ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศปาเลสไตน์ได้เผชิญกับอุปสรรคจากการรุกรานของอิสราเอล ด้วยความต้องการกำจัดปาเลสไตน์ให้ออกไปจากแผนที่โลกและยึดครองแผ่นดินนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 80 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ปาเลสไตน์ได้ต่อสู้กับความอธรรมที่เกิดขึ้นจากนโยบายที่โหดร้ายของอิสราเอล มีการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์เกิดขึ้นในดินแดนนี้ทุกวัน นับตั้งแต่มีการประกาศเอกราชของอิสราเอล

รัฐอิสราเอลเกิดขึ้นได้อย่างไร? ใครตั้งรัฐนี้ขึ้นมา? อนาคตปาเลสไตน์จะเป็นอย่างไร? รายงานวิจัยฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “ดร.ศราวุฒิ อารีย์” ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมาให้คำตอบพร้อมไขข้อข้องใจทุกประเด็น ให้เราได้ทราบกัน…

 

รากเหง้าความขัดแย้ง อิสราเอล-ปาเลสไตน์

ดร.ศราวุฒิ กล่าวถึงจุดกำเนิดของปัญหาว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่สะท้อนให้เห็นถึงความเกลียดชังอันนำไปสู่การเข่นฆ่าและการจองล้างจองผลาญซึ่งกันและกันไม่เว้นแต่ละวัน คงทำให้หลายต่อหลายคนอดที่จะนึกสงสัยไม่ได้ว่า ต้นเหตุความขัดแย้งระหว่างชาวอาหรับและชาวยิวนั้นมีความเป็นมาอย่างไร อะไรที่เป็นชนวนก่อให้เกิดเปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้นที่ยังคงลุกโชนมาถึงทุกวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปแล้วกว่า 80 ปีก็ตาม

บางคนสรุปเป็นทฤษฎีง่ายๆ ว่า ความอาฆาตพยาบาทระหว่างกลุ่มชนสองเผ่าพันธุ์นี้มีพื้นฐานมาจากความขัดแย้งทางศาสนา ซึ่งทำให้ยากต่อการเยียวยาแก้ไข แต่หากพิจารณาอย่างครอบคลุม โดยใช้รากฐานทางประวัติศาสตร์และความเชื่อทางศาสนาเป็นข้อมูลประกอบแล้ว จะพบว่าทฤษฎีความขัดแย้งทางศาสนาไม่น่าจะถูกต้องเสียทีเดียว

 

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%97

 

เพราะอย่างน้อยในทัศนะอิสลามถือว่า ทั้งชาวยิวและชาวคริสเตียนที่ยังคงนับถือศาสนาดั้งเดิมของตนโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ล้วนเป็น “ชาวคัมภีร์” (People of the Book) หรือเป็นกลุ่มชนที่เชื่อในคัมภีร์ ซึ่งพระเจ้าประทานลงมาเป็นแนวทางให้แก่มนุษยชาติ ผ่านทางศาสนทูตในแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งชาวคัมภีร์เหล่านี้ย่อมได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพจากอิสลาม

แม้แต่ในประวัติศาสตร์อิสลามเอง หลังจากที่พิชิตนครเยรูซาเล็มได้ในศตวรรษที่ 7 ก็ปรากฏว่าผู้นำอิสลามในสมัยนั้น โดยเฉพาะ คอลีฟะฮ์ อุมัร อิบนฺ ค็อฏฏอบ ก็ได้ให้สิทธิอันเท่าเทียมแก่ชาวคริสเตียนและชาวยิว ทั้งในแง่ของการดำรงชีวิตและการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่นเดียวกันกับวัฒนธรรมของชาวยิวในยุคก่อนๆ ที่ไม่เคยอาฆาตมาดร้ายต่อชาวมุสลิม ยกเว้นก็แต่เฉพาะชาวยิวบางคนบางกลุ่มเท่านั้น ที่เชื่อในความเหนือกว่าทางชาติพันธุ์ของตนเอง โดยปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ด้วยความมีอคติ

เพราะฉะนั้น ความเชื่อที่ว่าความเกลียดชังซึ่งกันและกันในปัจจุบันเกิดจากความขัดแย้งที่มีพื้นฐานมาจากศาสนา จึงเปรียบเสมือนม่านบังตาที่ทำให้หลายฝ่ายมองไม่เห็นแนวทางทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมความขัดแย้งในประเด็นปัญหาปาเลสไตน์ที่เราเห็นความเป็นไปในปัจจุบันอันที่จริงมันเป็นประเด็นการเมืองว่าด้วยเรื่องสิทธิอำนาจเหนือดินแดนแห่งนี้

