คืนนิสฟูซะอฺบาน ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของศาสนา คือคืนวันที่ 15 ของเดือนซะอฺบาน คำว่า นิสฟู แปลว่า ครึ่ง ดังนั้นนิสฟูซะอฺบานจึงแปลว่า ครึ่งของเดือนซะฮฺบาน ซึ่ง เดือนชะอฺบาน เป็นเดือนที่ประชาชาติอิสลามให้ความสำคัญอีกเดือนหนึ่ง เพราะเป็นเดือนอารัมภบทสำหรับเดือนรอมะฏอนอันมีเกียรติ อีกทั้งเป็นเดือนแห่งการฝึกฝนการถือศีลอด คืนนิสฟูซะอฺบานจึงเป็นสัญญาณเตือนบอกให้เรารู้ว่าเดือนรอมฎอนได้ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับผู้ที่ปีที่แล้วได้ขาดศีลอดคืนนิสฟูซะอฺบานนี้ก็เป็นสัญญาณเตือนให้เรารู้ว่า เราควรรีบชดใช้ให้ครบ

สำหรับเดือนชะอฺบานนี้ท่านศาสดาเองได้เอ่ยถึงความประเสริฐของมันครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ฮาดีษที่ได้บันทึกโดยอีหม่ามบุคอรีและอีหม่ามมุสลิมสีบสายรายงานมาจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ด.ฮ) นางกล่าวว่า :

مَا رَأيْتُ رَسُوْلُ الله .صَ. : إسْتَكْمَلَ صِيَامَ شَهْرٍِ قَطُّ, إلاَّ شَهْرَ رَمَضَانَ , وَمَا رَأيْتُهُ فِىْ شَهْرٍ كْثَـَرَ مِنْهُ صِيَامًا فِي شَعْبَانَ

ความว่า : “ฉันไม่เคยเห็นท่าน ศาสดา (ซอลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัม) ถือศีลอดในเดือนใดจนครบเดือนเลยนอกจากเดือนรอมฎอนและฉันก็ไม่เคยเห็นเดือนใดเลยที่ท่านได้ถือศีลอดเสียส่วนใหญ่มากกว่าเดือนชะบาน” (รายงาน โดย บุคอรีย์ ลำดับที่ 1868 และ มุสลิม ลำดับที่ 1156 ) ท่าน อิบนุ ฮาญัร อัล อัซกอลานียฺ กล่าวว่า “ฮาดีษดังกล่าวนั้น คือเครื่องยืนยันถึงความประเสริฐของการถือศีลอดในเดือนชะบาน” (ฟัตฮุลบารียฺ เล่ม 4 หน้า 253 )

และมีสายรายงาน มาจากท่าน อุซามะฮฺ บิน เซด (ร.ด) ท่านได้กล่าวว่า :

قُلْتُ : يَا رَسُوْلُ اللهِ لَمْ أرَاكَ تَصُومُ مِنْ شَهِْرمِنَ الشُّهُورِ مَا تَصُومُ مِنْ شَعْبَانِ؟قَالَ ذَالِكَ شَهْرُْ يَغْفَلُ النَّاسُ عَنْهُ , بَيْنَ رَجَبَ وَ رَمَضَانَ وَهُوَ شَهْـرٌ تُرْفَعُ بِهِالأعْمَال اِلَى رَبِّ العَالَمِيْنَ فَأحِبُّ اَنْ يُرْفَعُ عَمَلِى وَأنَا صَائِمٌ.

ความว่า: “ข้าพเจ้าได้ถาม(ท่านศาสดาว่า)โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺฉันไม่เคยพบว่าท่านนั้น จะทำการถือศีลอดในเดือนใดๆเลยเหมือนอย่างที่ท่านได้ถือศิลอดในเดือนชะบาน?

