พินัยกรรมนั้นมี 4 ประเภทด้วยกัน

        การทำพินัยกรรมที่จำเป็นต้องกระทำ (วายิบ) เช่น การทำพินัยกรรมให้ส่งคืนทรัพย์สินที่รับฝากไว้ หนี้ที่ไม่มีเอกสารบอกจำนวน สิ่งที่เป็นหน้าที่ต้องกระทำเองการจ่ายซะกาต การบำเพ็ญหัจญ์ ค่าปรับในการขาดการถือศีลอด การละหมาดและสิทธิของผู้อื่นที่จะต้องชดใช้

        พินัยกรรมที่ควรกระทำ (มุสตะหับบะฮฺ) เช่น การทำพินัยกรรมให้กับเครือญาติ ใกล้ชิด ที่ไม่มีสิทธิรับมรดก บุคคลที่มีความต้องการและขัดสน บุคคลที่มีหนี้สาธารณะประโยชน์

        พินัยกรรมที่อนุญาตให้กระทำได้ (มุบาฮฺ) เช่น การทำพินัยกรรมให้กับทายาทและบุคคลอื่นที่ร่ำรวย

        พินัยกรรมที่ไม่ควรกระทำ (มักรูฮะฮฺ) เช่น การทำพินัยกรรมให้บุคคลกระทำความ ชั่ว และ การทำพินัยกรรมของผู้ยากจนที่มีทายาทรับมรดก บางครั้งการทำพินัยกรรมเป็นสิ่งต้องห้ามหาก พินัยกรรมนั้นนำไปสู่การสร้างความเสื่อมเสียและเดือดร้อนแก่ทายาทและสังคม เช่น การทำพินัยกรรมในสิ่งที่ผิดหลักการอิสลาม (al-Jaziri, n.d. :126)

 

ทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งพินัยกรรมมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

          ก. ทรัพย์สินพินัยกรรมจะต้องเป็นทรัพย์เปลี่ยนการปกครองได้ เพราะการทำพินัยกรรมนั้นเป็น การให้ปกครองกรรมสิทธิ์ ทรัพย์สินพินัยกรรมครอบคลุมถึงเงินตรา วัตถุ อาคาร บ้าน ต้นไม้ สินค้า สัตว์และสิ่งอื่นๆรวมถึงหนี้สิน สิทธิต่างๆ ของผู้ทำพินัยกรรมที่มีอยู่ที่ผู้อื่นและผลประโยชน์ต่างๆ เพราะผลประ โยชน์ต่างๆก็เหมือนกับวัตถุในเรื่องของกรรมสิทธิ์โดยการทำสัญญาหรือการรับมรดก ฉะนั้นผลประ โยชน์ก็เหมือนวัตถุในการทำพินัยกรรมเช่น เดียวกัน

          ข. เป็นสิ่งที่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ตามหลักการของอัลอิสลาม การทำพินัยกรรมด้วยกับ สิ่งที่ไม่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ เช่นสุรา สุกร สุนัขและเสือที่ไม่ได้ฝึกไว้ใช้สำหรับล่า สัตว์ ถือว่าพินัยกรรมนั้นเป็นโมฆะเพราะเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ในทัศนะของอิสลามและไม่อนุญาตให้ ทำพินัยกรรมในสิ่งที่ไม่สามารถโยกย้ายสิทธิได้ เช่น การฆ่าใช้ชาติ การลงโทษในการกล่าวหาและสิทธิในการบังคับขายในสิ่งที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน

