เส้นทางกว่าที่จะมาเป็นอิหม่ามแห่งมัสยิดบางอุทิศได้ในวันนี้  “มุสตอฟา” เริ่มต้นจาก เด็กชายที่ใช้ชีวิตผูกพันอยู่กับมัสยิดมาตลอด จนกระทั่งเติบใหญ่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้เขาเป็นอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศในวัยเพียง 31 ปี

“มุสตอฟา” อนุสรณ์ องอาจ วัย 36 ปี เป็นที่รู้จักกันในฐานะ อิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ เจริญกรุง 99 กรุงเทพมหานคร  ด้วยวัย 36 ปี ผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าปัจจุบัน ท่านยังดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และเป็นเลขานุการคณะกรรมการชะรีอะฮ์บริษัท อิสลามิคเวลธ์ โซลูชั่น จำกัด อีกด้วย

สลามทูเดย์ฉบับบนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับ อิหม่ามมุสตอฟา แม้ว่าจะวัยวุฒิไม่มาก แต่ดำเนินกิจกรรมด้านศาสนา และสังคม ไม่น้อย และยังถือเป็นการนำเสนอมุมมองที่น่าสนใจ เพื่อเป็นต้นแบบของเยาวชนหลายๆ คน สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตบนหนทางศาสนาได้

“ผมทำกิจกรรมมัสยิดมาตั้งแต่อายุ 13 ปี คลุกคลีอยู่กับมัสยิดมาตั้งแต่เด็ก เกิดจากความผูกพัน คงเป็นที่อัลลอฮฺตะอาลาเปิดใจให้ผมทำงานมัสยิด แม้จะไม่ได้ค่าตอบแทน แต่ความรู้สึกของผม คือมีความสุขที่ได้ทำ ได้พบผู้คน และถูกปลูกฝังมาตลอดว่าทำงานเหล่านี้และเราจะได้ผลบุญ”

เมื่อมีงานมัสยิดหรือช่วงเดือนรอมฎอน ผู้คนที่บางอุทิศจะเห็นภาพเด็กชายมุสตอฟาช่วยล้างจาน เก็บจาน ล้างพื้นมัสยิดอยู่เสมอ ขณะเดียวกัน เมื่อต้องเข้าเรียนฟัรดูอีนภาคกลางคืนที่โรงเรียนศาสนศึกษา บางอุทิศ เขาทำกิจกรรมด้านศาสนาของโรงเรียนควบคู่กันไปด้วยตลอด จนกระทั่ง ผศ.วิโรจน์  มันตะเภา ครูใหญ่ในขณะนั้น และอิหม่ามสมาน กูบกระบี่ ได้แนะแนวทางให้เขาศึกษาศาสนาให้มากขึ้น และเริ่มเป็นครูผู้ช่วยภาคฟัรดูอีน สอนเด็กเล็ก มีโอกาสนำละหมาดมักริบ และ อีซา ทุกวัน หลังจากนั้นก็เลื่อนระดับมาเป็นครูประจำชั้น ฮัจยีเต็บ โพศรี คอเต็บมัสยิดบางอุทิศท่านเก่า ก็เริ่มให้โอกาสอ่านคุตบะห์ตอนนั้นเขาอายุเพียง 16 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำละหมาดที่เด็กมากที่ได้ขึ้นอ่านคุตบะห์ในวันศุกร์ และได้เริ่มเป็นอิหม่ามนำละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ในเดือนรอมฎอน  โดยการสนับสนุนของ อิหม่ามหะมาน เชื้อผู้ดี นี่คือจุดเริ่มต้นของการทำกิจกรรมศาสนาในวัยเด็ก

 

hbd_0332

 

“หลังจากจบฟัรดูอีนที่บางอุทิศแล้วมาเรียนต่อสายศาสนาชั้นซานาวีที่โรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์ (บ้านดอน) โดยเรียนสามัญ (กศน.) ควบคู่ไปด้วย “เมื่อจบระดับซานาวีย์ อาจารย์อรุณ บุญชม ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร  แนะนำให้ผมไปเรียนระดับปริญญาตรี ณ วิทยาลัยอิสลามยะลา (มหาวิทยาลัยฟาฏอนีในปัจจุบัน) เป็นนักเรียนโควต้า และได้ทุนการศึกษาจากมัสยิดบางอุทิศเป็นรายเดือนๆ ละ 1,000 บาท จำนวน 48 เดือน รวมเงินทั้งสิ้น 48,000 บาท เป็นทุนให้เปล่าไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องชดใช้ใดๆ ซึ่งมี ฮัจยีมนัส เผ่าแสงนิล อดีตผู้ช่วยเหรัญญิกเป็นผู้ดำเนินการโอนเงิน  เมื่อไปอยู่ที่นั่นจิตวิญญาณของการเป็นนักกิจกรรมก็ยังอยู่ ผมเป็นประธานชมรมนักศึกษามุสลิมภาคกลางของวิทยาลัยอิสลามยะลา เป็นแกนนำผู้ร่วมก่อตั้งชมรม มีโอกาสจัดงานการกุศล สิ่งเหล่านี้เกิดจากประสบการณ์ที่เราอยู่กับมัสยิดมาตลอด”

