วันนี้ (24 พ.ค.62) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พันเอกธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำหนดนโยบายงานเร่งด่วนสำคัญ จำนวน 3 งาน ได้แก่ การควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย การแก้ไขปัญหายาเสพติด และการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง นั้น

สำหรับการปฏิบัติในงานการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัยจะใช้การปฏิบัติเชิงรุก และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ด้วยการจัดกำลังเชิงรุก จำนวน 735 ชุดปฏิบัติการ เข้าไปอยู่ในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกดดัน จำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้งในหมู่บ้านเชิงเขา และหมู่บ้านเพ่งเล็ง เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมพร้อมกันทุกพื้นที่ โดยปฏิบัติร่วมกับกำลังภาคประชาชน ซึ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องออกมาปฏิบัติงานร่วมกัน การจัดตั้งด่านตรวจ 1 ด่านตรวจต่อ 1 หมู่บ้าน เพื่อกดดันไม่ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต้องหลบหนี ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐที่ต้องการความสงบปราศจากเหตุ รุนแรง สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงเปิดโอกาสให้เข้ารายงานตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามโครงการพาคนกลับบ้าน

สำหรับการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของ แม่ทัพภาคที่ 4 ในการจัดชุดปฏิบัติการเชิงรุก จำนวน 735 ชุดปฏิบัติการ เข้ากดดันจำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรง ครอบคลุมทุกพื้นที่ในห้วงที่ผ่านมาจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนว่า สามารถควบคุม และลดการก่อเหตุรุนแรงลงได้อย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบจากสถิติการก่อเหตุรุนแรงในห้วงเดือนรอมฎอนใน 3 ปี ย้อนหลัง โดยเฉพาะห้วง 10 วันแรก และ 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน พบว่า ในปี 2559 มีการลอบวางระเบิดและการสูญเสียมากที่สุด และลดลงมาตามลำดับ โดยในปี 2562 พบว่าสถิติการก่อเหตุรุนแรงในห้วงเดือนรอมฎอนลดลงจากปี 2561 กว่า 66 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตอบรับตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของแม่ทัพภาคที่ 4

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงเพิ่มมาตรการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ปฏิบัติศาสนกิจในห้วงเดือนรอมฎอน แห่งความบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือให้ช่วยกันเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลที่ต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ สามารถแจ้งทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ของท่าน หรือโทร ที่สายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ตู้ ปณ. 41 ปณ. ยะลา 95000

 

ที่มา : ThaiNews

แบ่งปัน