จินตนาการของมนุษย์ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถรับอิทธิพลจากข้อมูลที่เราได้มาที่อื่นก็ได้ เช่น คนที่ดูหนังบ่อย หนังที่เกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ต่างดาว ก็อาจจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งเหล่านี้และไปเห็นอะไรที่มันแปลกๆ…….

จากกรณีที่โลกออนไลน์ แชร์คลิปร่างทรงที่สื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้ และออกมาเตือนเรื่องภัยพิบัติต่างๆ โดยพบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่สถานปฏิบัติธรรม เขากะลา จ.นครสวรรค์ โดยมีการอันเชิญเทพที่อ้างว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว ชื่อพลูโต มาลงทรงสิงห์สถิตในร่างของชายคนหนึ่ง ก่อนจะมีชายอีกคนหนึ่งพูดสอบถามถึงดวงโลกในปี ค.ศ.2020 ซึ่งร่างทรงรายนี้ได้สร้างความฮือฮาแก่ผู้เข้าร่วมพิธี ด้วยภาษาการพูดท่วงทำนองคล้ายกับแร็พเปอร์ที่ไม่มีใครในโลกนี้เคยได้ยินมาก่อน เนื่องจากอ้างว่าเป็นการใช้ภาษาของต่างดาว แต่ในเวลาต่อมาร่างทรงรายเดิมก็เปลี่ยนมาใช้ภาษามนุษย์พูดคำทำนายของโลก โดยระบุว่าในปี 2020 จะเกิดภัยพิบัติรุนแรงถึงขั้นล้างโลกและไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่ จนทำให้ผู้ที่เข้ามาชมคลิปดังกล่าว ต่างมาคอมเม้นท์วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่หาว่าเป็นความงมงายหลอกลวงชาวบ้าน

เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นอิสลามมีทัศนะอย่างไร ในคัมภีร์อัลกุรอานที่อัลลอฮฺบอกไว้ถึงสิ่งมีชีวิตอื่นในชั้นฟ้ามีหรือไม่? หะดีษว่าอย่างไร? “สกู๊ปข่าวหลัก” ฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “อาจารย์ไฟซอล อยู่เป็นสุข” อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนคุณธรรมวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา มาช่วยเคลียร์ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ตามหลักการอิสลาม

อ.ไฟซอล กล่าวว่า “ทุกชีวิตที่อัลลอฮฺทรงสร้างและทรงบังเกิดล้วนมีเป้าหมายทั้งสิ้น หากแต่บางครั้งพวกเราอาจไม่รู้ถึงเหตุผลถึงสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมา ยกเว้นบางเรื่องราวที่ถูกระบุเหตุผลและเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ดังการสร้างมนุษย์ ญิน มลาอีกะห์ เรารู้ถึงเป้าหมายได้อย่างชัดเจน

ความสงสัยจึงเกิดขึ้นเมื่อเราได้ยินเรื่องราวที่แปลกประหลาดตามสื่อออนไลน์หรือตามข่าวหนังสือพิมพ์หรือข่าวโทรทัศน์ที่ประโคมข่าวพูดถึงสิ่งแปลกประหลาด บ้างก็ว่าเรื่องของมนุษย์ต่างดาวบ้าง จานบินบ้าง จึงทำให้เราอาจคิดไปไกลว่า สรุปแล้วมีอะไรที่แปลกประหลาดบนโลกดุนยาใบนี้ที่มากกว่าเรื่องราวที่เราได้รับรู้ นอกเหนือจาก มนุษย์  ญิน และมลาอีกะห์”

สิ่งที่อยู่บนโลกเราและในจักรวาลบังเกิดขึ้นมาโดยการสร้างของอัลลอฮฺทั้งสิ้น อัลลอฮฺทรงตรัสความว่า และส่วนหนึ่งจากสัญญาณจากสัญญาณของพระองค์ คือการที่พระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน และทรงทำให้มีสัตว์นานาชนิดกระจัดกระจายทั้งในชั้นฟ้าและแผ่นดินและพระองค์ทรงเดชานุภาพในการที่จะนำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมารวมกันเมื่อพระองค์ทรงประสงค์ (อัชชุรอ อายะห์ที่ 29)

 

image42

 

