รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการหน่วยงานสั่งกัด เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก ทั้งระบบขนส่งสาธารณะ เจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร และป้ายเตือนต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กรมทางหลวง /กรมทางหลวงชนบท /กรมเจ้าท่า /กรมท่าอากาศยาน /การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท ขนส่ง จำกัด จัดตั้งศูนย์ (Nodes) ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และระนอง โดยให้ตั้งอยู่ ณ สำนักงานทางหลวง ท่าอากาศยาน ท่าเรือ เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร ป้ายเตือนต่าง ๆ พร้อมรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของถนนและสะพาน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ติดตั้งป้ายเตือนบริเวณที่มีน้ำท่วม กรณีถนน/สะพานขาดเร่งดำเนินการติดตั้งสะพานเบลี่ย์เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้โดยเร็ว รวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ขณะที่กรมการขนส่งทางบก เตรียมความพร้อมกรณีปิดท่าอากาศยาน ท่าเรือ หรือเส้นทางรถไฟขาด พร้อมกำหนดแผนการเดินรถรองรับการเดินทาง และประสานงานกับผู้ประกอบการรถโดยสารให้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ ศึกษาเส้นทางสำรองกรณีน้ำท่วมเส้นทางหลัก รวมทั้งพิจารณาปรับแผนการเดินรถ เลือกใช้รถโดยสารที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับสภาพทาง /การรถไฟฯ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาและศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม กรมเจ้าท่าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมปฏิบัติการและประสานงานกับศูนย์บัญชาเหตุการณ์ประจำจังหวัด จัดตั้งศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ ณ จท. ศูนย์บัญชาการฝั่งอ่าวไทย ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 และศูนย์บัญชาการฝั่งอันดามัน ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 เพื่อเฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์จนกว่าจะเข้าสู่ปกติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมเรือตรวจการณ์ ขนาด 130 ฟุต และ 80 ฟุต พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำเรือรองรับการเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง

ในส่วนของกรมท่าอากาศยานได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์มีผลกระทบต่อเที่ยวบินที่จะทำการบินขึ้น – ลง จะหารือกับสายการบินนั้น ๆ เพื่อปรับเที่ยวบินหรือยกเลิกเที่ยวบินตามความเหมาะสม รวมทั้งออกประกาศขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการท่าอากาศยาน “ห้ามจอดรถค้างคืน” บริเวณลานจอดรถ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน และประสานงานกับสายการบินเพื่อพิจารณาเที่ยวบินพิเศษรองรับผู้โดยสารให้สามารถเดินทางกลับได้อย่างสะดวก ปลอดภัย

ทั้งนี้ พายุโซนร้อนปาบึกจะขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานีในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 4 – 5 มกราคม 2562 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3 – 5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 3 – 5 มกราคม 2562

 

ที่มา : ThaiNews

แบ่งปัน