ท่าน(ศาสดา)ได้กล่าวว่า “เดือนนั้นคือเดือนที่ มนุษย์มักจะหลงลืมกัน.มันอยู่ระหว่างเดือนรอญับ กับเดือนรอมฏอนและมันเป็นเดือนที่บรรดาการงานต่างๆจะถูกยกไปยังอัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งโลกทั้งผองฉะนั้นฉันจึงชอบที่จะให้บรรดาอามาลการปฏิบัติของฉันถูกยกไปในขณะที่ฉันอยู่ในสภาพของผู้ถือศีลอด” (รายงาน โดยอาบูดาวุดและนาซาอียซึ่งท่าอิบนุคูซัยมะฮฺ ได้พิจารณาและตัดสินว่า มัน ซอเฮี้ยะ)

และได้มีสายรายงาน จาก อุมมูซาลามะฮฺ (ร.ด) นางได้กล่าวว่า :

ما رأيت النبي صلى الله عليه وسلم يصوم شهرين متتابعين إلا شعبان ورمضان

ความว่า : “ ฉันไม่เคยเห็น(เดือนใดเลยที่)ท่านศาสดาซอลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัมได้ทำการถือศีลอดสองเดือนติดต่อกันนอกจากเดือนชะบาน(ติดต่อ)กับรอมฎอนเท่านั้น (รายงานโดย อีหม่าม ตัรมีซียฺ ลำดับที่ 733 ซึ่งท่านเองได้ตัดสินว่ามันฮาซัน )

ยังมีฮาดีษอีกมากมายที่บ่งบอกถึงความประเสริฐของเดือนชะอฺบานแต่คงเป็นการเพียงพอแล้วใช่ไหมครับ..หากเราจะพิจารณาถึงคุณค่าของมันจากสองสามฮาดีษที่ผ่านมา…และเกี่ยวกับนิสฟูชะบานนั้นได้ปรากฏรายงานมาจากองค์ศาสดาเช่นเดียวกันครับ…ซึ่งท่าน อิหม่ามตัรมิซียฺได้ทำการบันทึกไว้ใน “อัน-นาวาดีร” ของท่านและขณะเดียวกันท่านอีหม่ามฏอบรอนียฺก็ได้ทำการบันทึกไว้เช่นกันด้วยสายรายงานที่ฮาซันสืบสายรายงานมาจากท่านหญิงอาอีชะฮฺ(ร.ด.ฮ)ในขณะที่ท่านศาสดาได้ถามเธอว่า “โอ้อาอีชะฮฺ เธอรู้ไหมว่าคืนนี้เป็นคืนอะไร?” ซึ่งนางก็ตอบว่า “อัลลอฮ์และรอซูลเท่านั้นที่รู้ยิ่ง”

ท่านศาสดาเลยบอกเธอว่า :

هَذِهِ لَيْلَةُ النِّصْفِ مِنْ شَعْبَانِ يَغْفِرُ الله ُ المُسْتَغْفِرِيْنَ , وَ يَرْحَمُ المُسَْتَرْحِمِيْنَ وَ يُؤَخِّرُ أهْلَ الحِقدِ عَلَى حِقْدِهِمْ

ความว่า : “ในค่ำคืนนี้คือคืนนิสฟูชะบานซึ่งอัลลอฮ์จะประทานอภัยโทษแก่บรรดาผู้ขออภัยในความผิดและพระองค์จะทรงเมตตาแด่บรรดาผู้วิงวอนขอความเมตตาจากพระองค์และจะทรงประวิงเวลา(แห่งการลงทัณฑ์)ต่อชนผู้อิจฉาริษยาเนื่องจากการริษยาของเขา”

นอกเหนือจากฮาดีษข้างต้นแล้วยังมีฮาดีษอีกหลายๆ บทที่บอกเราถึงความพิเศษของค่ำคืนนิสฟูชะบานเช่นฮาดีษที่บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺซึ่งสืบสายรายงานจากท่านคอลีฟะฮฺอาลี (ร.ด) ฮาดีษที่บันทึกโดยอิบนูมาญะฮฺ,ตัรมีซีย์และอีหม่ามอะฮ์หมัดสืบสายรายงานมาจากท่านหญิงอาอีชะฮฺ (ร.ด.ฮ) ฮาดีษที่บันทึกโดยอิบนูมาญะฮฺและอีหม่ามอะฮฺหมัดซึ่งสืบสายรายงานมาจากอาบูมูซา อัลอัช-อารีย์ (ร.ด) เป็นต้น