 

shutterstock_381326254

 

ใครตั้งรัฐอิสราเอล

ดร.ศราวุฒิ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันยาวครับ ในเบื้องต้นขออนุญาติพูดถึงบทบาทของอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมเหนือดินแดนปาเลสไตน์หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หากย้อนกลับไปพิจารณาสถานการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เราก็จะพบว่าจักรวรรดิอังกฤษขณะนั้นได้ให้คำมั่นที่ขัดแย้งกันต่อชาวอาหรับและชาวยิว ในด้านหนึ่ง อังกฤษได้สัญญากับอาหรับว่าจะให้เอกราชแก่พวกเขาหากอาหรับสนับสนุนอังกฤษทำสงครามต่อต้านพวกออตโตมันเติร์ก สัญญาอันนี้ปรากฏอยู่ในรูปการเขียนจดหมายโต้ตอบกัน (อย่างน้อย 10 ฉบับ) ระหว่าง ชารีฟ ฮุสเซน (Sherif Hussein) แห่งมักกะฮ์ ผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ให้ฝ่ายอาหรับขณะนั้น กับ เชอร์ เฮนรี่ เม็กมาฮาน (Henry Macmahan) ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลอังกฤษ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง อังกฤษกลับให้สัญญากับยิวไซออนิสต์ในรูปของคำประกาศที่เรียกว่า “Balfour Declaration” ประกาศเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 1917 ซึ่งเป็นจดหมายจากรัฐมนตรีกิจการต่างประเทศของอังกฤษ เชอร์ อาเธอร์ บัลโฟล์ (Sir Arthur Balfour) ถึงลอร์ด รอทไซด์ (Lord Rothschild) ผู้นำชาวยิวในอังกฤษ ในจดหมายนี้ อังกฤษได้ให้สัญญาอย่างเป็นทางการว่า จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุด “ที่จะเอื้อให้มีการสถาปนามาตุภูมิของชาวยิวขึ้นในปาเลสไตน์”

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อังกฤษได้รับมอบจาก “องค์การสันนิบาตชาติ” ให้ปกครองปาเลสไตน์ภายใต้ระบบอาณัติ ฉะนั้น คำประกาศบัลโฟล์จึงถูกเขียนขึ้นในฐานะที่อังกฤษมีอำนาจควบคุมปาเลสไตน์ แต่พวกอาหรับปาเลสไตน์นั้นไม่ยอมรับทั้งระบบอาณัติและคำประกาศบัลโฟร์

อย่างไรก็ตาม หลายปีหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวยิวเริ่มเคลื่อนย้ายจากยุโรปเข้ามาอาศัยอยู่ในปาเลสไตน์จนทำให้ชาวอาหรับปาเลสไตน์ไม่พอใจ ความขุ่นเคืองที่เกิดขึ้นท้ายที่สุดจึงนำไปสู่การปะทะต่อสู้กันเป็นระลอกๆ และนับวันยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

 

palestine-headline-news-palestinians-protest-against-israeli-occupation-650x433

 

เมื่อไม่สามารถจะควบคุมสถานการณ์ได้ อังกฤษจึงนำประเด็นปัญหานี้มอบให้สถาบันระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นใหม่คือ องค์การสหประชาชาติ ในการณ์นี้สมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติจึงได้ส่งคณะกรรมการพิเศษ (United Nations Special Commission on Palestine: UNSCOP) เข้าไปในปาเลสไตน์เพื่อศึกษาและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

รายงานของ UNSCOP ได้ออกมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1947 โดยได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา 2 ทาง ทางแรกเป็นแผนของคณะกรรมการส่วนใหญ่ที่ให้แบ่งปาเลสไตน์ออกเป็น 2 รัฐ คือ รัฐยิวและรัฐอาหรับโดยมีสหภาพเศรษฐกิจ (economic Union) ร่วมกัน ทางที่สองคือ การจัดตั้งสหพันธรัฐขึ้นในปาเลสไตน์ นอกจากนั้น รายงานยังเสนอให้กรุงเยรูซาเล็มเป็น “เขตระหว่างประเทศ” (international zone) ซึ่งจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสหประชาชาติโดยตรง เพราะเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของทั้งชาวยิว คริสเตียนและมุสลิม

