ผู้สืบสวนด้านสิทธิมนุษยชนว่าด้วยพม่าของสหประชาชาติเรียกร้องให้บังกลาเทศระงับแผนการที่จะเริ่มส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจาหลายแสนคนไปยังรัฐยะไข่ในเดือนนี้ โดยเตือนว่า ผู้ลี้ภัยจะเผชิญกับ “ความเสี่ยงสูงที่จะถูกกดขี่ข่มเหง”

ผู้ลี้ภัยโรฮีนจามากกว่า 700,000 คน ข้ามแดนไปยังฝั่งบังกลาเทศจากภาคตะวันตกของพม่า ตามการระบุของหน่วยงานสหประชาชาติ หลังกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจาโจมตีกองกำลังความมั่นคงของพม่าเมื่อเดือน ส.ค.2560 และส่งผลให้ฝ่ายทหารดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรง

สองประเทศเห็นพ้องกันเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่จะเริ่มส่งผู้ลี้ภัยกลับพม่าในกลางเดือน พ.ย. แต่หน่วยงานผู้ลี้ภัยสหประชาชาติได้กล่าวว่า สภาพเงื่อนไขในรัฐยะไข่ยังไม่เหมาะสมต่อการเดินทางกลับ

ยางฮี ลี ผู้แทนพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในพม่าของสหประชาชาติ ระบุในคำแถลงว่า เธอได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากผู้ลี้ภัยในเมืองคอกซ์บาซาร์ ว่า พวกเขาหวาดกลัวอย่างมาก ว่าชื่อของพวกเขาจะอยู่ในรายชื่อผู้ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศ

นอกจากนั้น ลี ระบุว่า เธอยังไม่ได้เห็นหลักฐานใดๆ ของรัฐบาลพม่าในการสร้างสภาพแวดล้อมที่โรฮีนจาสามารถกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย พร้อมกับการได้รับการรับรองสิทธิ

“รัฐบาลล้มเหลวที่จะรับประกันว่าพวกเขาจะไม่เผชิญต่อความทุกข์ทรมานจากการกดขี่ข่มเหง และความรุนแรงโหดร้ายแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก” ลี กล่าว

ต้นตอของวิกฤตต้องได้รับการแก้ไขเป็นสิ่งแรก รวมทั้งสิทธิการเป็นพลเมืองและเสรีภาพในการเคลื่อนไหว ลี กล่าว แต่พม่าไม่ยอมรับว่าโรฮีนจาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศ และชาวพม่าจำนวนมากเรียกโรฮีนจาว่าเบงกาลี ที่หมายถึงคนของบังกลาเทศ.

 

ที่มา : MGR Online

แบ่งปัน