การทำงานในยุค 4.0 นั้นเราจะต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
เพื่อที่จะได้ก้าวตามทันเทคโนโลยี และมีความก้าวหน้าทางการทำงานมากขึ้น
เพราะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นกุยแจที่สำคัญที่จะประสบความสำเร็จ”

            ด้วยประสบการณ์การทำงานตลอดระยะเวลากว่า  40 ปี ของอาจารย์ศรีวรรณ สายฟ้า ที่บริหารทั้งงานด้านการศึกษา และงานด้านสังคมสงเคราะห์ ทำให้ท่านเข้าใจ  สามารถเข้าถึงในบทบาทสตรีและเยาวชนได้เป็นอย่างดี

            “อาจารย์ศรีวรรณ สายฟ้า” ชื่อมุสลิมนามว่า “ยามีละห์” ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา ผู้สานต่อปณิธานและเจตนารมณ์ของอาจารย์เกษม สุวรรณดี ซึ่งเป็นคุณพ่อ  นอกเหนือจากจะมีบทบาทเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว ท่านยังมีตำแหน่งหน้าที่อีกมากมาย อาทิ นายกสมาคมสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย กรรมการมูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้าของสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สภาวัฒนธรรมของเขตวัฒนา  และคณะกรรมการอำนวยการสภาสตรีแห่งชาติ  ในพระบรมราชินูปถัมภ์  ซึ่งถือว่าเป็นมุสลิมะห์คนเดียวที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารงานกิจการสตรี ฯลฯ

            ในบทบาทของนายกสมาคมสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย ซึ่งสมาคมฯได้ก่อตั้งมา 60 กว่าปีแล้ว อาจารย์อาสาเข้ามาทำงานช่วยเหลือสมาคมตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี จุดประสงค์ของสมาคมฯ คือ การให้การสงเคราะห์เด็กกำพร้า แม่หม้าย และผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมการให้ความรู้ด้านศาสนา และวัฒนธรรมอิสลาม ที่สำคัญคือการจัดระดมทุนทรัพย์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาจากผู้มีจิตศรัทธา ในทุกปีการศึกษา สมาคมฯมีภารกิจในการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมประมาณ 9 แสนบาท ซึ่งทุนนี้ผู้ที่ได้รับทุนจะได้รับจนกว่าจะจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เป็นทุนต่อเนื่อง  สำหรับตำแหน่งนายกสมาคมฯ ได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นระยะเวลา 2 สมัยแล้ว

            ในบทบาทของคณะกรรมการอำนวยการสภาสตรีแห่งชาติฯ  อาจารย์ศรีวรรณ  สายฟ้าได้เข้าไปมีบทบาทส่งเสริมสนับสนุนให้สังคม เห็นว่าสตรีไทยมุสลิมมีศักยภาพ โดยได้ดำเนินการช่วยเหลือในด้านของงานอาชีพ เช่น การส่งเสริมอาชีพให้สตรีมุสลิมทางภาคใต้ หรือแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยเข้าไปทำให้พวกเขามีกำลังใจที่จะต่อสู้กับชีวิต และทำให้รู้ว่าศักยภาพของมุสลิมไทยเราก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นกัน

            สำหรับโรงเรียนเกษมพิทยาเป็นโรงเรียนที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในย่านเขตวัฒนา ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 57 ปีแล้ว ด้วยความตั้งใจของคุณพ่อ อาจารย์เกษม สุวรรณดี ที่ต้องการจัดการศึกษาให้กับเยาวชนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเป็นเลิศ ทางด้านวิชาการควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อเป็นเยาวชนที่ดีของครอบครัวและประเทศ เวลาผ่านไปเราในฐานะทายาทมีหน้าที่สานต่อปณิธานและเจตนารมณ์ของคุณพ่อ ในการบริหารจัดการนั้นท่านบอกว่ามีสิ่งใดที่จะแบ่งเบาภาระให้สังคมหรือช่วยเหลือเยาวชนได้เราต้องทำ ครอบครัวเราจึงยึดหลักการดำเนินงานตามท่านตลอดไปไม่ว่าจะเป็นรุ่นลูกรุ่นหลาน ต่อๆไป

 

dsc08104

 

