ชายชาวออสเตรเลียซึ่งลงมือกราดยิงมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อ 3 เดือนก่อนจนมีผู้เสียชีวิต 51 ราย ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อหารวมทั้งสิ้น 92 กระทง และจะเข้ารับการไต่สวนคดีในเดือน พ.ค. ปีหน้า

มือปืนผิวขาวรายนี้พกปืนกึ่งอัตโนมัติบุกเข้าไปกราดยิงชาวมุสลิมที่กำลังละหมาดวันศุกร์ในมัสยิด 2 แห่งของเมืองไครสต์เชิร์ชบนเกาะใต้ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. และยังเปิดกล้องไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิวซีแลนด์ยามปลอดศึกสงคราม โดยนายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น ตัดสินใจสั่งแก้กฎหมายควบคุมอาวุธปืน โดยมีการแบนปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธ

เบรนตัน ทาร์แรนต์ วัย 29 ปี ผู้ต้องหาซึ่งเป็นพวกนิยมลัทธิผิวขาวเป็นใหญ่ (ไวท์ซูพรีเมซิสต์) ปรากฏตัวผ่านระบบวิดีโอลิงก์จากเรือนจำความมั่นคงสูงในเมืองอ็อคแลนด์ ขณะทื่ทนายของเขายื่นคำให้การไม่รับสารภาพผิด (not guilty) ในข้อหาทั้งหมด ซึ่งรวมถึงข้อหาก่อการร้าย

สมาชิกชุมชนมุสลิมไครสต์เชิร์ชราว 80 คนและผู้แทนสื่อมวลชนอีกหลายสิบได้เข้าไปนั่งรับฟังการพิจารณาในศาล ขณะที่ด้านนอกยังมีผู้คนอีกจำนวนมากเฝ้าติดตามความคืบหน้าของคดีผ่านหน้าจอทีวี

คาเมรอน แมนเดอร์ ผู้พิพากษาศาลสูง ระบุว่าการไต่สวนจะเริ่มขึ้นในวันที่ 4 พ.ค. ปีหน้า โดยอัยการคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ขณะที่ แมนเดอร์ และทนายฝ่ายจำเลยเชื่อว่ากระบวนการไต่สวนอาจยืดเยื้อนานกว่านั้น โดยปกติแล้วศาลมักจะเปิดการไต่สวนคดีภายใน 1 ปี แต่ผู้พิพากษา แมนเดอร์ อ้างว่า “ขนาดและความซับซ้อนของคดีนี้ทำให้มีความท้าทาย” มากเป็นพิเศษ ซึ่งผู้พิพากษายืนยันว่า ทาร์แรนต์ มีสภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์พอที่จะเข้ารับการไต่สวน หลังศาลได้สั่งให้เขาเข้ารับการตรวจเช็คสภาพจิตเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศาลได้ยกเลิกคำสั่งห้ามเผยแพร่ภาพใบหน้าของ ทาร์แรนต์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่คำสั่งห้ามเปิดเผยตัวตนของเหยื่อก็ได้หมดอายุลง และจะไม่มีการขยายเวลาต่อไปอีก

 

ที่มา : MGR Online

แบ่งปัน