นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการไอแบงก์ กล่าวเปิดงาน

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) นำโดย  นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Ibank Iftar Dinner สานสัมพันธ์สื่อมวลชนมุสลิม”  ในช่วงก่อน10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการทำความดีของพี่น้องชาวมุสลิม ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนมุสลิม จากการร่วมสนับสนุนการเผยแพร่ข่าวสารของธนาคารด้วยดีเสมอมา  โดยมี นายมนต์ชัย   รัตนเสถียร กรรมการธนาคาร พร้อมด้วย นางสาววีณา เตชาชัยนิรันดร์ กรรมการและรักษาการผู้จัดการธนาคาร อ.อรุณ บุญชม ผู้ชำนาญการชะรีอะฮ์ ดร.อณัส อมาตยกุล ประธานที่ปรึกษาด้านชะรีอะฮ์และคณะ

นายชัยนันท์ ลภิธนานุวัฒน์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการธนาคาร ตลอดจนนายวิสุทธิ์ บริบูรณ์  รองกรรมการผู้จัดการ คณะผู้บริหารธนาคาร และสื่อมวลชนมุสลิม ให้เกียรติร่วมงานกันอย่างคับคั่ง  ณ โรงแรมอัลมีรอซ  เขตสวนหลวง เมื่อเร็วๆนี้

บรรยากาศภายในงานการเลี้ยงรับรองอาหารละศีลอดเต็มไปด้วยความอบอุ่น  โดยมีผู้บริหารธนาคารคอยให้การต้อนรับสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมงาน ในช่วงเย็น

อ.มูฮัมมัดชุกรี่ บัลบาห์ อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน
อ.มูฮัมมัดชุกรี่ บัลบาห์ อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน
อ.อรุณ บุญชม ผู้ชำนาญการด้านชะรีอะฮ์ นำขอพร
อ.อรุณ บุญชม ผู้ชำนาญการด้านชะรีอะฮ์ นำขอพร

ต่อจากนั้น ภาคพิธีการเริ่มด้วยความศิริมงคล โดยการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน โดย อ.มูฮัมมัดชุกรี่  บัลบาห์ ประธานสถาบันอัลกุรอ่านประเทศไทย และพิธีเปิดงานโดย นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารกล่าวต้อนรับและเปิดงาน

“ผมขออวยพรให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกคนสามารถบำเพ็ญกุศล ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนได้บรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการ ตลอดจนการชำระ  ซะกาตในเดือนรอมฎอน ซึ่งไอแบงก์ เปิดให้บริการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องมุสลิม  ชำระซะกาต บัญชีซะกาต ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  ขอให้ผลของการบำเพ็ญตน  ส่งเสริมให้ทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญ และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาโดยทั่วกัน“ และในนามของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณท่านสื่อมวลชนมุสลิมทุกท่านที่ได้ร่วมเผยแพร่ข่าวสารของธนาคารด้วยดีเสมอมา”  นายชัยวัฒน์ กล่าว

    ต่อด้วยการเสวนาของคณะที่ปรึกษาด้านชะรีอะฮ์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ประเด็น “ชะรีอะฮ์กับบทบาทธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อพี่น้องมุสลิมโดยวิทยากร ประกอบด้วย

iftar-4

iftar-5

อ.อรุณ บุญชม ผู้ชำนาญการด้านชะรีอะฮ์   ดร.อณัส อมาตยกุล ประธานคณะที่ปรึกษาด้านศาสนา ดร.มะรอนิง สาแลมิง ที่ปรึกษาด้านศาสนา   อ.ปราโมทย์ มีสุวรรณ ที่ปรึกษาด้านศาสนา  อ.เสนีย์ อยู่เป็นสุข ที่ปรึกษาด้านศาสนา และนายสัญญา ปรีชาศิลป์ ผู้จัดการบริหารส่วนสื่อสารองค์กร ดำเนินการเสวนา

ดร.อณัส อมาตยกุล กล่าวว่า “สังคมมุสลิมควรมีความมั่นใจสูงสุดว่าธนาคารอิสลามเป็นธนาคารที่มีศักดิ์ และสิทธิ์พร้อมต่อชื่อธนาคารอิสลาม เนื่องจากธุรกรรมของธนาคารนี้เป็นธุรกรรมตามหลักชะรีอะฮ์ที่อัลลอฮฺทรงประทานมาผ่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม แม้ว่าเคาเตอร์ธนาคารจะเหมือนกับเคาเตอร์อื่นๆ ทั่วไป แต่วิธีการที่จะเกิดผลิตภัณฑ์ของเราทั้งหมดอยู่ในสายตา และการดูแลของบอร์ดชะรีอะฮ์”  

อ.อรุณ บุญชม กล่าวว่า “ถ้าจะนับอายุธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย นับตั้งแต่มีสาขาแรกสาขาคลองตัน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2546 ถึงวันนี้มีอายุ  15 ปีแล้ว ก็ได้พบกับอุปสรรค์หลายอย่าง แต่ทางผู้บริหาร และรัฐบาลก็พยามแก้ไข“ธนาคารอิสลามได้ดำเนินการตามหลักชะรีอะฮ์ในทุกรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารนำออกมาให้บริการ ถ้ามีผู้ใดสงสัยในผลิตภัณฑ์ของธนาคารถูกต้องหรือยัง ถ้ามีผู้เห็นหนทางว่าไม่ถูกต้องขอให้นำเสนอว่าที่ถูกต้องต้องทำอย่างไรก็ขอให้นำเสนอเพื่อมาแก้ไขให้เป็นไปโดยถูกต้อง ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อพี่น้อง  และพระผู้เป็นเจ้าในวันอาคีเราะห์ ยืนยันว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ตอนนี้นั้นถูกต้องตามหลักการศาสนา”

