บ้านนบี (ซ.ล.) بَيْتُ النَّبِي   หมายถึง บ้านอันเป็นที่พำนักของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) และครอบครัวของท่านหรือหมายถึงตัวท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  พร้อมด้วยภริยาและบุตรธิดาของท่าน ซึ่งในแง่นี้จะมุ่งหมายถึงตัวบุคคลที่อาศัยอยู่ภายในบ้านหลังนั้น มิได้จำกัดความเอาเฉพาะตัวบ้านหรือสถานที่อันเป็นสิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น

บ้านนบี เริ่มต้นด้วยการออกเรือนและการครองเรือนของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  กับภริยาของท่าน ต่อมาบุตรธิดาของท่านก็ถือกำเนิดและใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังนั้น บ้านนบีมีอยู่ 2 แห่ง แห่งแรกเป็นบ้านของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ภริยาท่านแรกของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ซึ่งตั้งอยู่ที่นครมักกะฮฺ ส่วนบ้านนบีแห่งที่สองตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของมัสยิดนะบะวียฺ ณ นครมะดีนะฮฺ

บ้านนบีหลังแรก ณ นครมักกะฮฺ

เมื่อท่านนบีมุฮัมมัด(ซ.ล.)  มีอายุได้ 25 ปีท่านได้สมรสกับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งมีอายุได้ 40 ปี นั่นหมายความว่า ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) มีอายุมากกว่าท่านนบี (ซ.ล.)  สิบห้าปี และท่านหญิงเคยมีสามีมาก่อนหน้าการสมรสกับท่านนบี(ซ.ล.) สองคน คือ อะตีก อิบนุ อาอิซ อัล-มัคซูมียฺ ท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ให้กำเนิด “ฮินด์” บุตรีแก่ อะตีก อิบนุ อาอิซ อัล-มัคซูมียฺ และบุตรที่ชื่อ อับดุลลอฮฺ หรือ อับดุมะนาฟ

ส่วนสามีคนที่สองของท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) นั้นคือ อบูฮาละฮฺ อัน-นับบ็าช อิบนุ ซุรอเซาะฮฺ อัต-ตะมีมียฺ มีบุตรกับท่านหญิง (เราฎิยัลลอฮุอันฮา) 2 คนคือ ฮินด์ เป็นบุตรชายและฮาละฮฺ เป็นบุตรี และฮินด์ บุตรของอบูฮาละฮฺได้กลายเป็นลูกเลี้ยง (เราะบีบ) ของท่านนบี (ซ.ล.)  ในเวลาต่อมา (1)

 

bainabi

 

ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ครองเรือนกับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เป็นเวลา 24 ปี 5 เดือนกับอีก 8 วัน โดย 15 ปีแรกแห่งการครองเรือนเป็นช่วงก่อนการได้รับแต่งตั้งให้เป็นนบี และช่วงเวลาที่เหลือเป็นช่วงเวลาหลังการได้รับแต่งตั้งให้เป็นนบี จนถึงการเสียชีวิตของท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ขณะมีอายุได้ 65 ปี นักประวัติศาสตร์เห็นตรงกันว่า ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เป็นภริยาท่านแรกของท่านนบี (ซ.ล.)  และท่านนบี(ซ.ล.) ไม่เคยสมรสกับสตรีใดมาก่อนหน้าท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) และไม่ได้สมรสกับสตรีคนใดขณะที่ครองเรือนอยู่กับท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) (2)

บ้านนบี หลังแรกในนครมักกะฮฺเป็นบ้านของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประตูอัลมัรวะฮฺ (3) บริเวณทางสะแอที่ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัสยิดหะรอมไปแล้ว ในสมัยท่านนบี (ซ.ล.) บ้านของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ตั้งอยู่ในเขตชุมชนของตระกูลอะสัด อิบนุ อับดิลอุซซา ซึ่งอยู่ติดกับมัสยิดหะรอม

บริเวณนั้นมีบ้านของท่านอัซ-ซุบัยรฺ อิบนุ อัล-เอาว็าม (ร.ฎ.) และท่านหะกีม อิบนุ หิซาม (ร.ฎ.) รวมถึงบ้านของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งท่านนบี (ซ.ล.)  ได้สมรสกับท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) และใช้ชีวิตอยู่กับท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ภายในบ้านหลังนั้น(4)