          ค. เป็นทรัพย์ที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ ครอบครองได้ ถึงแม้ทรัพย์นั้นจะยังไม่มีอยู่ในขณะที่ทำพินัยกรรมก็ตาม หมายถึงเป็นสิ่งที่ได้กรรมสิทธิ์มาด้วยการทำนิติกรรมตอบแทน ได้จากการทำสัญญาต่างๆหรือเพราะรับมรดก เพราะการทำพินัยกรรมเป็นการโอนสิทธิให้ครอบครอง สิ่งใดที่ไม่สามารถโอนสิทธิให้ครอบครองได้ ก็ไม่สามรถทำพินัยกรรมได้ ฉะนั้นการทำพินัยกรรมด้วยทรัพย์สินที่เป็นเงินตราหรือสินค้าก็ตามถือว่ามีผลใช้ได้ เพราะได้กรรมสิทธิ์ในสิ่งดังกล่าวมา ด้วยการให้หรือด้วยการขาย การทำพินัยกรรมด้วยกับผลประโยชน์ของทรัพย์สิน เช่น การอาศัยอยู่ในบ้าน การขี่สัตว์พาหนะ เพราะได้กรรมสิทธิ์มาด้วยการเช่าและการทำพินัยกรรมด้วยหนี้สินที่อยู่ที่ชายคนหนึ่ง เพราะในความเป็นจริงแล้วก็คือการทำพินัยกรรมด้วยสิ่งที่เป็นวัตถุนั่นเอง หมายถึงการทำพินัยกรรมด้วยกับเงินตราที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ที่เป็นหนี้ (al-Zuhaili, 1987 : 46)

          ง. เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ทำพินัยกรรมในการทำพินัยกรรมเฉพาะสิ่งในขณะที่ทำพินัยกรรม เพราะการทำพินัยกรรมเฉพาะสิ่งนั้น จะทำให้มีผลในการปกครองกรรมสิทธิ์ในสิ่งนั้น จึงจำเป็นต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ทำพินัยกรรมขณะที่ทำพินัยกรรม ฉะนั้นการทำพินัยกรรมในสิ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นจึงเป็นโมฆะ

          บุคคลที่กล่าวว่า “ข้าพเจ้าทำ พินัยกรรมด้วยกับทรัพย์ของนาย ก.” ถือว่าการทำพินัยกรรมเป็นโมฆะตามทัศนะของนักกฎหมายอิสลามส่วนใหญ่ ถึงแม้ผู้ทำพินัยกรรมจะได้ครอบครองทรัพย์ของนาย ก.ภายหลังจากการทำพินัยกรรมก็ตาม เพราะถ้อยคำที่แสดงเจตนาในการทำพินัยกรรมนั้นใช้ไม่ได้ เนื่องจากการกล่าวพาดพิงถึงพินัยกรรมด้วยทรัพย์ของ
บุคคลอื่น

          จ. สิ่งที่ทำพินัยกรรมจะต้องอยู่ในขอบเขตหนึ่งในสามของทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ทำพินัยกรรม ในขณะที่เขาตายและชำระหนี้ประเภทต่างๆ ของผู้ทำพินัยกรรมทั้งหมดแล้ว การกำหนดเช่นนี้ก็เพื่อการรักษาไว้ซึ่งสิทธิของทายาทโดยธรรมที่จะได้รับมรดกตามสิทธิของแต่ละคนตามที่กฎหมายอิสลามได้ให้ความคุ้มครองไว้ กล่าวคือจะคุ้มครองไว้ภายในขอบเขตสองในสามจากกองมรดกทั้งหมดหลังจากหักค่าทำศพและชำระหนี้ (อิสมาแอ อาลี, 2546 : 205)

 

พินัยกรรมมีผลบังคับโดย

1. วาจา

2. ลายลักษณ์อักษร

3. สัญญาณบ่งชี้ที่เข้าใจได้

หนึ่ง : วาจา  

        นักนิติศาสตร์อิสลามมีความเห็นพ้องกันว่าพินัยกรรมมีผลบังคับโดยคำพูดที่ชัดถ้อยชัดคำ เช่น สิ่งนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของคนนั้น หรือคำพูดที่เป็นนัยแต่เข้าใจได้ว่าเป็นพินัยกรรมโดยมีพยานแวดล้อมประกอบ เช่น หลังจากฉันตายฉันให้เขาสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือจงเป็นพยานด้วยว่าฉันสั่งเสียสิ่งนี้แก่คนนั้น

สอง : ลายลักษณ์อักษร

        ลายลักษณ์อักษรจากคนที่ไม่สามารถพูดได้ เช่นเป็นใบ้ หรือผู้ที่ลิ้นหนักพูดไม่ได้ หรือผู้ที่หมดหวังที่จะพูด

สาม : สัญญาณ  

        คือสัญญาณที่บ่งบอกถึงการสั่งเสีย  และพินัยกรรมของคนเป็นใบ้ และคนที่พูดไม่ได้มีผลบังคับโดยสัญญาณที่เข้าใจได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเขาไม่สามารถพูด และหมดหวังที่จะพูดได้