อ.ไฟซอล กล่าวต่อว่า “เรารู้ถึงสัตว์ต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่บนหน้าแผ่นดินบนโลกใบนี้ หากแต่สัตว์บางประเภทกระจัดกระจายอยู่บนท้องฟ้า? แน่นอนว่าเราไม่รู้ถึงรูปลักษณ์ของสัตว์เหล่านั้นเพราะมิได้ระบุเอาไว้ในตัวบทหลักฐานไว้อย่างชัดเจน สิ่งที่เรารับรู้ที่ถูกระบุไว้เป็นตัวตนและรูปร่างที่ชัดเจน ก็คือมนุษย์และสัตว์ที่อยู่บนดินเท่านั้น อื่นจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นมลาอีกะห์ ญิน หรือสิ่งอื่นๆ ถูกระบุว่ามีอยู่จริงหากแต่ไม่ได้ระบุถึงรูปร่างที่ชัดเจนเหมือนดั่งกับมนุษย์”

ในฟากฟ้ามีสิ่งอื่นอาศัยอยู่นอกเหนือจากมลาอีกะห์อีกหรือไม่? อัลลลอฮฺได้ตรัสไว้ความว่า และสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดินจากสัตว์ต่างๆ และหมู่มลาอีกะห์จะซูญูดต่อพระองค์ และพวกเขาจะไม่แสดงความโอหัง(อันนะลุ อายะห์ที่ 49)

จากอายะห์อัลกุรอาน บ่งบอกว่าในชั้นฟ้ามีทั้งมลาอีกะห์และสัตว์ที่จะคอยทำหน้าที่ซูญูดต่ออัลลอฮฺ เพราะอายะห์กุรอานได้แยกกลุ่มมลาอีกะห์ออกจากกลุ่มของสัตว์โดยที่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดเดียวกัน จึงเป็นคำตอบว่า ในชั้นฟ้าอื่นจากมลาอีกะห์แล้วยังมีสิ่งถูกสร้างอย่างอื่นที่อาศัยอยู่ร่วมกับมลาอีกะห์ด้วย

สำหรับข้อสงสัยที่อาจมีในหลายๆ คน  อายะห์กุรอานข้างต้นน่าจะเป็นตัวบทยืนยันถึงสิ่งที่มุสลิมควรจะรับรู้ว่าบนโลกใบนี้มีอะไรมากมายที่เรายังไม่รู้ เพียงแต่เราเองต้องค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้ให้มากขึ้นกับศาสตร์ที่มีอยู่ในอัลกุรอาน

 

kaokalaufo

 

อัลกุรอานพูดเรื่องสิ่งมีชีวิตที่อื่นจาก มนุษย์ ญิน ไว้อย่างไรบ้าง ?

  1. สิ่งมีชีวิตอื่นจากญินและมนุษย์ และมลาอีกะห์ ล้วนแต่มีรูปร่าง และบางกลุ่มก็ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และบางกลุ่มก็ชอบระรานกันเอง
  2. อัลกุรอานพูดถึงแผ่นดินว่ามีเจ็ดชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นย่อมมีสิ่งมีชีวิตที่เหมือนชั้นแผ่นดินของมนุษย์
  3. ในกุรอานได้พูดถึงพืชที่มีในชั้นฟ้ารวมไปถึงน้ำและดวงอาทิตย์

 

เราต้องรู้ว่า ในอัลกุรอานได้พูดถึงสิ่งที่ถูกสร้างในประเภทของสัตว์(ด๊าบบะฮฺ) แน่นอนว่ากุรอานไม่ได้พูดเกี่ยวข้องกับมลาอีกะห์และญิน เหตุเพราะมลาอีกะห์ถูกสร้างมาจากรัศมี ส่วนญินถูกสร้างมาจากแปลวไฟ ส่วนสัตว์ถูกสร้างมาจากน้ำ

ดังที่พระองค์ได้กล่าวว่า และพระองค์ทรงบังเกิดสัตว์ทุกตัวมาจากน้ำ บางส่วนของพวกมันเคลื่อนย้ายตัวโดยการคลาน และบางส่วนก็ใช้สองเท้าเดิน และบางส่วนก็ใช้สี่เท้าในการเดิน และพระองค์ทรงสร้างตามที่พระองค์ทรงประสงค์ (อันนูร อายะห์ที่ 14)

และอัลกุรอานก็ยังบอกเราอีกว่าสรรพสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงสร้างล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์เดียวคือการที่พวกเขาเหล่านั้นถูกสร้างเพื่อซูญูดต่อพระองค์ แต่ในช่วงเวลาหนึ่งสัตว์เหล่านี้จะออกมาจากที่ที่ตนเองอาศัยอยู่หากเป็นการอนุมัติจากอัลลอฮฺดังที่พระองค์ทรงกล่าวว่า “และเมื่อพระดำรัสของอัลลอฮฺที่ได้ตรัสไว้ ได้ถึงเวลานั้น(วันกิยามะห์) เราจะนำเอาสัตว์เหล่านั้นออกมาจากแผ่นดิน และกล่าวแก่พวกเขาว่า มนุษย์นั้นไม่มั่นใจต่อโองการต่างของเรา” (อันนัมลุ 82)

