เดือนรอมฎอน เป็นเดือนอันประเสริฐ ที่พี่น้องชาวมุสลิมได้ร่วมกันถือศีลอด งด อาหาร น้ำดื่มทุกชนิด ในระหว่างการถือศีลอด (ถือบวช) ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน ประกอบความดี รวมทั้งปฎิบัติศาสนกิจตามบทบัญญัติศาสนาอิสลาม ตามแบบอย่างของศาสดาอย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะการ “ละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺ” ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติศาสนกิจสำคัญในเดือนรอมฎอน หลังจากได้ละศีลอด (เปิดปอซอ) รับประทานอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาวมุสลิมก็จะเดินทางไปละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺกันที่มัสยิดใกล้บ้าน เพื่อเพิ่มผลบุญในเดือนอันประเสริฐ

สำหรับบรรยากาศที่มัสยิดยาแมะตือเบาะ หมู่ 10 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา ได้มีชาวไทยมุสลิมทั้งมุสลิมะฮฺ (ผู้เป็นสตรีแห่งอิสลาม) และมุสลิม (บุรุษ) เดินทางไปร่วมปฎิบัติศาสนกิจกันจำนวนมาก โดยทางอีหม่ามประจำมัสยิด บอกว่า ตั้งแต่วันแรกของเดือนถือศีลอด (3 เม.ย. 65) ในช่วงค่ำคืนจะมีประชาชนมาร่วมละหมาดกันหนาแน่นทุกคืน ซึ่งทางมัสยิดก็ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ตามที่จุฬาราชมนตรีได้ออกมาตรการแนะแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจ

รวมถึงเน้นย้ำให้ทุกคน ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง ส่วนการป้องกันส่วนรวม ก็ให้อาบน้ำละหมาดจากที่บ้าน ใช้ผ้าละหมาด และผ้าปูละหมาดของตนเอง ไม่ละหมาดติดกัน หากพบว่าป่วย ควรละหมาดที่บ้าน ไม่สัมผัส สวมกอดกัน เพื่อให้การละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺ ปลอดภัยจากโควิด ของสำนักงานสาธารณสุข จ.ยะลา นอกจากนี้ ก็ได้ขอความร่วมมือกับผู้ที่เข้าร่วม “ละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺ” ให้เคร่งครัดมาตรการต่าง ๆ

ที่มา : ThaiNews

แบ่งปัน