 

ข้อชี้ขาดทางบทบัญญัติ  

พินัยกรรมเป็นคำสั่งที่ถูกบัญญัติไว้ในอัลกุรอาน

﴿يَٰٓأَيُّهَاٱلَّذِينَءَامَنُواْشَهَٰدَةُبَيۡنِكُمۡإِذَاحَضَرَأَحَدَكُمُٱلۡمَوۡتُحِينَٱلۡوَصِيَّةِٱثۡنَانِذَوَاعَدۡلٖمِّنكُمۡأَوۡءَاخَرَانِمِنۡغَيۡرِكُمۡإِنۡأَنتُمۡضَرَبۡتُمۡفِيٱلۡأَرۡضِفَأَصَٰبَتۡكُممُّصِيبَةُٱلۡمَوۡتِۚتَحۡبِسُونَهُمَامِنۢبَعۡدِٱلصَّلَوٰةِفَيُقۡسِمَانِبِٱللَّهِإِنِٱرۡتَبۡتُمۡلَانَشۡتَرِيبِهِۦثَمَنٗاوَلَوۡكَانَذَاقُرۡبَىٰوَلَانَكۡتُمُشَهَٰدَةَٱللَّهِإِنَّآإِذٗالَّمِنَٱلۡأٓثِمِينَ١٠٦﴾ [المائدة : 106]

        “โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย!การเป็นพยานระหว่างพวกเจ้าเมื่อความตายได้มายังคนหนึ่งคนใดในพวกเจ้าขณะมีการทำพินัยกรรมนั้นคือสองคนที่เป็นผู้เที่ยงธรรมในหมู่พวกเจ้าหรือคนอื่นสองคนที่มิใช่ในหมู่พวกเจ้าหากพวกเจ้าได้เดินทางไปในผืนแผ่นดินแล้วได้มีเหตุภัยแห่งความตายประสบกับพวกเจ้าโดยที่พวกเจ้าจะต้องกักตัวเขาทั้งสองไว้หลังจากละหมาดแล้วทั้งสองนั้นก็จะสาบานต่ออัลลอฮฺหากพวกเจ้าคลางแคลงใจ ด้วยการให้พวกเขากล่าวว่าเราจะไม่นำการสาบานนั้นไปแลกเปลี่ยนกับราคาใด ๆและแม้ว่าเขาจะเป็นญาติใกล้ชิดก็ตามและเราจะไม่ปกปิดหลักฐานของอัลลอฮฺมิเช่นนั้นแล้ว แน่นอนเราก็จะอยู่ในหมู่ผู้ที่กระทำบาป” (อัลมาอิดะฮฺ 106)

 

อัตราทรัพย์สินในการทำพินัยกรรม 

        ไม่อนุญาตให้ทำพินัยกรรมเกินกว่าหนึ่งในสามของทรัพย์สิน เนื่องจากหะดีษของสะอัด บิน อบี วักกอศ ที่ได้ถามท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า

أوصي بمالي كله؟ قال: «لا» قال: بالشطر؟ قال: «لا» قال: بالثلث؟ قال: «الثلث والثلث كثير»

        “ได้หรือไม่ที่ฉันจะบริจาคทรัพย์สินทั้งหมด ?ท่านเราะสูลตอบว่า “ไม่” สะอัด ก็กล่าวว่า “ครึ่งหนึ่งล่ะ?” ท่านเราะสูลตอบว่า “ไม่ได้” สะอัดก็กล่าวว่า “หนึ่งในสามล่ะ?” ท่านเราะสูลก็ตอบว่า “ได้ และหนึ่งในสามนั้นก็มากแล้ว”(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ 2591, มุสลิม 1628,  อัตติรมิซีย์ 2116,  อันนะสาอีย์ 3628,  อบูดาวูด 2864 และท่านอื่นๆ)

        และไม่อนุญาตให้ทำพินัยกรรมให้กับผู้ที่ไม่ใช่ทายาท ในอัตรามากกว่าหนึ่งในสาม หรือทำพินัยกรรมแก่ทายาทผู้มีสิทธิ์ในมรดก  เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากทายาทคนอื่นๆ

 

