ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย…สร้างชีวิตใหม่ในอิสตันบูล

นับตั้งแต่เหตุการณ์สงครามกลางเมืองในซีเรียตั้งแต่ปี 2011 ตุรกีได้เปิดรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมาเข้าพักอยู่ในประเทศแล้วกว่า 3 ล้านคน แต่การอยู่ร่วมกันของพวกเขากับประชาชนในท้องถิ่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก สภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเป็นเรื่องยาก แต่หลายคนเอาชนะความท้าทายเหล่านี้เพื่อผลักดันให้อนาคตของตนเองสดใสขึ้น

ไทบ์-เปิดบริษัทด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จัสมิน-เรียนจบด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มัยซา-ผู้หลงใหลในเสียงเพลงเธอสร้างวงขับร้องประสานเสียง ในขณะที่ รีม-เป็นผู้ช่วยเยียวยาจิตใจแก่ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ

ทั้งสี่อาศัยอยู่ในกรุงอิสตันบูลของตุรกี และสามารถพูดภาษาตุรกีได้อย่างคล่องแคล่ว เราจะพาทุกท่านมาดูว่า ชีวิตใหม่ของเขาทั้งสี่นั้นสวยงามขนาดไหน…

001

1. “ดนตรีนั้นทำให้จิตวิญญาณของฉันกลับมา” มัยซากล่าว เธอสอนวิชาขับร้องประสานเสียงในโบสถ์ทุกเย็นของวันพฤหัสบดี เป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยจะขับร้องเป็นภาษาตุรกี อาหรับ เคิร์ท กรีก และเปอร์เซีย

 

002

2. มัยซาสอนวิชาดนตรีแบบส่วนตัวให้กับแอชตันหนุ่มน้อยชาวอังกฤษ เธอสอนแอชตันเป็นเวลากว่าสองปีแล้ว โดยครอบครัวของแอชตันเป็นครอบครัวแรกที่ตอบรับการเรียนการสอนแบบส่วนตัวของเธอผ่านทางเฟสบุ๊ก ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้กลายเป็นส่วนนึงของครอบครัวนี้แล้ว

 

003

3. มันซาจะไปเยี่ยมเด็กๆ ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ยากจนเดือนละครั้ง ในสถานที่ที่แตกต่างกันไป เธอจะไปเล่นดนตรีอย่างสนุกสนาน และร้องเพลงที่มีชื่อเสียงในซีเรียกับพวกเขา ก่อนที่จะมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กับพวกเด็กๆ เธอกล่าวว่า “ยิ่งฉันให้มากเท่าไหร่…มันยิ่งทำให้ฉันประหลาดใจ…และฉันก็ได้รับกลับบมามากขึ้นเท่านั้น”

 

004

4. รีมในวัย 32 เธออาศัยอยู่ในตุรกีมา 4 ปีแล้ว เธอจะใช้เวลาว่างเพื่อมาพูดคุยกับเด็กๆ ชาวซีเรีย สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา และเธอยังสอนให้เด็กๆ นั้นรักการอ่าน โดยจะมีการจัดเทศกาลหนังสือเล็กๆ ขึ้นในแต่ละชุมชน เธอบอกว่าการอ่านหนังสือนั้นจะช่วยเหลือพวกเขาและช่วยเหลือสังคมได้

 

005

5. รีมจัดกิจกรรมเวิร์คช็อป “การปลูกฝังความมั่นใจเและการมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต” สำหรับเด็กผู้หญิงชาวซีเรีย ในตอนท้ายของกิจกรรมจะให้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนนั้นเขียนสิ่งที่น่าสนใจของเพื่อนๆ แล้วนำมาแบ่งปันกัน

 

006

6. รีมและอาสาสมัครคนอื่นๆ เข้าร่วมมาราธอนประจำปี พวกเขาช่วยผู้พิการ 12 คน ให้การเข้าเส้นชัย

 

007

7. ไทบ์ออกจากดามัสกัสในปี 2012 และเป็นหัวหน้าในการก่อตั้งบริษัททางด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับเพื่อนชาวซีเรียของเขา อีก 6 คน

 

008

8. ไทบ์ได้ช่วยเหลือไตบ์น้องชายของเขา เพื่อหลบหนีออกจากซีเรีย ตอนนี้เขาทั้งสองได้อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์ที่สวยงามในอิสตันบูล

 

009

9. ไทบ์ได้พบกับเซอรินเพื่อนสาวชาวตุรกี หลังจากที่เขาสามารถสื่อสารภาษาตุรกีได้อย่างคล่องแคล่ว เขาพูดคุยถึงประเด็นเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจกับเธอ และวางแผนที่จะทำงานช่วยเหลืออผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่อยู่ในตุรกี

 

010

10. จัสมินในวัย 24 ปี เธอสนใจสาขาวิชาวิศกรรมสิ่งแวดล้อม แต่แล้วเธอก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยในอเลปโป เมื่อปี 2013 เมื่อเข้ามาที่ตุรกี เธอจึงไม่รอช้าที่จะศึกษาต่อในสิ่งที่เธอรัก ณ มหาวิทยาลัยอิสตันบูลจนเธอสำเร็จการศึกษา

 

011

11. จัสมินเป็นอาสาสมัครที่ศูนย์เยาวชนยุสรอ ที่ซึ่งทำการช่วยเหลือครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในกรุงอิสตันบูล โดยเธอจะมาสอนภาษาตุรกีให้กับเด็กๆ ชาวซีเรียสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

 

012

12. จัสมินคุยโทรศัพท์กับพ่อของเธอ ที่ทำงานอยู่ระหว่างซีเรียละบาห์เรน เธอมักคุยกับพ่อเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าทางครอบครัวเธอนั้นยังสบายดี เพราะในตุรกีพ่อของเธอไม่สามารถหางานทำได้ เนื่องจากอุปสรรคทางด้านภาษา เธอหวังว่าจะได้อยู่ร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง

แบ่งปัน