บ้านนบี หลังแรกในนครมักกะฮฺเป็นสถานที่กำเนิดบุตรธิดาทุกคนของท่านนบี(ซ.ล.) กับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ยกเว้นท่านอิบรอฮีม (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ) ซึ่งเกิดแต่ท่านหญิงมารียะฮฺ อัล-กิบฏียะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ที่นครมะดีนะฮฺ

ทัศนะของปวงปราชญ์ที่ถูกต้องที่สุด ระบุว่า บุตรชายของท่านนบี(ซ.ล.) ที่ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ได้ให้กำเนิดมี 2 ท่าน คือ อัล-กอสิมและอับดุลลอฮฺ เหตุนั้นท่านนบี (ซ.ล.)  จึงถูกเรียกขานว่า อบู อัล-กอสิม เพราะอัล-กอสิม เป็นบุตรคนหัวปีของท่านนบี (ซ.ล.)  ส่วนอับดุลลอฮฺนั้นมีฉายาว่า อัฏ-ฏอยยิบหรืออัฏ-ฏอฮิรฺ ท่านอับดุลลอฮฺ ถือกำเนิดหลังการได้รับแต่งตั้งเป็นนบีของท่านนบีมุฮัมมัด(ซ.ล.) แต่อิบนุ อิสหากระบุว่า บุตรชายของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ทุกท่าน –ยกเว้นท่านอิบรอฮีม-  ถือกำเนิดก่อนการประกาศศาสนาอิสลามและทั้งหมดเสียชีวิตก่อนการประกาศศาสนาอิสลาม –ยกเว้นท่านอิบรอฮีม- ในขณะที่ยังอยู่ในวัยดื่มนม (5)

ส่วนบุตรีของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ซึ่งทั้งหมดถือกำเนิดแต่ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) นั้นมีจำนวน 4 ท่านได้แก่ ท่านหญิงซัยหนับ , ท่านหญิงรุกอยยะฮฺ , ท่านหญิงอุมมุกุลฮูม และท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (ริฎวานุลลอฮิอะลัยฮินน่า) บรรดาบุตรีของท่านนบี (ซ.ล.)  ทั้ง 4 ท่านมีชีวิตอยู่จนถึงการประกาศศาสนาของท่านนบี (ซ.ล.)  และได้ร่วมอพยพสู่นครมะดีนะฮฺในเวลาต่อมา (6)

นักปราชญ์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า อัล-กอสิมเป็นบุตรชายคนหัวปีและซัยหนับเป็นบุตรีคนโต ส่วนฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺนั้นเป็นบุตรีคนสุดท้องของท่านนบี (ซ.ล.)  และบรรดาลูกหลานผู้เป็นสมาชิกของบ้านนบีสืบเชื้อสายผ่านฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) (7)

 

prophet-muhammad-house-replica

 

สมาชิกในบ้านนบีหลังแรก ณ นครมักกะฮฺ

บ้านนบีหลังแรก ณ นครมักกะฮฺมีสมาชิกประกอบด้วย

ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ผู้ได้รับฉายาว่า อัล-อะมีน (ผู้ซื่อสัตย์) และเป็นนายของบ้านหลังนี้เมื่อสมรสกับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ขณะมีอายุได้ 25 ปี ท่านใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านหลังนี้กับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เป็นเวลาเกือบ 25 ปี โดยมีสถานะเป็นสามีของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) และบิดาของบุตรธิดา 6 คน (ไม่นับรวมท่านอิบรอฮีม)

ในช่วง 15 ปีแรก ผู้คนรู้จักท่านในนามมุฮัมมัด อัล-อะมีน บุตรของอับดุลลอฮฺ บุตรอับดิลมุฏเฏาะลิบ บุตรฮาชิม บุตร อับดิมะนาฟ บุตรกุศอยย์ บุตรกิล็าบ บุตรมุรฺเราะฮฺ บุตรกะอฺบ์ บุตรลุอัยย์ บุตรฆอลิบ บุตรฟิฮฺริน บุตรมาลิก บุตรอัน-นัฎร์ บุตรกินานะฮฺ บุตรคุซัยมะฮฺ บุตรมุดริกะฮฺ บุตรอิลยาส บุตรมุฎ็อรฺ บุตรนิซ็ารฺ บุตรมะอัด บุตรอัดนาน และเชื้อสายของอัดนานสืบถึงท่านนบีอิสมาอีล (อะลัยฮิสสลาม) (8)

และท่านนบี (ซ.ล.)  ได้ใช้ชีวิตภายในบ้านของท่านพร้อมกับสมาชิกในบ้านทุกคน (ยกเว้นท่านอบุลกอสิม บุตรชายคนหัวปีซึ่งนักปราชญ์ส่วนใหญ่ระบุว่าเสียชีวิตก่อนหน้าการประกาศศาสนาอิสลาม)  จนกระทั่งท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)

