นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้องที่ทางประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายนที่ผ่าน ถือเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยและอาเซียน ในการขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจังหวัดยะลาซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย จังหวัดยะลา เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว เป็นพื้นที่สำคัญที่ทางรัฐบาลได้กำหนดให้อำเภอเบตง เป็นพื้นที่ของการพัฒนาต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยวเพื่อที่จะสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เรามีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน

โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จังหวัดยะลามีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่เข้ามาเที่ยวในจังหวัดยะลา ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ มีรายได้จากการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาประมาณ 3,200 กว่าล้านบาท มีการใช้จ่ายตามโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวได้ใช้จ่ายเงินในจังหวัดยะลา ถึง 3 พันกว่าล้านบาท

นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ยังระบุด้วยว่า จังหวัดยะลาเรามีความพร้อมในหลายเรื่องที่นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งหลายคนก็ยังไม่มีความมั่นใจในเรื่องของเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จึงขอเรียนว่าในพื้นที่ของจังหวัดยะลา เรามีการบูรณาการทำงานกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ตำรวจ มีทั้งผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ซึ่งแต่ละหมู่บ้านก็ได้มีการบูรณาการการดูแลความปลอดภัยให้กับคนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว เราจะอาศัยการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็จะจัดชุด ชรบ. เพื่อดูแลความปลอดภัย

ในขณะเดียวกัน สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งในชุมชนก็ได้มีการจัดการดูแลกันเอง มีกลุ่มขึ้นมาอย่างเจน เช่น ที่ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จะสังเกตเห็นว่าจะมีเด็กเยาวชนที่เป็นทีมงานคอยอำนวยความสะดวก บริการให้กับนักท่องเที่ยว โดยผ่านการจัดการของคนในชุมชนเอง โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นพี่เลี้ยงในการดูแล ซึ่งเรื่องนี้ทำให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในชุมชน ชุมชนก็จะมีความเข้มแข็ง เสริมสร้างความยั่งยืนตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ

 

ที่มา : ThaiNews

แบ่งปัน