ซึ่งฮาดีษเหล่านั้นต่างก็บ่งบอกให้เรารับทราบถึงความประเสริฐของคืนนิสฟูชะบานที่ว่านี้ และขณะเดียวกันก็ยังมีฮาดีษที่ท่านอัล-บานีย์ ซึ่งเป็นปราชญ์วาฮาบีย์เองได้ให้การยอมรับ (ในซิลซีละฮฺอัล-อาฮาดีษ-อัซซอฮีฮะฮ์ของท่านลำดับที่ 1144 )นั้นก็คือ “อัลลอฮฺตาอาลาจะทรงมอง(ดูแล)ต่อปวงบ่าวของพระองค์ในคืนนิสฟูชะบาน ดังนั้นพระองค์ก็ได้อภัยโทษแก่บรรดาบ่าวทั้งหลายของพระองค์นอกเสียจากผู้ตั้งภาคีและผู้ที่ชอบทะเลาะเบาะแว้งกัน”

และยังมีฮาดีษอีกบทหนึ่งที่รายงานโดยท่าน อาลี (ร.ด) ว่าท่านศาสดาซอลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัม ได้กล่าวว่า “คืนนิสฟูชะบานฉะนั้นท่านจงทำให้คืนนั้นมีชีวิตชีวาด้วยการละหมาดและถือศีลอดในช่วงกลางวันของมันเถิดเพราะแท้จริงอัลลอฮฺจะลง(พระบัญชา)มาในค่ำคืนนั้นยังฟากฟ้าแห่งโลกนี้พระองค์ได้ตรัสว่า: “ ผู้ใดที่เขาวิงวอนการอภัยโทษข้าก็จะอภัยผู้ที่วิงวอนขอปัจจัยยังชีพข้าก็จะประทานให้ผู้ใดที่ได้รับการทดสอบและภยันตรายใดข้าก็จะให้เขารอดพ้นจนกระทั่งฟ้าสาง” (บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺด้วยสายรายงานที่อ่อน)

เรื่องการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ในค่ำคืนนี้ นักวิชาการจากหลายสำนักมีความเห็นแตกต่างกันไป บางทัศนะ บางกัมปง(หมู่บ้าน)ก็จะมีการละหมาดสุนัต อ่านยาซีนและขอดุอาร่วมกันที่มัสยิด และเป็นเรื่องปกติที่เห็นจนชินตาว่าหากวันใดมีคนไปรวมกันที่มัสยิด ผู้คนในกัมปงนั้นก็จะนำอาหารคาวหวานไปรับประทานร่วมกันดังนั้นในวันนี้บรรยากาศที่มัสยิดก็จะคึกคักพอสมควร

แต่บางทัศนะจะถือว่าคืนนิสฟูซะอฺบานเป็นเพียงสัญญาณเตือนว่าใกล้ถึงเดือนรอมฎอนเท่านั้น จะไม่มีการประกอบศาสนกิจใดๆ ที่มัสยิดและไม่มีการละหมาดสุนัตใดๆ ในคืนนี้ ไม่ว่าจะเป็นทัศนะใดก็ตามสิ่งที่เราควรจะกระทำเมื่อถึงคืนนิสฟูซะอฺบานก็คือ หากเราขาดศีลอดเมื่อปีที่แล้วเราควรจะรีบใช้ให้ครบ และเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมร่างกาย เพื่อให้พร้อมต้อนรับเดือนรอมฎอนอันประเสริฐที่กำลังจะมาถึงนี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Miftah Students in Jordan, islamhouse, Facebook อ่านวันละนิด จิตแจ่มใส โดย ลาลาโต