หมายถึงบรรดาผู้ปฏิบัติตามท่านนบี (ซ.ล.) จนกระทั่งถึงวันสิ้นโลก อัล-บัยฮะกียฺเล่าจากท่านญาบิรฺ อิบนุ อับดิลลาฮฺ (ร.ฎ.) และจากอิมามสุฟยาน อัษ-เษารียฺ เป็นทัศนะของนักปราชญ์บางส่วนในมัซฮับอัช-ชาฟิอียฺ และอัล-อัซฮะรียฺได้เลือกทัศนะนี้ รวมถึงอัส-สะฟารินียฺระบุไว้ในละวามิอุล อันว็ารฺ และอิมามอันนะวาวียฺได้ให้น้ำหนักไว้ในชัรหุ เศาะฮีหฺ มุสลิม (64)

หมายถึง บรรดาผู้มีความยำเกรงจากประชาคมของท่านนบี (ซ.ล.) อัล-กอฎียฺ หุสัยนฺและอัร-รอฆิบและปราชญ์ท่านอื่น ๆ ได้เล่าไว้ แต่หลักฐานของทัศนะนี้อ่อนถึงอ่อนมาก (65)

และทัศนะที่มีน้ำหนักคือ สมาชิกบ้านนบี (อาลุลบัยต์) หมายถึง บรรดาญาติสนิทของท่านนบี (ซ.ล.) ซึ่งการทำทานบริจาคแก่พวกเขาเป็นที่ต้องห้าม เช่น ครอบครัวของท่านอะลี , อะกีล , ญะอฺฟัรและอับบาส เป็นต้น รวมถึงบรรดาภรรยาและลูกหลานผู้สืบเชื้อสายของท่านนบี (ซ.ล.) (66)

ความเชื่อ ทัศนคติ และท่าทีของอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ ต่อสถานภาพของสมาชิกบ้านนบี

อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ จะมีความรักต่อสมาชิกบ้านนบี (อาลุลบัยต์) ให้เกียรติและยกย่องตามสถานะอันควรซึ่งอัล-กุรอานและสุนนะฮฺระบุไว้โดยไม่มีการยกย่องจนเลยเถิดหรือจาบจ้วง บริภาษหรือชิงชัง แต่อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺจะยอมรับถึงความประเสริฐ คุณงามความดีและสถานภาพอันเป็นพิเศษของเหล่าสมาชิกในบ้านนบีทุกท่าน

 

prophet-muhammad-house-replica

 

ความรักที่มีต่อสมาชิกในบ้านนบีเป็นผลมาจากความรักที่มีต่อท่านนบี (ซ.ล.) และความรักที่มีต่อท่านนบี (ซ.ล.) เป็นผลมาจากความรักที่มีต่อพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพราะพระองค์ทรงรักท่านนบี (ซ.ล.) และท่านนบี (ซ.ล.) เป็นที่รักของพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) เราจึงรักท่านนบี (ซ.ล.) และท่านนบี (ซ.ล.) รักบรรดาสมาชิกในบ้านของท่านและบรรดาสมาชิกในบ้านของท่านรักอัลลอฮฺ (ซ.บ.) และรักท่านนบี (ซ.ล.) และเป็นกลุ่มบุคคลอันเป็นที่รักของท่านนบี (ซ.ล.) เราจึงรักบรรดาบุคคลที่เป็นสมาชิกในบ้านนบีเนื่องด้วยความรักในพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และความรักต่อสมาชิกในบ้านนบี เป็นเครื่องหมายของความศรัทธาเป็นสิ่งจำแนกระหว่างผู้ศรัทธากับกลุ่มชนผู้กลับกลอก

เมื่อบรรดาภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) เป็นเหล่ามารดาของปวงศรัทธาชน เป็นผู้ที่เลือกพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และท่านนบี (ซ.ล.) เมื่อถูกเสนอให้เลือกเอาระหว่างความสุขในดุนยากับความบรมสุขในอาคิเราะฮฺที่ตั้งอยู่บนการเลือกพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และท่านนบี (ซ.ล.) บรรดาภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) ก็เลือกความบรมสุขและความประเสริฐในอาคิเราะฮฺ บรรดาภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) ย่อมได้รับการชื่นชมและยกย่องในฐานะภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) ทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺและเป็นมารดาของเหล่าศรัทธาชนที่จำต้องได้รับเกียรติ การยกย่องในฐานะผู้เป็นมารดา เมื่อท่านนบี (ซ.ล.) เป็นผู้ประเสริฐ บรรดาภรรยาทั้งหมดของท่านนบี (ซ.ล.) ก็ย่อมเป็นผู้ประเสริฐที่คู่ควรกับท่านนบี ﷺ และมีศักดิ์และสิทธิที่เป็นพิเศษต่างจากบรรดาสตรีอื่น ๆ

