วันนี้ (6 กรกฎาคม 2561) เวลา 09.00 น. ที่โรงพยาบาลยะลา นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะภาคประชาสังคมในพื้นที่ จำนวน 8 องค์กร ประกอบด้วย เครือข่ายมุสลีมะฮ์สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย สาขายะลา สมาคมฟ้าใสส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนชายแดนภาคใต้ กลุ่มรวมไทย กลุ่มพัฒนาสตรีเทศบาลนครยะลา สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (ลูกเหรียง) ชมรมเยาวชนมัสยิดโกตาบารู สภาวัฒนธรรมตำบลท่าธง และสภาเครือข่ายเยาวชนเพื่อมนุษยธรรม เข้าเยี่ยมพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่สวนยางพารา จังหวัดยะลา จำนวน 5 ราย คือ นายชุติพนธ์ นามวงค์ นายสุทิน แห้วขุนทศ นายจรินทย์ จันทร์ลึก นายสุโข คำแก้ว และนางสาววิภาวรรณ ปลอดแก่นทอง ที่โรงพยาบาลยะลา

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในห้วงเวลาที่ผ่านมาว่า เป็นความรุนแรงที่ทุกคน ทั้งพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิมไม่ต้องการ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์มีเจตนา 2 ประการ คือ การสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นระหว่างพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม พร้อมทำให้ประชาชนมองว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐด้อยประสิทธิภาพ เนื่องจากระยะเวลา 2 ปีหลังมานี้ เจ้าที่ของรัฐดูแลพี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เกือบทุกคดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงลงดูแลและควบคุมพื้นที่ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการสอบสวนพิเศษ เพื่อคลี่คลายคดี ซึ่งทุกฝ่ายพร้อมดูแลประชาชนทุกคนให้ดีที่สุด จึงทำให้ผู้ก่อการร้ายมุ่งเป้าหมายไปที่พี่น้องประชาชนเพื่อสร้างสถานการณ์

นายอับดุลวาริส โลงซา ประธานสภาเครือข่ายเยาวชนเพื่อมนุษยธรรม กล่าวว่า ไม่มีศาสนาใดที่สอนให้ใช้ความรุนแรงต่อเพื่อมนุษย์ด้วยกัน สภาเครือข่ายเยาวชนเพื่อมนุษยธรรมจะลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่เพื่อเป็นกำลังใจแก่พี่น้อง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องไทยพุทธว่า ศาสนาอิสลามไม่มีคำสอนให้ทำร้ายกัน แม้ในยามสงครามท่านนบี (ศาสดา) ก็สอนไม่ให้ทำร้ายเด็ก ผู้สูงอายุ สตรี และยังห้ามตัดต้นไม้ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ไม่ต้องการความรุนแรง

ด้าน นางสาวมาเรียม ชัยสันทนะ สมาคมฟ้าใสส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนชายแดนภาคใต้ เป็นผู้แทนอ่านแถลงการณ์ในนามเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขอประณามการก่อเหตุที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม และขอเรียกร้องให้นักสิทธิมนุษยชนลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมรับข้อร้องเรียนโดยด่วน พร้อมขอให้รัฐบาลและคู่พูดคุย เร่งดำเนินงานให้กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมกระบวนการพูดคุย และขอให้องค์กรภาคประชาสังคม ออกมาแสดงถึงการไม่เห็นด้วยต่อการกระทำอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมต่อพลเรือน พร้อมกันนี้ ขอให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกันและปกป้องไม่ให้การกระทำดังกล่าวเกิดซ้ำ โดยการสร้างพื้นที่การพูดคุยระหว่างกัน เพื่อเป็นการลดอคติต่อกัน อีกทั้ง ขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายโดยด่วนที่สุด

 

ที่มา : ThaiNews

 

1

.

2

.

3

.

5

แบ่งปัน