สิ่งที่ทำให้มีวันนี้

            อ.ศรีวรรณ กล่าวว่า “การทำงานในยุคประเทศไทย 4.0 นั้นเราจะต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้ตามทันเทคโนโลยี และมีความก้าวหน้าทางการทำงานมากขึ้น เพราะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นกุญแจที่สำคัญที่จะประสบความสำเร็จ และในการบริหารโรงเรียนเกษมพิทยาเราทำด้วยใจ เมื่ออัลลอฮฺ(ซบ.) จัดมาให้ เราทำด้วยความภูมิใจในกิจการที่คุณพ่อสร้างมา เรารักความเป็นครู โดยพ่อปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ครูคืออาชีพที่ยิ่งใหญ่ ถือเป็นงานที่หนักก็จริง คำว่า “คุรุ” แปลว่าหนัก แต่เราไม่ได้คิดว่ามันเป็นภาระที่หนักแต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำกุศลเป็นวิทยาทานให้กับเด็กได้มีที่เรียน ปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ที่นี่จะเน้นด้านนี้มาก  นักเรียนของโรงเรียนต้องมีความรู้เป็นอย่างดี ออกไปจากที่นี่ต้องมีความพร้อมเพื่อเผชิญกับสังคมภายนอกโดยที่ไม่ติดขัดและอยู่ได้อย่างมีความสุข เด็กที่จบจากที่นี่จะเห็นว่าหลายคนมีหน้าที่การงานที่ดี เราภูมิใจที่เขาจบจากที่นี่ และไม่ว่าจะเรียนมาจากไหนถ้ามาเรียนต่อที่นี่เราต้องเริ่มหนึ่งให้เขา แม้ว่าโอกาสน้อยแต่เราต้องทำให้เขาเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของประเทศ  และ เมื่อจบออกไปแล้วพวกเขาต้องเป็นเยาวชนที่ดีของสังคมด้วย”

อุปสรรคในดำเนินงาน

            “ในการทำงานนั้นย่อมมีอุปสรรคอยู่ที่เราจะข้ามผ่านอุปสรรคตรงนั้นมาได้อย่างไร เราถือว่าอัลลอฮฺ(ซบ.) ทดสอบ อุปสรรคมีทุกที่แต่เราต้องประคับประคองให้ได้ และเราต้องสู้เมื่อหันกลับมามองพ่อเราท่านเคยสั่งไว้อย่างไร เราสู้ด้วยความภูมิใจแล้วสิ่งนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดี กิจการที่นี่ ที่เราได้รางวัลต่างๆ มากมาย เราถือว่าเราได้ลูกน้องดี มีบุคลากรที่ดี มีคนที่ทำงานด้วยกันเข้าใจบริบทการบริหารของผู้บริหาร ฉะนั้นเราต้องเดินไปด้วยกันในสิ่งที่เราคาดหวังว่าทำให้โรงเรียนพัฒนา เขาก็เข้ามาเป็นมือขวาของเรา ไม่ได้คุณครูเหล่านี้คงไม่ได้ เราไม่ได้ทำงานคนเดียว เรามีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน ศิษย์เก่า และชุมชน ทุกคนต้องมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาในการพัฒนานักเรียนโรงเรียนเกษมพิทยามีความพร้อมเป็นคนไทย 4.0 และมีความเป็นพลโลก โดยโรงเรียนเกษมพิทยาจะต้องเป็นผู้นำในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษาของโรงเรียน

 

dsc08115

 

คติและปรัชญา

            “เราทำงานมาเกือบ50ปี สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นการงานของอัลลอฮฺ(ซบ.) เราต้องทำให้ดีที่สุดก่อนแล้วมอบหมายต่ออัลลอฮฺ(ซบ.) และอัลลอฮฺ(ซบ.) พระองค์ให้เราเอง ให้เรามีริสกีเพิ่มพูน สุขภาพแข็งแรง อัลฮัมดุลิลลาห์ เราจะยึดตรงนี้ และเราก็มีความภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกอาจารย์เกษม สุวรรณดี”

 

ฝากถึงสังคมมุสลิม

            “ตอนนี้โรงเรียนเกษมพิทยา  มีพันธกิจที่จะสร้างนักเรียน  ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศไปสู่เป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดกับการเป็นคนไทย 4.0   สิ่งที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้ผู้เรียน  เรียนรู้ เรื่องเทคโนโลยีนวัตกรรม และการสร้างความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะ มีศักยภาพ สามารถแข่งขันทัดเทียมกับนานาประเทศได้ ในส่วนงานของสมาคมสตรีไทยมุสลิมฯเราก็พยายามปลูกฝังเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่รับทุนของเราหรือจากชุมชนต่างๆทางสมาคมมีนโยบายให้การศึกษาอบรมด้านสามัญควบคู่ไปกับการเรียนด้านศาสนาด้วย โดยนำวิทยากรที่มีความรู้มาเติมเต็มให้กับลูกๆ ของเรา บางครั้งพ่อแม่อาจไม่มีเวลาให้ลูก สมัยนี้ต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียหรือช่องทางต่างๆ มีอิทธิพลต่อเราอย่างมาก ถ้าเด็กใช้ไปในทางที่ผิดก็ให้โทษ เพราะฉะนั้นเราต้องดึงเขามาในด้านศาสนาให้เขาเห็นความสำคัญไม่ใช่หมกมุ่นอยู่กับในเรื่องของโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีทั้งบวกและลบ  เราต้องตามให้ทัน อยากให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยดูแลบุตรหลานด้วย ให้ศาสนากับเขา ให้เขาศรัทธาแล้วเขาก็จะมีอีหม่านในที่สุด อินชาอัลลอฮฺ”

 

 

dsc08154

dsc08158

dsc08151

dsc08159

dsc08108