คณะกรรมการประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาการผ่อนปรน ให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) จังหวัดยะลา นำโดยนายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เดินทางไปยังมัสยิดกลางอำเภอยะหา จังหวัดยะลา เพื่อตรวจความพร้อมด้านต่างๆในการเปิดให้ประชาชนทำการละหมาดวันศุกร์ ในวันพรุ่งนี้ หลังมัสยิดดังกล่าวผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการ ให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ได้

นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลา มีมัสยิดที่ยื่นขอทำการละหมาดวันศุกร์มีจำนวนทั้งสิ้น 226 แห่งใน 8 อำเภอ ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจังหวัด โดยผ่านสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา แล้วว่าสามารถดำเนินการได้ ซึ่งมัสยิดกลางอำเภอยะหาแห่งนี้ เป็นหนึ่งใน 226 แห่งที่ทำการยื่นขอ ซึ่งในภาพรวมแล้วรู้สึกดีใจมากว่า มัสยิดได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมสถานที่ไว้สำหรับละหมาดในพรุ่งนี้ น่าจะครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นการทำจุดที่ยืนละหมาด หรือการจัดทำทะเบียนผู้ที่จะมาละหมาด ได้มีการเตรียมการไว้เรียบร้อยดี เชื่อมั่นได้ว่าการละหมาดในพรุ่งนี้ และต่อ ๆ ไป น่าจะเป็นไปตามมาตรการที่สำนักงานจุฬาราชมนตรี ได้ออกประกาศ

ส่วนกรณีที่มีมัสยิดบางแห่งที่ไม่ได้ยื่นขอละหมาดละหมาดวันศุกร์ แต่จะจะขอยื่นละหมาดวันตรุษอีดิลฟิตรีนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ระบุว่า มีไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยื่นขอความจำนง โดยคณะกรรมการจะมีการพิจารณาบ่ายนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นมัสยิดที่ได้รับอนุญาตให้ละหมาดวันศุกร์อยู่แล้ว และสามารถจัดละหมาดในวันตรุษอิดิ้ลฟิตรีได้โดยอัตโนมัติได้เลย

ขณะที่ นายสุทธิมาตร มาหามัด อิหม่ามประจำมัสยิดกลางอำเภอยะหา กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และชาวบ้านก็รู้สึกดีใจอย่างมากเลยที่จะได้เริ่มละหมาดวันศุกร์แรก หลังเกิดโรค COVID-19 เพราะเราพยายามตั้งตารอคอยอยู่หลายวันศุกร์แล้ว ตอนนี้ทางชาวบ้านดีใจอย่างมาก ซึ่งทางคณะกรรมการทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการเตรียมพร้อมจัดการเรื่องสถานที่ และมาตรการต่าง ๆ ที่ทางสำนักจุฬาราชมนตรีกำหนด ตนเองมีความมั่นใจว่า มาตรการกำหนดมานั้น เราจะสามารถปฏิบัติได้เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความเรียบร้อย ทุกคนจะพยายามทำให้เต็มที่

แบ่งปัน