มัสยิดในพื้นที่จังหวัดยะลา กว่า 470 แห่ง ยังคงทำการประกอบพิธีละหมาดญุมอะห์ หรือละหมาดวันศุกร์ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 หลังจากที่ได้มีคำสั่งผ่อนปรนให้ทำการละหมาดได้ โดยในวันนี้ ทางคณะกรรมการมัสยิด ผู้นำศาสนา ยังปฏิบัติตามกฎระเบียบมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา โดยให้มีการเว้นระยะห่างในการประกอบพิธีละหมาด ให้มีการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และผู้ที่มาละหมาดจะต้องอาบน้ำละหมาดมาจากที่บ้าน พร้อมกับสวมใส่หน้ากากอนามัย และทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนเข้าร่วมพิธีละหมาดในมัสยิด

ซึ่งภายหลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดยะลา เริ่มดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะจังหวัดยะลา ผู้ป่วยรายใหม่มีตัวเลขเป็น 0 มาเป็นจำนวน 32 วัน เท่ากับว่าป็นพื้นที่สีเขียว คือ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงในระดับต่ำ จึงสามารถกลับมาประกอบพิธีละหมาดวันศุกร์ได้ แต่ยังคงมีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันที่ทางจังหวัดได้กำหนดไว้

ททททททขณะเดียวกัน ในส่วนของการประกอบพิธีละหมาดญามาอะห์ หรือละหมาด 5 เวลาที่มัสยิดนั้น หลังจากที่ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ออกประกาศผ่อนปรนมาก่อนหน้านี้ ขณะนี้ทางคณะกรรมการพิจารณาการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดจังหวัดยะลา ได้ขอความร่วมมือมัสยิดทุกแห่งที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการฯ และต้องการทำการละหมาดญามาอะห์ หรือ ละหมาด 5 เวลาที่มัสยิดนั้น ให้ไปยื่นของความจำนงได้ที่ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง เพื่อทางอำเภอจะได้ประสานกับทางจังหวัดและสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาในลำดับต่อไป

แบ่งปัน