ชาวอาหรับนั้นปฏิเสธแผนแบ่งแยกประเทศ แต่แผนนี้กลับได้รับความเห็นชอบและได้ออกเป็นมติของสหประชาชาติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1947 อังกฤษได้ยกเลิกระบบอาณัติที่ใช้กับดินแดนปาเลสไตน์ในปี ค.ศ. 1948 หลังจากนั้นรัฐอิสราเอลจึงถูกประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการโดยคณะปกครองชาวยิวในปาเลสไตน์เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 ซึ่งเป็นการประกาศที่ได้รับการคัดค้านอย่างหนักทั้งจากอาหรับและชาติต่างๆ จำนวนมากในเอเชียและแอฟริกา

อย่างไรก็ตาม ประเทศมหาอำนาจ 2 ชาติทั้งสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตกลับให้การยอมรับรัฐอิสราเอลที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ ด้วยเหตุนี้ การกำเนิดของรัฐอิสราเอลจึงนำไปสู่ความตึงเครียดภายในภูมิภาคตลอดมา

ในเวลานั้น ประชากรของประเทศปาเลสไตน์ทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 700,000 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 90 หรือประมาณกว่า 600,000 คนเป็นชาวอาหรับปาเลสไตน์ ซึ่งครอบครองดินแดนถึงร้อยละ 90 ที่เหลืออีกร้อยละ 10 เป็นที่อยู่อาศัยของชาวยิว ซึ่งมีประชากรอยู่ประมาณไม่เกิน 70,000 คน พอมาถึงปี ค.ศ. 1948 ที่รัฐยิวถูกสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าประชากรยิวเพิ่มขึ้นถึง 600,000 คน ซึ่งนับเป็น 1 ใน 3 ของประชากรในดินแดนปาเลสไตน์ทั้งหมด หรือมีการเพิ่มขึ้นของประชากรยิวถึงร้อยละ 725 เลยทีเดียว สัดส่วนของการครอบครองที่ดินเองก็เปลี่ยนไปมาก

เล่ามาถึงตรงนี้หลายคนก็คงพอมองออกว่าประเทศอิสราเอลถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้มีส่วนก่อตั้งประเทศนี้

 

disappearing-canada

 

อนาคตปาเลสไตน์และอิสราเอล

ประเทศอิสราเอลถูกสร้างขึ้นมาในลักษณะที่ชาวยิวเป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง และคนชนชาติอื่นๆ ที่อยู่ในพรมแดนเป็นพลเมืองชั้นสอง ทุกองค์กรของชาวยิวจะเน้นที่ความบริสุทธิ์ของชาวยิว ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในพื้นที่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอลเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีสิทธิมีเสียงใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานนี้จะต้องมองข้ามกรอบความคิดที่ว่าความขัดแย้งดังกล่าวเกิดจากเรื่องของความเชื่อทางศาสนาที่ต่างกัน และควรจะมีการศึกษาประวัติศาสตร์เพิ่มเติม เพื่อจะได้มองเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ สิ่งที่สำคัญก็คือเราต้องมองประวัติศาสตร์ว่ารากเหง้าของปัญหามันอยู่ที่ไหน

“ในเบื้องต้นผมคิดว่ารัฐอิสราเอลเป็นปัญหา และเป็นเครื่องมือของตะวันตก ถ้าอยากจะมีสันติภาพในตะวันออกกลาง ก็ต้องยกเลิกรัฐอิสราเอล ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะจับชาวยิวไปเข่นฆ่า แต่ชาวยิว ชาวมุสลิม ชาวอาหรับ ชาวคริสเตียนจะต้องอยู่ด้วยกันได้ แต่ตอนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้ถ้ามันมีเงื่อนไขที่บอกว่ารัฐนี้คือรัฐของชาวยิวอย่างเดียว อันนี้เป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นมันจะต้องมีการยกเลิกพรมแดนปัจจุบันของอิสราเอล ล้มล้างระบอบไซออนิสต์ และจะต้องมีการจับมือกันระหว่างผู้ถูกกดขี่ในดินแดนปาเลสไตน์และตะวันออกกลางทั้งหมดเพื่อสร้างรัฐปาเลสไตน์ในจินตนาการ ที่ซึ่งผู้คนที่หลากหลายสามารถอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม” ดร.ศราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

 

ขอขอบคุณ : ดร.ศราวุฒิ อารีย์

 

1