การละหมาดตารอเวี๊ยะห์ ที่จริงแล้วคำว่าตารอเวี๊ยะห์คือการพักผ่อน ตารอเวี๊ยะห์ก็คือกิยามุลลัยน์ถ้าถามว่ามีกี่รอกอัต ก็มีจำนวนต่างๆ กัน เอากันว่านักวิชาการทั้ง 4 มัซฮับ ไม่ว่าอิหม่มฮานาฟี อิหม่ามมาลิกี อิหม่ามชาฟีอีน อิหม่ามฮัมบาลี ไม่มีใครบอกว่าต่ำกว่า 20 มีแต่ 20 มีแต่ 36 มีแต่ 41 ร่วมทั้งวิติรด้วย นี่คือนักวิชาการได้ประมวลหลักฐานต่างๆ

ถ้าเราย้อนไปถึงสมัยท่านนบี(ซ.ล.) ในเรื่องของการกิยามุลลัยน์หรือละหมาดกลางคืน ท่านนบี(ซ.ล.)ละหมาดที่มัสยิดเพียง 3 คืน ไม่ได้ละหมาดทุกคืน ละหมาด 3 คืนเท่านั้น เท่าที่จำได้คืน 23 25 27 อะไรทำนองนี้ และจำนวนที่ท่านนบี(ซ.ล.)ละหมาดก็ไม่มีหะดิษ ซอเฮียะระบุว่าท่านนบี(ซ.ล.)ละหมาดกี่รอกอัต ไม่มีกำหนด และก็ไม่มีใครยืนยัน มีหะดิษยาบิรท่านนบีละหมาด 8 รอกอัต นั้นเป็นหะดิษซะห์อีฟ ถ้าเอามาเทียบกับหะดิษในมุวัตเตาะ ของอิหมามมาลิกีนี่จะ ซอเฮียะกว่า เพราะท่านคอลีฟะห์อุมัรได้ร่วมละหมาดคราวนั้น 20 รอกอัต ในขณะที่ท่านอุมัรละหมาด 20 รอกอัตนั้น ปรากฏว่าไม่มีใครในบรรดาซอฮาบะห์โต้แย้งและไม่มีใครคัดค้าน เมื่อไม่ใคใครคัดค้านก็แปลว่าเป็นความเห็นชอบของบรรดาซอฮาบะห์

เมื่อเป็นแบบนี้แล้วถามว่าท่านนบีละหมาด 8 รอกอัต นั้นไม่มี ไม่มีหะดิษซอเฮียะยืนยันว่าท่านนบีละหมาด 8 รอกอัต แล้วก็ท่านนบียังสั่งอีกนะว่า ว่า “ท่านทั้งหลายจงยึดตามแนวทาง(ซุนนะห์) ของฉัน และแนวทางของบรรดาค่อลีฟะห์ผู้ชาญฉลาด” หมายถึงท่านอบูบากัร ท่านอุมัร ท่านอุสมาน และท่านอะลี(ร.ฎ.) แปลว่าการที่เราละหมาดตามท่านอุมัรก็เป็นซุนนะห์นบีนั้นเอง เพราะท่านนบีสั่งให้ตามซุนนะห์ของฉัน อย่าไปบอกว่าถ้าละหมาด 8 รอกอัต ตามท่านนบี ถ้าละหมาด 20 รออัต ตามท่านอุมัร แปลความว่าท่านอุมัรไม่ตามท่านนบีใช่ไหม มันไม่ใช่อย่างนั้น

และเรื่องของละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ที่บอกว่าท่านนบีละหมาด 3 คืน พระนางอาอีซะห์เคยบอกเอาไวว่า แต่ละคืนท่านนบีละหมาดอ่านยาวมาก บางหะดิษรายงานว่าเกือบรับประทานอาหารซูโฮรไม่ทัน ส่วนละหมาดกี่รอกอัตนั้นไม่ได้ชัดเจนในสมัยท่านนบี มาชัดเจนในสมัยท่านอุมัร

สรุปว่า ไม่มีตัวบทจากท่านนบี(ซ.ล.) ชัดเจนว่าละหมาด 8 รอกอัต หรือ 20 รอกอัต แต่มาชัดเจนในสมัยท่านอุมัร และการที่เราละหมาด 20 รอกอัต ตามท่านอุมัรเราก็ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านนบีเช่นเดียวกัน

สุดท้ายจึงอยากจะบอกให้ฟังว่าละหมาดตะรอเวี๊ยะห์นั้นคือสุนัต(สุนัตแปลว่าสิ่งที่ทำแล้วได้บุญ ถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นบาป) เมื่อเป็นของสุนัตแล้วเนี้ยเราก็จะเอาของสุนัตเป็นเรื่องใหญ่โดยทำลายสิ่งที่เป็นวายิบ อย่าเอาของสุนัตนั้นไปทำลายฟัรดู

ข้อมูลจากรายการวิทยุรอมฎอน AM792 โดยอาจารย์ชารีฟ ศรีเจริญ

ติดตามชมรายการได้ที่ https://www.facebook.com/mubarak792am

 

ขอขอบคุณอาจารย์ ชารีฟ ศรีเจริญ
ขอขอบคุณอาจารย์ ชารีฟ ศรีเจริญ
แบ่งปัน