ปัญหาสิ่งแสดล้อมถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ผู้คนในยุคปัจจุบันทั่วทุกมุมโลกให้ความสำคัญและมองว่าเป็นปัญหาระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เป็นปัญหาระดับประเทศ หรือเป็นปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะเท่านั้น เราจะเห็นได้จากช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนจากหลายทวีป หลายประเทศ หลายเชื้อชาติออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ประชาคมโลกเห็นความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับปัญหาภาวะโลกร้อนที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสถึงความเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ของเราเอาไว้อย่างชัดเจนในอายะฮ์ที่ 41 ของซูเราะฮ์อัรรูมความว่า

قال الله تعالى : ” ظَهَرَ الْفَسَادُ فِي الْبَرِّ وَالْبَحْرِ بِمَا كَسَبَتْ أَيْدِي النَّاسِ لِيُذِيقَهُم بَعْضَ الَّذِي عَمِلُوا لَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ ” سورة الروم /41

 

ความว่า “ความเสียหาย ความเสื่อมโทรม และการบ่อนทำลายได้เกิดขึ้นแล้วทั้งทางบกและทางน้ำ เนื่องมาจากฝีมือของมนุษย์ที่ได้กระทำเอาไว้ ทั้งนี้เพื่อที่พระองค์อัลลอฮ์จะทรงให้พวกเขาได้ลิ้มรสบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาได้ประกอบเอาไว้ หวังว่าพวกเขาจะกลับเนื้อกลับตัว”

ท่านอีหม่ามบัยฎอวีย์กล่าวว่า “การบ่อนทำลายที่ถูกกล่าวถึงในอายะฮ์นี้หมายถึง ความแห้งแล้ง อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและภัยอื่น ๆ ตลอดจนความเจริญที่ลดน้อยถอยลงนั้นล้วนแล้วเป็นผลมาจากฝีมือและการก่อกรรมทำเข็ญของมนุษย์ทั้งสิ้น”

สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับในอดีตปรากฏว่าเสื่อมโทรมเลวลงกว่าในอดีตมาก และมีการคาดการณ์ล่วงหน้าในอนาคตว่าหากไม่มีการควบคุมที่ดีพอสิ่งแวดล้อมก็จะเสื่อมโทรมเลวร้ายลงไปอีก ความเสื่อมโทรมหรือพยาธิสภาพของสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเพราะเหตุปัจจัยหลายอย่าง ประเทศไทยของเราก็เป็นประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ

 

ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl2hllzavdwqvmi8xndm4ns9haxitcg9sbhv0aw9ulmpwzw

 

วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คือ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายของมนุษย์ เช่น มลพิษทางอากาศ  มลพิษทางน้ำ และมลพิษทางเสียง เป็นต้น

  1. มลพิษทางอากาศ หรืออากาศเป็นพิษ ส่วนใหญ่พบมากตามเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  เชียงใหม่ สาเหตุเกิดจากควันพิษจากท่อไอเสีย และโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนควันที่เกิดจากการเผาขยะและฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอาคารสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน เกิดโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจ เกิดโรคมะเร็งในปอด เป็นต้น
  2. มลพิษทางน้ำ  เกิดจากน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ การปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม
  3. มลพิษทางกลิ่น  เกิดจากนิคมอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียและอากาศเป็นพิษ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง
  4. มลพิษทางเสียง   เกิดจากเสียงที่ดังเกินปกติจากยานพาหนะจากสถานประกอบการ และจากอาคารบ้านเรือน เกิดผลกระทบต่อระบบการได้ยิน สุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชน
  5. สารมลพิษ   เกิดจากสารตะกั่วและสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้าบางชนิด เช่น การใช้สีที่มีสารตะกั่วมาประกอบอาหาร การทำเครื่องสำอางและภาชนะพลาสติกที่ไม่ได้มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ตลอดจนการใช้สารเคมีในการเกษตรทำให้เกิดพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อมและถ่ายทอดสู่คนในระบบห่วงโซ่อาหารทำให้มนุษย์ได้รับสาพิษในที่สุด
  6. มลพิษจากขยะมูลฝอย   เกิดจากการเพิ่มของประชาชน การเก็บขยะและการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลเกิดการตกค้าง ตลอดจนขยะบางชนิดย่อยสลายยากและประชาชนบางส่วนขาดจิตสำนึกที่ดีในการรักษาความสะอาด ทำให้บ้านเมืองสกปรกและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์โดยตรง