ต่อมา ในขณะที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่ International Islamic University Malaysia. IIUM โดยได้รับทุนการศึกษา จำนวน 3 ภาคการศึกษา โดยให้ภาคการศึกษาละ 50,000 บาท รวม 150,000 บาท  ซึ่งเป็นทุนให้โดยไม่มีเงื่อนไขหรือการชดใช้ใดๆ จากมัสยิดบางอุทิศ และกลับมาทำวิทยานิพนธ์ที่กรุงเทพ ฮัจยีอารีย์ ปราณี อิหม่ามท่านเก่าได้ลาออก คณะกรรมการมัสยิดฯ จึงจำเป็นต้องสรรหาอิหม่ามคนใหม่ โดยส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและกำหนดวันคัดเลือกแล้วนั้น  อาจเป็นเพราะคณะกรรมการฯ เล็งเห็นว่ามุสตาฟา น่าจะทำหน้าที่นี้ได้ เพราะที่ผ่านมาได้ทำงานศาสนามาโดยตลอด ไม่ได้ย่อหย่อนในเรื่องของการทำงานมัสยิด จึงทำให้เขาก็ได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งอิหม่ามโดยไม่มีการแข่งขันใดๆ ในวัยเพียง 31 ปี

แน่นอนว่าด้วยวัยวุฒิขณะนั้นกับตำแหน่งอิหม่าม ต้องพบกับบททดสอบ และมีแรงเสียดทาน มีการตั้งคำถามต่อการมาทำหน้าที่ในจุดนี้ เขาเล่าต่อว่า “เมื่อผมได้รับโอกาส ผมก็ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ชาวบ้านก็ไม่ได้กังขา เพราะเป็นที่รู้กันว่าเราทำงานที่มัสยิดมานาน ดังนั้นการได้มาของตำแหน่งอิหม่ามไม่ได้มาแบบฟลุคๆ หรือเรียนจบแล้วได้ แต่ด้วยความที่เราอยู่กับมัสยิดและผู้คนมาอย่างยาวนาน เมื่อเป็นอิหม่ามต้องมีวิธีการในการพัฒนาองค์กร เนื่องจากเราอายุน้อย จริงอยู่เราอาจจะได้เป็นอิหม่ามคนก็ชื่นชมว่าเป็นอิหม่ามที่อายุน้อย แต่ความเชื่อมั่นที่เราจะสร้างต่อสังคมเพื่อให้รู้ว่ามัสยิดบางอุทิศภายใต้การนำของเรามันจะไปในทิศทางไหน”

 

20171111-img_0287

 

การดำเนินงานมัสยิด

“นโยบายแรกที่ทำคือเรื่องของการพัฒนาภูมิทัศน์โดยรอบมัสยิด สร้างห้องน้ำห้องส้วม ผมถือว่าความสะอาดเป็นส่วนของการศรัทธาดังนั้นการพัฒนาห้องส้วมจึงเป็นภารกิจแรกๆ  มัสยิดบางอุทิศได้รับการอนุเคราะห์งบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป  จากหน่วยงานความร่วมมือและประสานงาน ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี แห่งสาธารณรัฐตุรกี-ทิก้า (The Turkish Cooperation and Coordination Agency of  the Prime Ministry of the Republic of Turkey – TIKA)  โดยสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างที่อาบน้ำละหมาด  และปรับปรุง อาคารมัสยิด ห้องประชุม ลานมัสยิด ห้องครัว มัสยิดเราได้รางวัลสุดยอดส้วมแห่งปี 2559 ของ กรุงเทพมหานครได้รับป้ายรางวัลมาติดไว้หน้าส้วมมีรูปอิหม่าม ผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นรางวัลของส้วม จึงติดไว้หน้าส้วมจะได้เป็นตัวอย่าง ใครขำก็ขำไปไม่ถือสา” โครงการทั้งหมดต้องขอบคุณกรรมการมัสยิด คือ ฮัจยีโชติ พุฒตาล ในฐานะประธานโครงการ ฮัจยีปรีชา กองเป็ง คุณทนง ชุ่มชื่น คุณทวีเดช เจริญสง่า คุณวนิดา ไทยเจริญ คุณอิมรอน สุรัตนมาลย์ ที่ช่วยกันดำเนินการจนทำให้บรรลุเป้าหมาย และสวยงามตามที่เห็นในปัจจุบัน

“เรื่องของความสุจริตโปร่งใส่ ข้อนี้สำคัญมาก เราโชคดีที่มี ฮัจยีวีระ ธรรมรัฐ เป็นเหรัญญิก ท่านถือว่ามือสะอาด สุจริตไม่มีข้อตำหนิใดๆ ในเรื่องเงินทอง ทุกอย่างตรวจสอบได้ หากมีคนประสงค์จะรู้ข้อมูลทางการเงินก็ไปถามเหรัญญิก สรุปคือ เรื่องเงินถามเหรัญญิกส่วน เรื่องว่าต่อไปจะมีโครงการอะไรอันนี้ถามผมได้”

นอกจากนี้อิหม่ามพยายามแก้ปัญหาต่างๆ ของคนในชุมชน ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิตและการศึกษาเยาวชนโดยมัสยิดส่งให้เด็กเรียน 6 คน เป็นเงินซะกาตที่ผ่านมืออิหม่ามซึ่งเจ้าของซะกาตต้องการสนับสนุนเด็กเรียนหนังสือ อิหม่ามจึงจัดเข้าไปให้อยู่ในระบบมัสยิด ส่งเด็กเรียนศาสนาระดับอุดมศึกษา 2 คน ระดับซานาวี 4 คน โดยส่งให้เรียนเต็มที่โดยพ่อแม่พี่น้องไม่ต้องเดือดร้อน มีเจ้าภาพไม่ประสงค์ออกนามเขาไม่ต้องการสิ่งใดเนื่องจากเขาเชื่อมั่นในตัวอิหม่ามว่าสามารถดูแลซะกาตของเขาได้ตามเจตนารมณ์

อุปสรรค

“มีทุกอย่าง เช่นเรื่องทำงานส่วนรวมมีอุปสรรคของคนที่มีความเห็นต่าง เรื่องการเรียนการศึกษาก็มีอุปสรรคเพราะเวลามันน้อย แต่สิ่งสำคัญที่สุดเป้าหมายเราต้องไม่เปลี่ยน ผมเหนื่อยมากกับการเรียนระดับปริญญาโท เพราะช่วงทำวิทยานิพนธ์ผมต้องซ่อมมัสยิดเป็นการใหญ่  อิหม่ามก็ต้องอยู่ดูแลจัดการ ทำให้ผมล่าช้าในเรื่องของการเขียนวิทยานิพนธ์ แต่ผมคิดเสมอว่าเราเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ถ้าไม่เสียสละเราจะไม่รู้เลยว่าความรู้สึกของการเป็นผู้ให้เป็นอย่างไร ตรงนี้ทำให้เรารู้ว่าเราเป็นคนมีคุณธรรม บางคนบอกว่าอิหม่ามเรียนไม่จบหรือป่าว สุดท้ายก็เรียนจบ ถามว่าที่เราเรียนจบเพราะเป้าหมายเราไม่เปลี่ยนแม้ว่ามันจะช้าแต่ก็เรียนจนจบเพราะเรามีเป้าหมายแต่ถ้าเราปล่อยปละละเลยไม่เรียนไม่จัดการเรื่องตัวเองให้จบก็ไม่สำเร็จ นี่เรามีเป้าหมายช้านิดนึงแต่ประสบความสำเร็จ”