พินัยกรรมจะสมบูรณ์โดย 

        1. พินัยกรรมต้องมีความชอบธรรม คือมีความเป็นธรรม

        2. ต้องสอดคล้องกับบทบัญญัติ

        3. เจ้าของพินัยกรรมต้องกระทำอย่างบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ และตั้งใจว่าพินัยกรรมดังกล่าวขอให้เป็นการกระทำความดีและการกุศล

 

เงื่อนไขผู้ทำพินัยกรรม (เจ้าของพินัยกรรม) 

        1. เป็นผู้ที่อยู่ในวิสัยบริจาคได้ (มีสติสัมปชัญญะ ไม่เป็นทาส บรรลุนิติภาวะตามศาสนบัญญัติ)

        2. เป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์

        3. ยินยอมและสมัครใจ (ไม่ถูกบังคับ)

 

เงื่อนไขผู้รับพินัยกรรม  

        1. รับพินัยกรรมไปใช้ในสิ่งที่ดี หรืออนุมัติ

        2. ผู้รับพินัยกรรมต้องมีชีวิตขณะทำพินัยกรรม มีอยู่จริงหรือโดยการคาดการณ์ (เช่นเด็กในครรภ์) และตามเงื่อนไขนี้ พินัยกรรมแก่ผู้ที่ยังไม่มีอยู่ จะสมบูรณ์ใช้ได้

        3. ระบุผู้รับอย่างชัดเจน

        4. เป็นผู้ที่ครอบครองสิทธิ์ได้ (เช่น ไม่ใช่ญิน สัตว์ หรือคนตาย)

        5. จะต้องไม่เป็นฆาตกรฆ่าเจ้าของพินัยกรรม

        6. มิใช่ทายาท

 

เงื่อนไขสาระแห่งพินัยกรรม (สิ่งที่เป็นพินัยกรรม) 

        1. เป็นทรัพย์สินที่เป็นมรดกได้

        2. ทรัพย์สินนั้นต้องเป็นสิ่งปลูกสร้าง ตามนิยามของบทบัญญัติ

        3.  เป็นทรัพย์สินที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ แม้ว่าไม่มีอยู่ขณะทำพินัยกรรมก็ตาม

        4.  เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของพินัยกรรมขณะที่ทำพินัยกรรม

        5. จะต้องไม่เป็นสิ่งที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติ

 

การยืนยันพินัยกรรม  

        เป็นประเด็นที่มีมติเอกฉันท์ว่าควรเขียนพินัยกรรมโดยเริ่มด้วยบัสมะละฮฺ และการสรรเสริญอัลลอฮฺ และเศาะละวาตนบี และประกาศชื่อพยาน โดยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร 

 

ผู้รับผิดชอบพินัยกรรม (หรือผู้จัดการพินัยกรรม)  

ผู้รับผิดชอบพินัยกรรมมี 3 ประเภท

        1. ผู้ปกครองรัฐ หรือเจ้าหน้าที่

        2. ผู้พิพากษา

        3. สามัญชน 

 

สิ่งที่ทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ 

        1. การกลับคำ หรือ ยกเลิกพินัยกรรม โดยวาจา หรือพยานแวดล้อม

        2. พินัยกรรมถูกวางเงื่อนไขไว้กับสิ่งที่ไม่เกิดขึ้น

        3. ไม่มีมรดกให้ดำเนินตามพินัยกรรม

        4. เจ้าของพินัยกรรมไม่อยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการได้ (เช่นวิกลจริต ส่วนเด็กสามารถทำพินัยกรรมได้)

        5. เจ้าของพินัยกรรมสิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิม (ตามทัศนะของบางส่วน)

        6. ผู้รับพินัยกรรมปฏิเสธไม่ยอมรับพินัยกรรม (ส่งคืน)

        7. ผู้รับพินัยกรรมเสียชีวิตก่อนเจ้าของพินัยกรรม

        8. ทรัพย์ที่ถูกระบุในพินัยกรรมเกิดชำรุด หรือส่งสัญญาณว่าจะชำรุด

        9. ผู้รับพินัยกรรมเป็นฆาตกรฆ่าเจ้าของพินัยกรรม

        10. ทำพินัยกรรมแก่ทายาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาททุก ๆ คน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : มุร็อด บินหะซัน, ipoknowledge.com

แบ่งปัน