ท่านหญิงผู้เป็นมารดาแห่งศรัทธาชน เคาะดีญะฮฺ อุมมุลกอสิม บุตรีคุวัยลิด บุตรอะสัด บุตรอิบดิลอุซซา บุตรกุศ็อยย์ ผู้ได้รับฉายาว่าอัฏ-ฏอฮิเราะฮฺ (สตรีผู้บริสุทธิ์) ในสมัยก่อนการประกาศศาสนาอิสลาม (9) และเป็นเศรษฐีนีหม้าย ท่านหญิงได้สมรสกับท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ขณะมีอายุได้ 40 ปีและการสมรสนั้นเกิดขึ้นหลังจากท่านนบี (ซ.ล.)  กลับจากแคว้นชามเพื่อทำการค้าให้แก่ท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เป็นเวลา 75 วัน (10)

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) มีอายุมากกว่าท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) 15 ปี เพราะขณะทำการสมรสท่านหญิงมีอายุได้ 40 ปี แล้วในขณะที่ท่านนบี (ซ.ล.)  มีอายุได้ 25 ปีเท่านั้น ซึ่งตามปกติผู้ชายวัยเบญจเพศมักต้องการสมรสกับสตรีที่มีอายุน้อยกว่า แต่เนื่องจากพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงประทานความรักให้เกิดขึ้นระหว่างท่านนบี (ซ.ล.)  กับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ดังที่ท่านนบี (ซ.ล.)  เคยกล่าวกับท่านหญิงอาอิชะฮฺ (เราฎิยัลลอฮุอันฮา) ว่า :

” إِنّيْ قَدْرُزِقْتُ حُبَّهَا “

“แท้จริง แน่นอนฉันได้ถูกประทานความรักที่มีต่อเคาะดีญะฮฺ”

(เศาะฮีหฺ มุสลิม : 4/1888 หะดีษเลขที่ 2436)

 

last_prophet_home6_500

 

ฝ่ายท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เองก็มีความชื่นชมต่อความซื่อสัตย์ของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  ผู้ได้รับการขนานนามว่า อัล-อะมีน ในหมู่ชนชาวอาหรับในนครมักกะฮฺและความสำเร็จในการนำกองคาราวานสินค้าไปยังแคว้นชามของท่านนบี (ซ.ล.)  ซึ่งท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ได้มอบทุนทรัพย์ให้ จนกระทั่งเมื่อท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ได้รับรายงานจากบ่าวที่ชื่อ มัยสะเราะฮฺ ซึ่งติดตามไปค้าขายที่แคว้นชามพร้อมกับท่านนบี (ซ.ล.)  ท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) จึงส่งคนไปทาบทามท่านนบี (ซ.ล.)  การสู่ขอและการสมรสระหว่างท่านทั้งสองจึงเกิดขึ้นตามมาโดยมีญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ดำเนินการ

ท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ทั้งในด้านเชื้อสายและความประเสริฐในตระกูลกุร็อยช์และเป็นเศรษฐินีที่ชาวอาหรับที่สูงศักดิ์ต่างก็หมายปอง แต่ท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เลือกท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)  เป็นคู่ครองเพราะชื่นชมในความซื่อสัตย์ มารยาทอันงดงามและการรักษาในวาจาสัตย์ของท่านนบี (11) (ซ.ล.)   การครองคู่ของบุรุษผู้มีความซื่อสัตย์ (อัล-อะมีน) กับสตรีผู้บริสุทธิ์ (อัฏ-ฏอฮิเราะฮฺ) จึงเป็นความงดงามและเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ความรักและความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาระหว่างมุฮัมมัด อัล-อะมีน กับ เคาะดีญะฮฺ อัฏ-ฏอฮิเราะฮฺได้ผลิดอกออกผลเป็นบุตรธิดาจำนวน 6 คนคืออัล-กอสิม , อับดุลลอฮฺ , ซัยหนับ , รุกอยยะฮฺ อุมมุกุลษูม และฟาฏิมะฮฺ (ริฎวานุลลอฮิอะลัยฮิม) ทั้ง 6 คนคือ สมาชิกในบ้านนบีหลังแรก ณ นครมักกะฮฺ

