวอาหรับในเวลานั้นส่วนใหญ่ยังไร้อารยธรรม คนรู้หนังสือมีน้อยมาก ผู้คนใช้ชีวิตเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์และทำการค้า ไม่สามารถทำการเกษตรได้เพราะแผ่นดินเป็นทะเลทราย

ด้วยความที่น้ำเป็นสิ่งหายากในทะเลทราย ชาวอาหรับจึงใช้น้ำอย่างประหยัด การซักเสื้อผ้ามีน้อยครั้งในแต่ละปี และเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้ง ทำให้ไม่มีเหงื่อเหนียวเหนอะตัว ชาวอาหรับจึงไม่มีความรู้สึกอยากอาบน้ำ และชาวอาหรับในเวลานั้นกินซากสัตว์ตาย

ชาวยิวและชาวคริสเตียนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอาหรับต่างพยายามที่จะชักชวนให้ชาวอาหรับเลิกบูชาสักการะเจว็ดเหล่านี้และหันมานับถือศาสนาของตนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

 

49898338_1209755762534009_9168706337356382208_n

 

ชาวอาหรับเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงอย่างหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อนบีมุฮัมมัดเริ่มประกาศอิสลาม หากใครศึกษาประวัติศาสตร์ ทุกคนจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของชาวอาหรับมิได้เกิดจากการใช้กำลังอาวุธหรือกำลังมวลชน แต่เกิดจากความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในสู่ภายนอก และความศรัทธานี้เกิดขึ้นจากคัมภีร์กุรอานล้วนๆ

นบีมุฮัมมัดเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ ไม่มีกองทัพ แต่หลังจากได้รับกุรอานจากพระเจ้า ท่านเพียงทำหน้าที่นำสิ่งที่พระเจ้าดลใจไปอ่านให้ชาวอาหรับฟัง แม้จะถูกต่อต้าน แต่ในที่สุด ท่านก็สามารถทำให้ชาวอาหรับเลิกเคารพกราบไหว้เจว็ดบูชาและหันมาศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวเป็นผลสำเร็จในเวลา 23 ปี

เนื่องจากความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวกำหนดว่าความศรัทธาต้องถูกแสดงให้เห็นเป็นการปฏิบัติในรูปของการละหมาดประจำวันห้าเวลาและการทิ้งละหมาดถือเป็นบาปใหญ่ และก่อนการละหมาด ผู้ละหมาดต้องทำความสะอาดร่างกายบางส่วน ชาวอาหรับจึงต้องทำความสะอาดร่างกายบางส่วนทุกวันจากที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่ได้ทำความสะอาดกันเลย

นอกจากนี้ พระเจ้าได้มีบัญชาให้ผู้ศรัทธาโดยเฉพาะผู้ชายต้องไปละหมาดและฟังเทศนาธรรมทุกบ่ายวันศุกร์ นบีมุฮัมมัดได้กำชับว่าก่อนไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด ทุกคนต้องอาบน้ำทั่วทั้งตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ ความศรัทธาจึงกำหนดให้ชาวอาหรับต้องอาบน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

 

50297038_1209754765867442_5859478505879764992_o

 

หลังจากความศรัทธาในพระเจ้าเพิ่มมากขึ้นซึ่งเห็นได้จากการละหมาด คำสั่งจากพระเจ้าเรื่องความสะอาดขั้นต่อไปก็ติดตามมา นั่นคือ หากผู้ศรัทธาคนใดมีอสุจิหลั่งออกมาโดยเจตนาหรือไม่เจตนา และผู้หญิงคนใดมีความสัมพันธ์ทางเพศหรือหมดประจำเดือนจนแน่ใจว่าตัวเองสะอาดปราศจากเลือดแล้ว ทุกคนต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายทั่วทั้งตัวตามวิธีการทางศาสนา หากไม่ทำเช่นนั้น จะถือว่าร่างกายไม่สะอาดและไม่สามารถละหมาดได้ หากฝ่าฝืนถือว่าเป็นบาป

ด้วยความจำเป็นทางศาสนาอันเกิดจากความศรัทธานี้เองที่ทำให้ชาวอาหรับต้องขุดบ่อขุดคลองเพื่อหาน้ำมาตอบสนองความต้องการ วิถีชีวิตของชาวอาหรับจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังมีศรัทธา

ในคัมภีร์กุรอานกล่าวถึงสวรรค์ว่ามีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ดังนั้น เมื่ออาณาจักรของชาวอาหรับขยายออกไปยังดินแดนอื่น เช่น ในสเปน หรือในซีเรีย น้ำจึงเป็นสิ่งแรกที่ชาวอาหรับพิจารณาก่อนลงมือสร้างวังหรือป้อมปราการ และในปราสาทหรือวังหรือป้อมปราการที่ชาวอาหรับสร้างมักจะมีน้ำพุ ตาน้ำหรือแอ่งน้ำอยู่ข้างใน

 

ขอขอบคุณ : อ.บรรจง บินกาซัน