หลักการอิสลามเป็นหลักการที่ครอบคลุมวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทุกรูปแบบ ถ้าเราได้ศึกษาหลักการของอิสลามอย่างพินิจพิเคราะห์ เราก็จะพบว่าอิสลามนั้นเรียกร้องผู้คนทั้งหลายให้เห็นความสำคัญของการรักษาธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวเราให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนเฉกเช่นในอดีต พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงสร้างสรรค์โลกใบนี้ขึ้นมาอย่างมีระบบ มีกลไกลที่ซับซ้อน แต่ละสิ่งแต่ละอย่างที่มีอยู่ในโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่มีความเชื่องโยงเกี่ยวพันกันและต้องพึ่งพาอาศัยกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมีหน้าที่ต้องรักษาดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุลและสมบูรณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสถึงเรื่องนี้เอาไว้ในโองการที่ 88 ของซูเราะฮ์อันนัมลฺความว่า

قال الله تعالى : ” وَتَرَى الْجِبَالَ تَحْسَبُهَا جَامِدَةً وَهِيَ تَمُرُّ مَرَّ السَّحَابِ ۚ صُنْعَ اللَّهِ الَّذِي أَتْقَنَ كُلَّ شَيْءٍ ۚ إِنَّهُ خَبِيرٌ بِمَا تَفْعَلُونَ ” سورة النمل /88

 

ความว่า “และบรรดาขุนเขาทั้งหลายที่ท่านเห็นนั้น ท่านคิดว่ามันติดแน่นอยู่กับที่ แต่ความจริงบรรดาภูเขาเหล่านั้นมันล่องลอยไปในอากาศประดุจดังการล่องลอยของก้อนเมฆ (นั่นคือ)การงานของพระองค์อัลลอฮ์ซึ่งพระองค์ทรงทำทุกสิ่งอย่างเรียบร้อยเป็นระบบ แท้จริงพระองค์อัลลอฮ์นั้นพระองค์เป็นผู้ทรงตระหนักและรู้ดีในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ”

 

hopetoun_falls

 

ตัวอย่างบางประการที่ทำให้เราเห็นว่าอิสลามนั้นให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อนและเรียกร้องผู้คนทั้งหลายให้หันมาเอาใจใส่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของโลกใบนี้ให้อยู่กับเราไปนานแสนนานเท่าที่สามารถจะทำได้

  1. พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงส่งเสริมและสนับสนุนให้มวลผู้ศรัทธาทั้งหลายใช้ชีวิตอย่างมีสติ พอเพียง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สรุ่สุร่าย และบริโภคสิ่งต่างๆที่พระองค์ทรงประทานให้แต่พอประมาณซึ่งรวมไปถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีสติไม่ฟุ่มเฟือยเช่นเดียวกัน พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสถึงเรื่องนี้เอาไว้ในซูเราะฮ์อัลฟุรกอน อายะฮ์ที่ 67 ความว่า

قال الله تعالى : ” وَالَّذِينَ إِذَا أَنفَقُوا لَمْ يُسْرِفُوا وَلَمْ يَقْتُرُوا وَكَانَ بَيْنَ ذَٰلِكَ قَوَامًا ” سورة الفرقان /67

 

ความว่า “และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่ และระหว่างทั้งสองสภาพนั้น พวกเขาอยู่สายกลาง”

  1. ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) พยายามเรียกร้องให้ผู้มีศรัทธาทั้งหลายมอบความรักและความเห็นอกเห็นใจให้กับผู้คนที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกันโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะและชาติพันธ์ นอกจากนั้นท่านศาสดายังพยายามปลูกฝังให้ประชาชาติของท่านรักธรรมชาติและเห็นคุณค่าของธรรมชาติที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงสร้างสรรค์มาอย่างปราณีตและเป็นระบบ ดังมีเหตุการณ์หนึ่งซึ่งทำให้เราได้เห็นมุมมองของท่านศาสดา (ซ.ล.)ที่มีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ท่านศาสดา (ซ.ล.) เดินทางกลับจากการทำสงครามตะบูกมุ่งสู่นครมะดีนะฮ์โดยมีบรรดาอัครสาวกของท่านร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย เมื่อท่านเดินทางผ่านสถานที่ต่างๆก่อนที่จะเข้านครมะดีนะฮ์ ท่านกล่าวว่า

ورد عن الرسول -صلّى الله عليه وسلّم- أنّه قال وهو عائدٌ من غزوة تبوك إلى المدينة المنوّرة: “هذه طابةُ، وهذا أُحدٌ، جبلٌ يُحبنا ونحبُّه ” رواه البخاري

