ในคัมภีร์กุรอานมีเรื่องราวของบุคคลในอดีตมากมายที่สามารถเป็นบทเรียนสำหรับคนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวของสามบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินไอยคุปต์หรืออียิปต์โบราณเมื่อประมาณสี่พันปีก่อนรวมอยู่ด้วย นั่นคือ ฟาโรห์รามเสส กอรูนและโมเสส(นบีมูซา)

ยุคของฟาโรห์เป็นยุคที่พวกลูกหลานอิสราเอลตกต่ำหลังจากรุ่งเรืองเฟื่องฟูอยู่ในสมัยที่ยูซุฟเป็นผู้ปกครองอียิปต์ สาเหตุแห่งความตกต่ำก็เพราะพวกลูกหลานอิสราเอลหลงลืมสัญญาที่ทำไว้กับยะอ์กู๊บ(ยาโกบ)บิดาของตนเองว่าจะนับถือศาสนาของบิดาและของอับราฮัมผู้เป็นบรรพบุรุษของพวกตน นั่นคือศาสนาแห่งการศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว

แต่เมื่อยูซุฟจากไปไม่นาน พวกลูกหลานอิสราเอลได้หันไปกราบไหว้รูปเคารพที่พวกตนทำขึ้นมาเองและหลงระเริงในความมั่งคั่งจนละเมิดขอบเขตของศาสนา พระเจ้าจึงลงโทษคนพวกนี้ด้วยการถูกโค่นอำนาจและตกเป็นทาสของชาวไอยคุปต์เป็นเวลาหลายร้อยปี

 

800px-biskra_market_1899

 

ฟาโรห์เป็นกษัตริย์ไอยคุปต์ที่ชาวอียิปต์โบราณเคารพนับถือเหมือนดังเทพเจ้า ส่วนกอรูนและโมเสสเป็นลูกหลานอิสราเอล ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่ในราชสำนักของฟาโรห์ กอรูนทำมาหากินกับฟาโรห์ท่ามกลางลูกหลานอิสราเอลที่ถูกกดขี่จนเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของไอยคุปต์ในเวลานั้นถ้าไม่นับฟาโรห์ คัมภีร์กุรอานเล่าว่าทรัพย์สมบัติและเงินทองของกอรูนมีมากมายมหาศาลจนถึงขนาดแค่กุญแจกำปั่นเก็บสมบัติต่างๆของเขาต้องใช้ชายฉกรรจ์หลายคนแบก

กอรูนมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเองเป็นอย่างมาก เขาคุยโตโอ้อวดเสมอว่าความสำเร็จของเขามาจากความรู้และความสามารถของเขาล้วนๆ เขาดูถูกพวกลูกหลานอิสราเอลซึ่งเป็นญาติพี่น้องของเขาเองว่าไม่มีความสามารถและพระเจ้าไม่รัก ส่วนลูกหลานอิสราเอลเมื่อเห็นกอรูนมาปรากฏตัวก็อยากเป็นอยากมีอย่างกอรูนบ้าง

ส่วนโมเสสรอดจากการถูกฆ่าในตอนเกิดและได้มีโอกาสไปเติบโตในวังของฟาโรห์ แต่ในตอนเป็นหนุ่ม โมเสสได้พบชาวชาวไอยคุปต์กำลังทะเลาะอยู่กับชาวอิสราเอลคนหนึ่ง เขาจึงเข้าไปช่วยพวกของเขา และระหว่างชุลมุนกันนั้นเอง เขาได้ชกชาวไอยคุปต์จนล้มคว่ำตายคาที่ เขาจึงหนีออกจากอียิปต์ไปหลบภัยอยู่ในแผ่นดินของชาวมัดยัน

 

old-arabic-songs

 

เมื่อโมเสสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตของพระเจ้า เขาได้รับภารกิจให้ไปช่วยเหลือลูกหลานอิสราเอลจาการตกเป็นทาสและเชิญชวนฟาโรห์สู่การศรัทธาในพระเจ้าที่แท้จริง

ก่อนเข้าพบฟาโรห์ โมเสสได้เข้าหากอรูนก่อนเพราะเป็นลูกหลานอิสราเอลด้วยกัน ถ้ากอรูนเห็นด้วยกับเขาและช่วยเขา การปลดปล่อยลูกหลานอิสราเอลก็จะง่ายขึ้น ตามคัมภีร์กุรอาน โมเสสได้บอกกอรูนว่า “จงใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานแก่ท่านสร้างที่พำนักในโลกหน้า แต่ก็อย่าลืมส่วนของท่านที่ต้องใช้ในโลกนี้ จงทำดีเช่นเดียวกับที่พระเจ้าทำดีกับท่านและจงอย่าสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน เพราะพระเจ้าไม่ชอบผู้ก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน” (คำเตือนนี้มีอยู่ในคัมภีร์กุรอาน)

คำเตือนดังกล่าวเป็นคำพูดง่ายๆที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้ แต่เพราะความทะนงในความมั่งคั่งของตนผนวกกับความเชื่อมั่นว่าฟาโรห์จะหนุนหลังตน กอรูนจึงปฏิเสธความปรารถนาดีของโมเสส เขาดูถูกโมเสสและลูกหลานอิสราเอล ทั้งๆที่โมเสสได้บอกเขาแล้วว่าเขาได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าให้เป็นศาสนทูตของพระองค์ แต่เขาหารู้ไม่ว่าการปฏิเสธตัวแทนของพระเจ้าก็เท่ากับการปฏิเสธพระเจ้าโดยปริยาย

 

quran-660x350-copy

 

ในที่สุด คัมภีร์กุรอานได้เล่าว่าพระเจ้าได้ลงโทษกอรูนด้วยการให้ธรณีสูบคฤหาสน์ ทรัพย์สินจำนวนมากมายรวมทั้งตัวของเขาจมหายไป ทุกวันนี้ ศพและสมบัติมหาศาลของฟาโรห์ที่ถูกเก็บไว้ในปีรามิดขนาดมหึมาได้ถูกค้นพบแล้ว แต่ศพและสมบัติของกอรูนยังไม่มีใครค้นพบ

น่าเสียดายที่กอรูนมีทรัพย์สมบัติสมบัติมากมาย เขาสามารถสร้างวังและคฤหาสน์ได้หลายหลังขณะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ แต่เขาไม่สามารถสร้างที่พำนักอันสุขสบายในโลกหน้าให้แก่ตัวเองได้

 

ขอบคุณ : อ.บรรจง บินกาซัน

แบ่งปัน