“การสอบชิงทุนได้ที่ประเทศต่างๆ หรือความร่ำรวย ทำงานหาเงินได้มากมาย ไม่ได้หมายความว่ามีสประสบความสำเร็จนะ ความสำเร็จของมีสมันไกลเกินกว่าวันสุดท้ายของดุนยาจะมาพราก มันยังไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เหมือนไม่ใช่ตัวเรา สุดท้ายมาค้นพบว่า งานเพื่อสังคมมุสลิม เป็นงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ทำเป็นความสุขที่จีรังไปยังโลกหน้า”

 

การทำงานเพื่อสังคมในแบบจิตอาสา หรือคำว่า Volunteer Spirit คำที่หลายๆ คนเลือกทำเพื่อมุ่งค้นหาความหมายในการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าในตัวเอง และส่งคุณค่านี้ให้แก่สังคมและผู้คนรอบข้าง ดังเช่น หญิงสาวคนเก่ง ความคิดดี ที่เรากำลังจะพาไปรู้จัก เธอคือ ‘ไอดอลมุสลิมะห์ตัวจริง’  ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่เป็นเด็กเรียนดี กิจกรรมเด่น มีจิตอาสา มากควาสามารถ ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรียกได้ว่าเป็นมุสลิมะห์ต้นแบบที่น่าจับตามองมากที่สุดตอนนี้ สำหรับสาวน้อยนัยน์ตาคม นามว่า “ลมีส สาดและ” ด้วยวัยเพียง 21 ปี กับประสบการณ์การเรียนและการทำงานจิตอาสาทั้งในและต่างประเทศ เธอพูดได้ 3 ภาษา (อังกฤษ,ญี่ปุ่น,ฟินแลนด์) เป็นนักเรียนดีเด่นของประเทศฟินแลนด์ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ช่วยงานให้กับองค์การสหประชาชาติ (UN) สอนภาษาอังกฤษให้กับผู้ลี้ภัยที่เป็นเด็กกำพร้าและแม่หม้ายที่ประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นคนไทยคนเดียวที่เลือกไปที่นี่ ล่าสุดเธอกำลังจะได้ไปฝึกงานที่สถานกงศุลไทยในแอลเอ ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย อะไรที่ทำให้เธอเป็นเด็กที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกจนถึงทุกวันนี้ ทีมงานกัมปงไทยจะพาไปรู้จักตัวตนของเธอกัน

‘ลมีส’ แปลว่า ‘ผู้หญิงนุ่มนวล’ ปัจจุบัน ‘ลมีส’ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่4 คณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ สาขาภาษาและวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีพี่น้อง 3 คน เป็นน้องสาวคนสุดท้องของบ้าน “สาดและ” บุตรสาวของ นายศักดา สาดและ และนางนภาพร มะแก้ว ครอบครัวหล่อหลอมให้เธอเป็นมุสลิมะห์คุณภาพจนทุกวันนี้

 

dsc00449

 

“นิสัยพื้นฐานของมีส คือ เป็นเด็กที่อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องหาอะไรทำตลอดเวลา จึงทำให้เราเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งแรงผลักสำคัญหนึ่งเลย มีสมั่นใจว่ามาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ค่ะ ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำให้เราเติบโตมาเป็นเด็กกล้าคิด กล้าทำในทุกวันนี้ อย่างคุณแม่มีสชอบส่งเสริมให้กล้าแสดงออกอยู่ตลอด เช่น ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ท่านจะถ่ายคลิปวิดิโอ และให้มีสเป็นพิธีกร นำเที่ยวที่ต่าง ๆ หรือ อย่างคุณพ่อมีสเอง ท่านก็ชอบเปิดเทปเสียงภาษาอังกฤษให้ฟังตั้งแต่เด็ก แล้วเล่นเกมส์ทายศัพท์หรือทายว่าในเทป เขาพูดว่าอะไรบ้าง หลายครั้งก็เปิดเพลงภาษาอังกฤษให้เราฟังหนึ่งท่อน ห้ามเปิดดูเนื้อเพลง แล้วลองร้องตามเท่าที่ได้ยิน แถมยังท้าให้มีสพยายามเลียนแบบสำเนียงด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่สนุกที่สุดในเกมส์นี้ (หัวเราะ) สิ่งเหล่านี้พอมองย้อนดูแล้ว นอกจากจะสนุกสำหรับเราในวัยนั้น มันยังช่วยให้มีสเติบโตมาเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเอง และการที่เราคลุกคลีอยู่กับภาษาอังกฤษ ก็ทำให้มีสศึกษาภาษานี้ได้โดยง่ายดายยิ่งขึ้นค่ะ” ลมีส กล่าวอย่างอารมณ์ดี