 

ความว่า “นี่คือ เมืองฏอบะฮ์ และนี่คือ ภูเขาอุฮุด มันเป็นภูเขาที่รักพวกเราและพวกเราก็รักมันเช่นเดีวยกัน” รายงานโดยอีหม่ามบุคอรีย์

 

68

 

  1. ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ห้ามมิให้ผู้ศรัทธาทั้งหลายสร้างมลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัวเรา ดังที่เราเห็นได้จากแบบฉบับของท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) เมื่อครั้งที่ท่านได้ตอบคำถามบรรดาอัครสาวกของท่านที่ถามท่านถึงสิทธิที่เราจะต้องมอบให้กับถนนหนทางต่างๆที่เราได้ใช้ประโยชน์จากมันว่า “สิทธิที่เราจะต้องมอบให้กับถนนหนทางยามที่เราใช้ประโยชน์จากมันก็คือ การลดสายตาขณะใช้ถนนหนทาง นอกจากนั้นแล้วเมื่อมีพี่น้องคนหนึ่งคนใดกล่าวทักทายเราด้วยสลาม เราก็รับสลามนั้นด้วยความเต็มใจ และเมื่อเราพบเห็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดอัตรายกับผู้คนที่เดินสัญจรไปมา เราก็เก็บกวาดสิ่งนั้นออกไปจากทางเท้าเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้คนที่เดินผ่านไปมา” นอกจากนั้นแล้วอีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นคำสอนของท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ที่ชัดเจนมากในเรื่องนี้ก็คือ ท่านนบี (ซ.ล.) ห้ามไม่ให้ประชาชาติของท่านปัสสาวะเรี่ยราดไม่เป็นที่เป็นทาง ไม่สนใจว่าสถานที่ตรงนั้นเป็นที่ๆผู้คนส่วนใหญ่ใช้ในการนั่งพักยามที่เดินทางผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนบีห้ามปัสสาวะลงในน้ำที่นิ่ง ดังมีรายงานจากท่านอะบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ฏ.) เล่าว่าครั้งหนึ่งท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า

عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رضي الله عنه عَنِ النَّبِيِّ صلّى الله عليه وسلّم قَالَ: “لاَ يَبُولَنَّ أَحَدُكُمْ فِي الْمَاءِ الدَّائِمِ ثُمَّ يَغْتَسِلُ مِنْهُ”.

 

ความว่า “ท่านทั้งหลายอย่าได้ปัสสาวะลงในน้ำที่นิ่ง (ไม่ไหล) แล้วต่อมาก็นำน้ำนั้นมาชำระล้างทำความสะอาด”

  1. ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) เรียกร้องและสนับสนุนให้ประชาชาติของท่านร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะต้นไม้ จะเห็นได้ว่าแม้กระทั่งภาวะสงครามท่านนบีก็ยังห้ามมิให้บรรดาทหารผู้กล้าของท่านตัดต้นไม้ หรือทำลายบ้านเรือนของคู่สงครามโดยไม่มีความจำเป็น มีรายงานจากท่านอนัส(ร.ฏ.) เล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านศาสดา (ซ.ล.) กล่าวว่า

عن أنس رضي الله عنه قال قال رسول الله صلى الله عليه وسلم [مَا مِن مُسلم يَغرِسُ غَرْسًا أو يَزرَعُ زَرْعًا فيأكُلُ مِنه طَيرٌ أو إنسَانٌ أو بهيْمَةٌ إلا كان لهُ بهِ صَدقَةٌ ]. رواه النسائي.  

 

ความว่า “ไม่มีมุสลิมคนใดที่เขาปลูกต้นไม้ หรือปลูกพืชชนิดต่างๆเอาไว้  ต่อมาก็มีนก หรือมนุษย์ หรือสัตว์ต่างๆมากัดกิน หรือเก็บกินผลของต้นไม้เหล่านั้น เว้นแต่เขาจะได้ผลบุญเท่ากับทำซ่อดะเกาะฮ์”

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ นี่คือตัวอย่างบางตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นถึงมุมมองของอิสลามที่มีต่อสิ่งแวดทางธรรมชาติและปัญหาโลกร้อนที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ เราทุกคนคงต้องหันมาเอาใจใส่ปัญหานี้อย่างเอาจริงเอาจังมากยิ่งขึ้น

 

ขอขอบคุณ : ผศ.ดร.สมชาย (ฮัสบุ้ลเลาะหฺ) เซ็มมี