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) คือสตรีคนแรกที่ศรัทธาในศาสนาอิสลาม (12) เป็นภรรยาสุดที่รักซึ่งคอยให้การช่วยเหลือและปลอบประโลมใจท่านนบี (ซ.ล.)  อยู่เสมอทั้งในช่วงก่อนและหลังการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตของท่านนบี (ซ.ล.)  ครั้งหนึ่งท่านนบี (ซ.ล.)  ได้ตอบกับท่านหญิงอาอิชะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งมีอาการหึงหวงท่านนบี (ซ.ล.)  ที่มักจะกล่าวถึงคุณงามความดีของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) อยู่เนือง ๆ ว่า :

” لَاوَالله مَارَزَقَنِى خَيْرًامِنْهَا ، آمنَتْ بِيْ حِيْنَ كَفَرَبِى الناسُ ، وَصَدَّقَتْنِيْ حِيْنَ كَذَّبَنِيْ النَاسُ ، وأَعْطَتْنِيْ مَالَهَاحِيْنَ حَرَّمَنِى الناسُ “

“ไม่หรอก! ขอสาบานต่อพระองค์อัลลอฮฺว่าพระองค์มิได้ประทานสตรีคนใดที่ดีกว่านางให้แก่ฉัน นางศรัทธาต่อฉันในขณะที่ผู้คนปฏิเสธศรัทธาต่อการประกาศศาสนาของฉัน นางเชื่อว่าฉันกล่าวความจริงในขณะที่ผู้คนกล่าวหาว่าฉันมุสา และนางได้มอบทรัพย์สินของนางให้แก่ฉันในขณะที่ผู้คนหักห้ามทรัพย์สินนั้นกับฉัน” (13)

หะดิษบทนี้ เป็นหลักฐานของนักปราชญ์ฝ่ายที่มีทัศนะว่าท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เป็นสตรีที่ประเสริฐที่สุดในหมู่มารดาของเหล่าศรัทธาชนผู้เป็นภริยาของท่านนบี (14) (ซ.ล.) และส่วนหนึ่งจากความประเสริฐของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) คือการเป็นนายหญิงภายในบ้านนบีและเป็นภรรยาคนแรกและคนเดียวของท่านนบี (ซ.ล.)  ตลอดช่วงระยะเวลาเกือบ 25 ปี และเป็นมารดาของบุตรธิดาทั้งหมดของท่านนบี (ซ.ล.)  –ยกเว้นท่านอิบรอฮีม-

และท่านหญิงเป็นผู้ที่พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และท่านญิบรออีล (อะลัยฮิสสลาม) ได้ฝากสลามถึงท่านหญิงผ่านท่านนบี (ซ.ล.)  ตลอดจนได้รับข่าวดีว่าพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงเตรียมปราสาทที่ทำจากไข่มุกกลวงในสรวงสวรรค์แก่ท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งปราสาทแห่งนั้นไม่มีการส่งเสียงดังอึกทึกและไม่มีความลำบากใด ๆ(15) และมีหะดีษระบุว่า : “สตรีแห่งสวนสวรรค์ที่ประเสริฐสุดคือ ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด , ฟาฏิมะฮฺ บินตุ มุฮัมมัด , มัรยัม บินตุ อิมรอนและอาสิยะฮฺ ภรรยาของฟิรเอาวฺน์” (16)

 

relipka-rumah-saw

 

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เสียชีวิตก่อนการอพยพของท่านนบี (ซ.ล.)  สู่นครมะดีนะฮฺเป็นเวลา 3 ปี ขณะมีอายุได้ 65 ปี ศพของท่านหญิง (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ถูกฝังที่อัล-หะญูน ณ สุสานอัล-มะอฺลาฮฺ ตรงบริเวณที่เรียกกันว่า ชะอฺบุลมักบะเราะฮฺ(17)

อัล-กอสิม อิบนุ มุฮัมมัด อิบนิ อับดิลลาฮฺ อิบนิ อับดิลมุฏเฏาะลิบบุตรชายคนหัวปีของท่านนบี ﷺ ซึ่งเกิดแต่ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตุ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ถือกำเนิดที่นครมักกะฮฺ ณ บ้านนบีก่อนการแต่งตั้งท่านนบี ﷺ เป็นผู้ประกาศศาสนาอิสลาม เหตุนั้นท่านนบี  (ซ.ล.) จึงถูกเรียกขานด้วยกุนยะฮฺว่า  อบูอัล-กอสิม   (บิดาของอบู-อัลกอสิม) ท่านอัล-กอสิมมีอายุได้เพียง 2 ปีก็เสียชีวิต

 

ขอขอบคุณ : อ.อาลี เสือสมิง