ลมีส เล่าถึงประสบการณ์ในระหว่างที่เรียนว่า “เมื่อตอนอายุ 16 ปี ขณะเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีโอกาสได้รับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการเอเอฟเอส (AFS) ณ ประเทศฟินแลนด์ ระยะเวลา 11 เดือน ได้รางวัลดีเด่น เรื่องนักเรียนตัวอย่าง

ขณะศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับทุน AIMS-HU ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ระยะเวลาหนึ่งภาคการศึกษา ทุนนี้เป็นทุนที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นให้เพื่อให้เราไปทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งมีสได้ทำในหัวข้อ “The Comparative Study of a Trend Towards Becoming a Housewife Between Japanese and Thai Women” คือเป็นงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบ วิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อแนวโน้มการตัดสินใจของผู้หญิงญี่ปุ่นและไทยในการทำอาชีพแม่บ้านในอนาคต โดยใช้มุมมองศาสนา ความศรัทธาเข้ามาพิจารณาในส่วนการวิเคราะห์และสรุปผลด้วย

ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนก่อนเรียนชั้นปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โอกาสเข้าร่วมโครงการ Enlighten Egypt – Teach English to Orphans ขององค์กร AIESEC ณ เมืองไคโร ประเทศอียิปต์ ระยะเวลาสามเดือน โดยได้รับมอบหมายให้เป็นครูสอนที่สถานกำพร้าดารุ้ลฟุรกอน (Dar Al Forkan Orphanage) รับผิดชอบ 1 ห้องเรียน เป็นชาวมุสลิมะห์ 20 คน ช่วงอายุ 7-19 ปี สอนวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 10.00-15.00 น. ซึ่งงานนี้มีจุดประสงค์เดียวในการเรียนการสอนเลย คือ ทำให้เด็กกลุ่มนี้ที่รู้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว กล้าพูดออกมา ค่ะ เพราะปัญหาหลักคือ เด็กขี้อาย ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ”

 

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0

 

ใจรักงานจิตอาสา

“งานแรกที่ได้ทำตอนอยู่ปี 1 คือสอนหนังสือภาษาอังกฤษในค่ายอาสา เป็นค่ายเยาวชนสู่มหาวิทยาลัย ปัจจุบันด้วยความที่กำลังศึกษาอยู่งานที่ทำส่วนใหญ่จึงเป็นงานเสริม โดยหลักๆ มีสเลือกทำงานออนไลน์ของ UN Volunteers ค่ะ ที่ทางองค์กร United Nations (UN) เปิดโอกาสให้เราทำงานอาสาในโครงการต่างๆ ที่ทางองค์กรคิดขึ้นมา (ดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ onlinevolunteering.org) เราสามารถทำจากที่ไหนของโลกก็ได้เลย ขอแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และแน่นอน ตัวเราต้องมีทักษะหรือคุณสมบัติต่างๆ ตรงกับที่ทางองค์กรกำหนดมา ซึ่งงานต่างๆ เหล่านี้ครอบคลุมทุกสาขาวิชา ตั้งแต่งานแปลภาษา สอนหนังสือ ศึกษางานวิจัย จนกระทั่งออกแบบดีไซน์หน้าปกค่ะ ตอนนี้มีสกำลังจะสมัครงานอาสาออนไลน์ “Mapping Youth Organizations and Networks in Thailand” ที่จัดโดยองค์กร UNESCO ในประเทศไทยค่ะ

งานเสริมหลักอีกงาน คือ เป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับมุสลิมะห์ มีทั้งรูปแบบ ตัวต่อตัว (ย่านพัฒนาการ รามคำแหง ลาดพร้าว) และ ออนไลน์ สำหรับนักเรียนที่ไม่สะดวกมาเรียนตัวต่อตัว เช่น อยู่ไกล อยู่ต่างจังหวัด ก็สามารถเรียนผ่าน Skype ได้

ล่าสุดก็มีโอกาสได้ไปเป็นวิทยากรพูดสร้างแรงบันดาลใจที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในหัวข้อ “ความสำเร็จเพื่ออัลลอฮฺ” ของงาน TALK Muslimah : Dream for Allah และอีกงานหนึ่งเป็นงานโรงเรียนประจำปีที่โรงเรียนเฟาซุ้ลอาบีดีน (คลอง20) จังหวัดฉะเชิงเทรา ในหัวข้อ “ฝันให้ไกล ไปให้ถึง” เพื่อสร้างแรงผลักดันและกำลังใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ในการศึกษาเล่าเรียนค่ะ”

 

%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-aims-hu-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab %e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-aims-hu-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab

 

หลักในการเรียนและดำเนินชีวิต

“มีสคิดเสมอนะคะว่า ในขณะที่เรายังคงมีกำลังคิด กำลังกายเปี่ยมล้น ถ้าอยากทำอะไรก็ต้องรีบลงมือทำ โดยให้คิดสองประการประกอบ คือ หนึ่ง มลาอิกะฮฺกำลังจด และ สอง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะสอบสวน ฉะนั้น สิ่งใดก็ตาม ถ้าเราไม่กลัวกับการที่มันจะถูกฉายในวันอาคิเราะห์ ทำไปเถอะค่ะ สิ่งเหล่านั้นดีทั้งนั้น และในทางตรงกันข้าม สิ่งใดที่จะทำให้เรารู้สึกหวาดหวั่นในวันอาคิเราะห์ ก็พยายามถอยห่างจากมัน มีสคิดเท่านี้

และอีกหลักที่พี่หนูวานี เวคอัพเคยบอก และมีสก็นำมาใช้เป็นหลักยึดคิดจนถึงทุกวันนี้ เลยอยากมาแชร์ให้ทุกคนคือ “3 ต.” : หนึ่ง ตั้งใจ ตั้งใจทำให้เต็มที่ สุดความสามารถ สอง เตรียมตัว เตรียมศึกษาหาความรู้ ขยัน มีวินัย ความเพียรอย่างสม่ำเสมอ และ สุดท้าย ตะวักกั้ล มอบหมายการงานต่างๆ ต่อพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ค่ะ”

 

เคล็ดลับในการเรียน 

“เรียนให้สนุกค่ะ คุณแม่มีสบอกเสมอ ถ้าเรียนแล้วไม่สนุก อย่าไปเรียน เราต้องรู้สึกสนุกกับมัน และพยายามนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงให้ได้ สิ่งนี้สำคัญที่สุดแล้ว

ส่วนถ้าถามถึง วิธีการอ่านหนังสือ การท่องจำ มีสมีเคล็ดลับข้อเดียวเลย คือ ตื่นมาอ่านในยามค่ำคืน (กิยามุ้ลเลน) หลังจากละหมาดตะฮัจญุดค่ะ โดยอ่านหรือท่องหนังสือแค่ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ไม่ต้องนานเลยนะ เราจะรู้สึกได้ว่า ช่วงเวลานี้ เรามีสมาธิ และสามารถ focus ได้ดีกว่าตอนอื่นๆ มาก และหลังจากนั้นก็นอนประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง พอตื่นมาอีกครั้งในเวลาซุบฮินะคะ อินชาอัลลอฮ สิ่งที่ท่องไปจะผลึกอยู่ในสมองของเราแล้วค่ะ พอมาทบทวนอีกครั้งก็เราจะสามารถจำบทเรียนได้โดยง่ายดาย

 

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95

 

และอยากเสริมสูตรสำเร็จในการศึกษาที่มีสยึดหลักไว้ให้ด้วยนะคะ เป็นสูตรที่ท่านอิหม่ามชาฟิอี รอฮิมะฮุลเลาะฮฺ ได้ให้ไว้ 6 ประการ ได้แก่:

  1. หัวดี (intelligence) คือ เราอย่าดูถูกตัวเองว่าเราทำไม่ได้ ถ้าคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ เพราะอัลลอฮฺให้สติปัญญามาเหมือนกันหมดทุกคน เราต้องใช้สมองของเราตรงนี้ให้ดีที่สุด สมมติ เราเดินเข้าไปในตลาดแล้วเจอ สมองของคนชาติต่างๆ วางขายอยู่ เราจะพบว่า สมองของชาติเรา หรือ ประเทศแถบๆ เรา จะมีราคาแพงมาก ส่วนของคนญี่ปุ่นหรือคนยุโรปสมองของพวกเขาจะราคาถูก เพราะอะไร เพราะว่าสมองของพวกเราถูกใช้งานน้อย สมองจึงยังสภาพดีอยู่ ส่วนของคนญี่ปุ่นหรือยุโรปนั้น พวกเขาใช้สมองเยอะ จนสมองของพวกเขาแย่ มันจึงมีราคาที่ถูกกว่า ดังนั้นเราอย่าให้สมองของเรามีราคาแพง อยากให้ทุกคนใช้มันเยอะๆ นะคะ
  2. มีความอยากได้วิชา (eagerness) คนเราถ้ามีความอยากทำอะไร มักจะสำเร็จไปแล้วครึ่งนึง เราอยากขับรถเป็น ไม่นานเราก็สามารถขับรถได้ อย่างมีสเองอยากพูดภาษาอังกฤษได้ อยากพูดแลกเปลี่ยนความคิดกับคนหลายๆ ชาติ อัลฮัมดุลิลลาห์ มีสก็อยากที่จะตั้งใจเรียน ขวนขวายวิชา แล้วมีสก็สามารถพูดได้
  3. ความพยายาม (diligence) ข้อนี้มีความหมายมากๆ ค่ะ ถ้าเรามีทุกข้อ อยากได้วิชา หัวดี แต่ขาดความพยายาม มันก็ไร้ผล
  4. มีเสบียง หรือมีทุนทรัพย์นั้นเอง (means of sustenance) ถ้าเราไม่มีทุนทรัพย์ในการศึกษาก็ยากที่จะศึกษาให้สำเร็จ แต่ในปัจจุบัน ข้อนี้ไม่เป็นอุปสรรคเท่าไหร่แล้วนะคะ เพราะมีทุนต่างๆ เป็นร้อยเป็นพันทุนเปิดรับสมัครจากทั่วโลกอยู่ตลอดปี สามารถหาข้อมูลได้ในอินเทอร์เน็ตได้ทั่วไปเลย

5 เข้าหาครูบาอาจารย์ (company of a teacher) อย่าอายที่จะเข้าหาครูอาจารย์ หากเราไม่เข้าใจ ให้ถามท่านโดยตรง อาจจะเป็นในคาบเรียน หรือหลังคาบเรียนก็ได้ เหมือนดั่งสำนวนไทยที่บอก “อายครูบ่รู้วิชา อายภรรยาบ่มีลูก”

6 ใช้เวลา (lengthy period of time) แต่ใช้เวลาในที่นี้ คือ การเรียนตามเกณฑ์ที่เขากำหนด เช่น เรียน ป.ตรี 4 ปี เราก็เรียน  4ปี ไม่ใช่เรียนเป็น 10 ปีอันนั้นก็ไม่ไหวนะคะ”

 

อยากเป็นครู แต่.. ไม่ง่ายอย่างที่คิด

“ส่วนตัวมีส เป็นคนที่รักในการสอนอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้การันตีว่า มีสสอนเก่ง หรือเป็นครูที่ดี ช่วงแรกๆ ที่มีสไปสอนหนังสือ คือไปเป็นครูอาสาสอนภาษาอังกฤษที่ค่ายเยาวชนแห่งหนึ่ง รู้ไหมคะ.. ร้อยละ 90 ของ feedback ที่ได้รับเป็นแง่ลบ เช่น สอนไม่รู้เรื่อง สอนไวไป ทำเหมือนเด็กมีพื้นฐานอยู่แล้ว เป็นต้น แน่นอน มันทำให้มีสรู้สึกท้อมาก และคิดว่าตัวเราอาจไม่เหมาะกับการเป็นครู คิดจะล้มเลิกตั้งแต่ครั้งนั้น แต่คุณแม่ก็บอกมีสค่ะว่า ทำไมเราไม่พลิกอุปสรรคเหล่านี้ให้เป็นโอกาส? ทำไมเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง? พัฒนาตนจากข้อเสียต่างๆ จากคำวิจารณ์เหล่านี้.. ท่านบอกว่าท่านเชื่อมั่นในตัวมีส หากคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ เพราะอัลลอฮฺมอบสติปัญญามาให้ทุกคนเหมือนกัน มีสก็เลยเริ่มปรับปรุงจุดต่างๆ ในการสอนครั้งถัดๆ ไป และนึกให้ขึ้นใจค่ะว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป จะรีบเร่งไม่ได้ ขนาดท่านนบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) ใช้เวลาถึง 23 ปี ในการทำให้อิสลามสมบูรณ์ ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สมบูรณ์ดีในวันเดียว”

 

%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89-un-%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87

 

คิดว่าประสบความสำเร็จหรือยัง?

“พูดตรง ๆ นะคะ แค่ตื่นมาแล้วยังหายใจ อัลลอฮฺยังให้มีชีวิตอยู่ ก็ อัลฮัมดุลิ้ลลาห์ มาก ถือเป็นความสำเร็จแล้ว ในมุมมองมีส มีสมองความสำเร็จด้วยวิสัยทัศน์ของผู้ศรัทธาค่ะ มันไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน การสอบชิงทุนได้ที่ประเทศต่างๆ หรือความร่ำรวย ทำงานหาเงินได้มากมาย ไม่ได้หมายความว่ามีสประสบความสำเร็จนะ ความสำเร็จของมีสมันไกลเกินกว่าวันสุดท้ายของดุนยาจะมาพราก มีสจะรู้ว่าตัวเองสำเร็จไหม ก็เมื่อถึงวันกิยามัตค่ะ หลังจากเรียนจบมีสจึงตั้งใจจะทำงาน (ในระบบญะมาอะฮฺ) สร้างประโยชน์ให้กับสังคมมุสลิม โดยอยู่ในวงมุสลิมะห์ อาจเป็นการคิดโครงการอาสาต่างๆ ให้กับเยาวชนมุสลิมเพื่อลดความเลื่อมล้ำทางการศึกษา  สร้างกลุ่มเบื้องหลังที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับสังคมมุสลิมได้ ให้คนต่างศาสนิกเข้าใจในศาสนาอิสลามอย่างถูกต้อง  และอนาคตจะพัฒนาโรงเรียนเฟาซุ้ลอาบีดีน ซึ่งเป็นโรงเรียนของที่บ้าน จากโรงเรียนสอนศาสนาให้เป็นระบบบูรณาการ สิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายของมีสเพื่อความสำเร็จที่แท้จริงในโลกหน้าค่ะ อินชาอัลลอฮฺ”

 

ฝากถึงเยาวชนมุสลิม

“ยุคนี้ มีสอยากให้เราทุกคนเป็นมุสลิม 4.0 นะคะ คือยังไง? มีสอยากให้เราแสวงหาความรู้ ศึกษาเล่าเรียนให้เต็มที่ ทั้งทางด้านสามัญและศาสนา มีความรู้รอบด้าน ทำงานได้ทั้งในรูปแบบตัวต่อตัวและออนไลน์ ตลอดจนสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้ สามารถช่วยเหลือสังคมได้ค่ะ

และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ มีสอยากฝากทุกคนถึงการช่วยเหลือกลุ่มเด็กกำพร้านะคะ คือ ให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่าเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ต่างจากพวกเรา แม้จะมีอวัยวะร่างกายครบ 32 ประการ หรือการพูดคุยที่ปกติเหมือนพวกเรา แต่ที่จริงแล้ว เด็กกลุ่มนี้ยังขาดความอบอุ่น และรู้สึกว่าตนมีปมด้อย ไม่ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนคนอื่น ซึ่งมีสอยากเชิญชวนพวกเราทุกคนมาช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้เด็กกลุ่มนี้ หากไม่สะดวกไปสอนหนังสือ ไปเยี่ยมพูดคุย อาจส่งเป็นเสื้อผ้าหรือหนังสือให้พวกเขาก็เป็นไปได้ มีหลายทางเลือกที่เราสามารถช่วยเหลือพวกเขา อยากฝากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเด็กกลุ่มนี้เป็นอันดับต้น ๆ ในสังคม ญะซากุมุ้ลลอฮุคอยรอน”

สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram: mmi.mi / Facebook: Lamiss Sadlaeh / Email: lamiss.sadlaeh@yahoo.com

เรียกได้ว่าเป็นไอดอลยุค 4.0 ตัวจริงที่คลุมฮิญาบทั้งกายและใจ มีความสามารถพรสวรรค์ และพรแสวง สามารถดำรงตนได้ทั้งศาสนาและสามัญ เยาวชนคนรุ่นใหม่ควรเอาแบบอย่างนะคะ

 

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95 %e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84

แบ่งปัน