 

562000008064402

 

ศัพท์ที่อัลกุรอานใช้คือคำว่า เราจะเอาออกมา แต่ไม่ได้ใช้คำว่า เราจะสร้างมา แสดงว่าสิ่งดังกล่าวย่อมมีอยู่แล้วเพียงแต่เรายังไม่ได้ถูกทำให้เห็นนะเวลานั้น และยังไม่ได้รับบัญชาให้ออกมาในเวลานี้

“เรารับรู้เรื่องราวช่วงหนึ่งที่มลาอีกะห์ได้สนทนาโต้ตอบกับอัลลอฮฺ ในเรื่องการสร้างท่านนบีอาดัมโดยมลาอีกะห์เองเห็นความโกลาหลของสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสร้างมาก่อนมนุษย์ว่ามีแต่ความสูญเสีย กลุ่มหนึ่งที่สร้างความสูญเสียและสร้างความวุ่นวายก็คือกลุ่มของสัตว์(ด๊าบบะฮฺ) ที่ทำให้มลาอีกะห์เห็นว่าจะนำมาซึ่งความวุ่นวาย จึงได้บอกกับอัลลอฮฺนั่นเอง

ประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับมุสลิมโดยตรงก็คือความเชื่อที่สิ่งเหล่านั้นจะนำมาซึ่งคุณประโยชน์หรือให้โทษกับเราได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะมันจะทำให้หลักความเชื่อของเราผิดเพี้ยนไปจากแนวทางของหลักการ หากเราเข้าใจในประเด็นข้างต้นที่นักวิชาการให้ทัศนะและมุมมอง

เราจะเข้าใจทันทีว่าทั้งหมดคือสิ่งที่อัลลอฮฺสร้างมา มีจุดเริ่มต้นก็ต้องมีจุดดับสูญ ในเมื่อยังไม่สามารถรักษาตนเองให้เป็นอมตะได้ แล้วนับภาษาอะไรที่มันจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากภัยและการเจ็บป่วยได้

ถ้ารู้ถึงที่มาเราจะรู้ถึงเวลาที่มันต้องไป ทุกวันนี้คุยภาษาเดียวกันบางครั้งเรายังคุยกันไม่เข้าใจเลย แล้วนี่เราจะไปคุยกับใครที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ใช้ภาษาอะไร ถามหน่อยว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ อีกหน่อยอาจมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นก็ได้ ธุรกิจล่ามแปลภาษา จากมนุษย์สู่ต่างดาว เรียกสติกลับคืนมา เพราะสังคมโลกเขาบอกว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐที่สุด ตรงที่ พูดได้ คิดเป็น แยกแยะชั่วดีได้ อย่าให้ตายน้ำตื้นกับเรื่องแค่นี้เลย” อ.ไฟซอล กล่าวทิ้งท้าย

 

top-7-nerazgadannyh-tajn-chelovechestva

 

สำหรับมุสลิมแล้วเรื่องดังกล่าวมันไม่สามารถส่งผลกระทบอะไรได้เลยถ้าเขาเห็นอะไรที่มันแปลกประหลาด มันไม่น่าจะทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายได้ สมมติถ้ามีจริงเราก็ดำเนินชีวิตต่อไปอย่าให้เรื่องนี้มาขัดขวางการเคลื่อนไหวของเราทำให้เราผวาเกินไป

แม้ว่าผู้ที่เห็นจะตีความว่ามันเป็นอะไรก็แล้วแต่ สำหรับมุสลิมก็เฉยๆ เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่มีเรื่องประหลาดเยอะ เรื่องประหลาดซึ่งเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺสร้าง เราต้องกลับไปหาอัลลอฮฺ(ซบ.) สรรเสริญเพราะพระองค์คือผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้ทรงสร้าง สิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ เรื่องประหลาดกว่านี้ก็มี อย่าให้เรื่องนี้มาทำให้เราหวาดกลัวเกินไป ขี้สงสัยเกินไปอันนี้ไม่ควรสำหรับผู้ศรัทธา

 

ขอขอบคุณ : อ.ไฟซอล อยู่เป็นสุข อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนคุณธรรมวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา