รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดโครงการอบรมผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสงขลา ภายใต้นโยบาย “ไม่ยอมรับต่อปัญหาการค้ามนุษย์” (Zero Tolerance) เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมปราบปรามกระบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

วันนี้ (5 มี.ค. 62) ที่โรงแรมบีพีสมิหลา บีช อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสงขลา โดยมีนางคอทรีม๊ะ หะยีอารุณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา นายแอนดรู วสุวงค์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิไอเจเอ็ม คณะวิทยากรจากสำนักงานอัยการสูงสุด มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจ ปกครอง และผู้ปฏิบัติงานทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับผู้ที่ปฏิบัติงานร่วมกันได้

นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลกำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลตระหนักดีว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยอันร้ายแรง และนับวันจะทวีความรุนแรงซับซ้อนมากขึ้น จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม

การค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้กับการค้ามนุษย์เป็นการเฉพาะ มีเจตนารมณ์เพื่อปราบปรามองค์กรอาชญากรรมที่แสวงหา

ประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกัน และให้คุ้มครองบุคคลที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และรัฐบาลได้มอบนโยบาย “ไม่ยอมรับต่อปัญหาการค้ามนุษย์” (Zero Tolerance) เพื่อให้ทุกภาคส่วนนำไปปฏิบัติ และปราบปรามกระบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

ในส่วนการดำเนินการด้านกฎหมาย ได้มีการแก้ไขกฎหมายและประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฉบับที่ 3 มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2560 ซึ่งได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพิ่มความเข้มข้นเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มลักษณะความผิดฐานค้ามนุษย์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และความรุนแรงของปัญหาการค้ามนุษย์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน

สำหรับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยในปัจจุบันยังคงไม่หยุดนิ่ง แม้จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 เป็นต้นมา แต่ขบวนการค้ามนุษย์ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบของการค้ามนุษย์ที่หลากหลายเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรูปแบบเดิม คือ การบังคับใช้แรงงานในกลุ่มผู้ทำงานในเรือประมง มีการแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มผู้หนีเข้าเมือง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป

 

ที่มา : ThaiNews

 

2

.

3

.

5

.

4

แบ่งปัน