_93924127_rhylislamic

มัสยิดเวลส์จะเปิดประตูให้กับประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม

บีบีซี รายงานว่า (5ก.พ.60) มัสยิดกว่า 150 แห่ง ทั่วสหราชอาณาจักร(อังกฤษ) ที่จะเปิดมัสยิดให้ประชาชนทั่วไปและคนต่างศาสนิกเข้าเยี่ยมชมมัสยิด

รวมถึงมัสยิด 9 แห่ง ในคาร์ดิฟฟ์, นิวพอร์ต, สวอนซี, เร็กซ์แฮม, บังเกอร์ในกวินเนด และริล, เดนบิกแชร์

โมฮัมเหม็ด อลัมกิร อะเหม็ด ของสภามุสลิมแห่งเวลส์(MCW) กล่าวว่า เป็น “วิธีการที่ดีของการร่วมกันข้ามพรมแดน”

ปีนี้เป็นที่สองของโครงการที่ได้ทำงาน และ MCW กล่าวว่า มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม 2,000 คนในปี 2016

ไม่มีการแต่งกายที่เฉพาะเจาะจง แต่ชายหญิงจะได้รับคำแนะนำว่า “สั้นเกินไปหรือเสื้อผ้าที่เปิดเผยควรจะหลีกเลี่ยงเป็นการดีที่สุด”

_93924129_alicestreemosque

นายอะเหม็ด กล่าวว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ห้ามชาวมุสลิม และถือว่าส่วนสำคัญที่ทำให้ชาวเวลส์ปฏิเสธข้อความของเขาและร่วมกันเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน”

คำสั่งของทรัมป์ให้แบนผู้ลี้ภัยเข้าสหรัฐฯ 120 วัน และระงับวีซ่าชาวมุสลิม 7 ประเทศมุสลิม

บรรดาผู้ลี้ภัยที่มีกำลังจะเดินทางอยู่ในสนามบินต้องถูกกักตัวไม่ให้เดินทาง แม้ว่าพวกเขาจะมีวีซ่าสหรัฐฯที่ถูกต้องหรือใบอนุญาตตรวจคนเข้าเมืองอื่นๆก็ตาม

เป็นการจุดประกายการประท้วงทั่วอเมริกาและยุโรป ในส่วนในเวลส์ก็เช่นกัน

คำสั่งได้ถูกระงับโดยผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายตามกฎหมายต่อจากการบริหารของทรัมป์ซึ่งยังเคลื่อนไหวที่จะมีการตัดสินใจใหม่

“ต้องมีความชัดเจน สื่อรายงานเท็จ เขาไม่ได้แบนชาวมุสลิม” ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวแถลงในเฟซบุ๊ก

“นี้ไม่ได้เป็นการแบนเกี่ยวกับศาสนา นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการก่อการร้ายและการรักความปลอดภัยในประเทศของเรา มีประเทศมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่แตกต่างกันที่มีชาวมุสลิมส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับผลกระทบในคำสั่งนี้

Welsh mosques will open their doors to the public as part of an effort to help people understand about Islam.

แบ่งปัน