ดร.มะรอนิง สะแลมิง กล่าวว่า “บางครั้งเราเห็นธนาคารอิสลามในประเทศต่างๆ  ในผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันแต่อาจจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปได้ในหลักการวินิจฉัยที่ต่างกันทำให้เกิดการตีความที่ต่างกัน แต่ทุกฝ่ายจะให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ใช่ว่าต่างกันแล้วจะต้องผิด”

อ.ปราโมทย์ มีสุวรรณ กล่าวว่า “เราในฐานะที่ปรึกษาทุกคนรับผิดชอบภาระที่หนัก ก็คือเรื่องของอมานะห์ ที่ต้องกลั่นกรองทุกอย่างให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ขอให้มีความมั่นใจในสิ่งที่เราได้กลั่นกรองออกมา”

อ.เสนีย์ อยู่เป็นสุข กล่าวว่า “หากท่านต่างๆ ตั้งบริษัทของตนขึ้น มาตรฐานก็จะต่างกัน เราก็จะรู้จักในส่วนขององค์กรของตัวเอง สิ่งหนึ่งที่อิสลามมีคือ  ชะรีอะฮ์ซึ่งมีมาตรฐานเดียว ไม่เหมือนกันองค์กรที่ตั้งขึ้นมามีหลายมาตรฐาน ธนาคารอิสลามถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของชะรีอะฮ์ ความรับผิดชอบตรงนี้บางครั้งเราทำหน้าที่เต็มกำลังความสามารถแล้ว ชะรีอะฮ์บนความสามารถของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ทุกเรื่องเพราะมนุษย์มีข้อบกพร่อง ฉะนั้นชะรีอะฮ์ของธนาคารอิสลามเราทำเต็มกำลังความสามารถของเราเท่าที่เรามีความสามารถ”

ดร.อณัส อมาตยกุล กล่าวย้ำก่อนการจบการเสวนาว่า ถึงความจำเป็นที่พี่น้องมุสลิมต้องใช้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยว่า “คำสอนอิสลามที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน ทรัพย์สิน การค้าขาย และการลงทุน มีอยู่ในชะรีอะฮ์ โลกมุสลิมก็ใช้แบบนี้มาตลอด เพียงแต่ว่าในศตวรรศที่ 17-19 ชาวตะวันตกได้ออกล่าอาณานิคมไปทั่วโลก ทุกแห่งที่เขายึดได้สิ่งแรกก็คือ การบังคับให้เลิกใช้ชะรีอะฮ์ ดั้งนั้นในช่วง 300 ปีทำให้มุสลิมไม่ได้ใช้ชะรีอะฮ์ในเรื่องธุรกรรมทางการเงินเลย ดังนั้นเมื่อประเทศมุสลิมได้รับเอกราชจึงไม่มีธนาคารอิสลาม ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราถูกบีบบังคับให้เลิกใช้ชะรีอะฮ์ แต่บัดนี้เมื่อมีเสรีภาพ รัฐธรรมนูญไทยได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา เมื่ออัลลอฮตะอาลาทรงประทานให้ดินแดนแห่งเสรีภาพนี้เรามีสิทธิ์ที่จะใช้การทำอามาล อิบาดะห์ และมุอามาลาต ในธุรกรรมทางการเงินได้ จึงถือเป็นวายิบ(หน้าที่)สำหรับพวกเราทุกท่านในการฟื้นฟูอิสลาม และหวังว่าพวกเราจะก้าวเข้ามาแบกรับภาระทำให้ชะรีอะฮ์นี้มั่นคงบนหน้าแผ่นดิน”

ก่อนจบงาน นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ได้ให้เกียรติ ขึ้นกล่าวแสดงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของไอแบงก์ว่า “หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 30 พ.ค.60 ที่ผ่านมาให้กระทรวงการคลังเพิ่มทุนธนาคารอิสลามฯ 18,100 ล้านบาท พร้อมให้โอนหนี้เสียไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ IAM ยกเว้นหนี้เสีย 3,600 ล้านบาทในส่วนลูกค้าที่เป็นมุสลิม และนายกรัฐมนตรีย้ำให้หาคนทำให้ไอแบงก์เสียหายให้ได้ และในฐานะประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และทีมงานได้เดินหน้างานฟื้นฟูตามแผนงานต่างๆ เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้”

นอกจากนี้ยังได้ให้เกียรติจับรางวัลรายชื่อสื่อมวลชน พร้อมมอบรางวัลให้กับผู้โชคดีจำนวน 6 ท่าน  6 รางวัล โดยได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากโรงแรมอัลมีรอซ ได้แก่ NationTV , TV สำนักจุฬาราชมนตรี,TV MuslimTime ได้รับรางวัลร่มอัลมีรอซ , นสพ. พับลิกโพสต์, TMTV, นิตยสารข่าวสารมุสลิม,NBTได้รับรางวัลบัตรรับประทานอาหารกลางวัน และอาหารค่ำสื่อละ1 รางวัลๆละ 2 ท่าน เรียกเสียงฮือฮา และความประทับใจทั่วห้อง

และท้ายสุดก่อนปิดงาน อ.อรุณ บุญชม ผู้ชำนาญการด้านชะรีอะฮ์ ได้ให้เกียรติกล่าวดุอาขอพร เพื่อเป็นความสิริมงคล ในโอกาสช่วงเวลา 10 คืนสุดท้ายของรอมฎอน แก่ผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย

iftar-12

แบ่งปัน