คติพจน์ ปรัชญาในการดำเนินชีวิต

“เราจะต้องเดือดร้อนเรื่องส่วนรวมเหมือนเรื่องส่วนตน คือจะต้องช่วยเหลือสังคมส่วนรวม เหมือนเรื่องส่วนตน แสดงให้เห็นถึงคุณธรรมที่มีอยู่ในจิตใจของคนนั้นและจงจำไว้เสมอว่าความชั่วไม่มีทางชนะความดีได้ แม้ว่าจะใช้เวลายาวนาน ถึงจะมีคนดีเพียงเล็กน้อย แต่ความดีย่อมชนะความชั่ว แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหน คนทำดีน้อยแค่ไหน ถ้าสังคมไทย เรามีหน้าที่ช่วยเหลือสังคม ทำสังคมมุสลิมให้ดี ปฏิรูป พื้นฟู สาธารณูปโภค การศึกษา หรือต่างๆ มีเรื่องให้ทำมากมาย ซึ่งเราคงไม่ได้เก่งทุกอย่าง แต่อาจจะช่วยร่วมกับผู้ใหญ่ได้ท่านใช้อะไร เราเห็นอย่างไรก็เสนอความคิดเห็นนั้น”

 

215730

 

สิ่งที่ทำให้มีวันนี้

“ผมไม่ใช่คนมีตระกูลที่สูงส่งหรือเป็นที่รู้จัก เป็นลูกชาวบ้านธรรมดาๆ เราอยู่กับปู่ย่า ชีวิตก็มีสุขข์ ทุกข์ปะปนกันไปจนถึงวันนี้เราก็ไม่ได้เป็นคนลืมตน เนื่องจากประสบการณ์ที่เราอยู่กับความลำบากมันสอนให้เราเรียนรู้ว่าเราจะอยู่กับสังคมอย่างไร   ผมคลุกคลีกับสังคมไทยพุทธมาโดยตลอด เพราะมีญาติพี่น้องหลายคนเป็นพุทธ ฉะนั้นผมเลยรู้สึกว่าเราเองไม่ได้เพิ่งอยู่กับไทยพุทธแค่วันสองวันแต่อยู่กันมาจนกระทั่งตายจากกัน ซึ่งมันเป็นความผูกพันที่ทำให้เรารู้จักรู้รอบสังคม เวลาใครพูดถึงเรื่องมุสลิม ไม่ใช่มุสลิม เราสามารถอธิบายได้เพราะเป็นจิตวิญญาณของเราเป็นส่วนหนึ่งที่เราเคยสัมผัสมาแล้ว

ฝากถึงสังคมมุสลิม

“ผมทำงานเยาวชนมาตั้งแต่เด็ก อยากจะเห็นคนไทยทั้งพุทธมุสลิมเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ลดเลิกความมีทิฐิ ความอิจฉาริษยา จงรำลึกถึงความดีงามให้มาก สังคมที่มีแต่คุณธรรมและความดีจึงเป็นสังคมที่ถูกยกระดับจากความมืดให้ไปสู่ความสว่าง ยกระดับความคิดจิตใจให้สูงส่ง ถ้าเรามัวแต่เห็นประโยชน์ส่วนตนและคิดว่าเรายังไม่ได้อะไร แต่กลับไม่เคยคิดว่าเราได้อะไรมาบ้างแล้ว คิดแบบนี้คิดสั้นคิดเอาแต่ได้ สังคมก็ไปต่อไม่ไหว คือพวกคิดแต่จะเอาไม่คิดให้  เราโชคดีเป็นนักหนาแล้วที่เกิดมาเป็นมุสลิม จึงเป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมทุกคนจะต้องเดือดร้อนในเรื่องส่วนรวมเหมือนเรื่องส่วนตน  ถ้าคิดแบบนี้ได้สังคมก็สูงส่ง ความดีงามก็จะเกิดขึ้นในสังคมไทย การเสียสละด้วยความบริสุทธิ์ใจเท่านั้นที่จะทำให้โลกและสังคมนี้มีความสุข”

 

การศึกษา

-ประถมศึกษา โรงเรียนวัดราชสิงขร

-ระดับฟัรดูอีน โรงเรียนศาสนศึกษาบางอุทิศ

-มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม

-ระดับซานาวี โรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอูลูมิดดีนียะห์

-ปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาอาหรับ คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์  วิทยาลัยอิสลามยะลา

-ปริญญาโท Master of Arts in Arabic as a Second Language , Kulliyyah of Islamic Revealed Knowledge and Human Sciences, International Islamic University Malaysia. (IIUM)

 

รางวัลที่ได้รับ

-รางวัลชนะเลิศการประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติ ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

จัดโดย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ปี 2548

-เยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี 2548

-นักศึกษารางวัลพระราชทาน กระทรวงศึกษาธิการ ปี 2549

-เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาคุณธรรม จริยธรรม ปี 2549

 

 

20171111-img_0277

20171111-img_0275

dsc07715

dsc07728