และเมื่อท่านนบี (ซ.ล.) เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากวงศ์ตระกูลที่ดีที่สุดของกุรอยช์ บรรดาบุตรีและบุตรชายตลอดจนบรรดาลูกหลานของท่านนบี (ซ.ล.) ก็ย่อมเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ให้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขและสืบสายตระกูลบ้านนบี ความประเสริฐของสมาชิกในบ้านนบีจึงเป็นสิ่งที่อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺถือเป็นความเชื่อและวิถีในความประเสริฐนั้น แต่อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺไม่มีความเชื่ออย่างชนกลุ่มอื่นที่ว่า การมีความรักต่อสมาชิกบ้านนบีเพียงอย่างเดียวคือสิ่งที่ทำให้รอดพ้นจากการลงทัณฑ์หรือทำให้พ้นภาระหน้าที่ในการประกอบศาสนกิจหรือการทำบาปไม่ส่งผลร้ายต่อผู้ที่มีความรักในบุคคลเหล่านั้น

และอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺไม่มีความเชื่อว่าบรรดาสมาชิกในบ้านนบีโดยเฉพาะท่านอะลี (ร.ฎ.) อัล-หะสัน (ร.ฎ.) และอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) ตลอดจนลูกหลานของท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ไร้ความผิด (มะอฺศูม) เพราะอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺเชื่อว่า ไม่มีผู้ใดเป็นผู้บริสุทธิ์ไร้ความผิด (มะอฺศูม) นอกจากท่านนบี (ซ.ล.) และบรรดานบีทั้งหลาย หลังจากท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) แล้วย่อมไม่มีผู้ใดที่มีสถานภาพเป็นมะอฺศูมหรือเป็นผู้วางบัญญัติศาสนาอีกแล้ว

 

maxresdefault-1

 

อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺมีความเชื่ออย่างมั่นคงว่า บรรดาสาวกของท่านนบี (ซ.ล.) ต่างก็รักและยกย่องให้เกียรติบรรดาสมาชิกในบ้านนบีทุกคน  ท่านอบูบักรฺ (ร.ฎ.) และท่านอุมัร (ร.ฎ.) ต่างก็มีสายสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกในบ้านนบีทุกคน และท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ซึ่งอาจจะขุ่นเคืองต่อท่านอบูบักรฺ (ร.ฎ.) ในเรื่องมรดกของท่านนบี (ซ.ล.) ในตอนแรก แต่ท้ายที่สุดแล้วบุคคลทั้งสองก็ยินดีต่อกัน และท่านอะลี (ร.ฎ.) ก็คือที่ปรึกษาคนสำคัญของเคาะลีฟะฮฺอบูบักร (ร.ฎ.) และอุมัรฺ (ร.ฎ.) อีกทั้งยินดีและเต็มใจในการให้สัตยาบันแก่บุคคลทั้งสอง  รวมถึงท่านอุษมาน (ร.ฎ.) ก่อนที่ท่านอะลี (ร.ฎ.) จะได้ดำรงตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺ

อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺไม่เชื่อว่ามีการอธรรมใด ๆ หรือการคุกคามใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างบุคคลทั้ง 4 ท่านและระหว่างทั้ง 3 ท่านกับลูกหลานของท่านอะลี (ร.ฎ.)    ดังนั้นความเชื่อที่ว่าบรรดาสาวกของท่านนบี (ซ.ล.) ได้ตกศาสนาและกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาหลังการสิ้นชีวิตของท่านนบี (ซ.ล.) การประทุษร้ายและกดขี่สมาชิกในบ้านนบี การอธรรมต่อท่านอะลี (ร.ฎ.) ด้วยการให้สัตยาบันแก่เคาะลีฟะฮฺทั้งสามก่อนหน้าท่าน

การทำร้ายท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) ที่บ้านของท่านหญิงทั้งหมดเป็นความมุสาเป็นเรื่องเท็จที่ศัตรูของอิสลามได้กุขึ้น ความเชื่อใด ๆ ที่อ้างว่า  บรรดาสาวกของท่านนบี ﷺ คือผู้ที่สังหารท่านอะลี (ร.ฎ.) และท่านอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) เป็นความเชื่อที่อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺปฏิเสธและถือเป็นความผิดพลาดโดยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เพราะความประเสริฐของเหล่าสมาชิกในบ้านนบีถูกรายงานและถ่ายทอดโดยบรรดาสาวกของท่านนบี ﷺ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่บรรดาสาวกจะกระทำการประทุษร้าย ละเมิดและอธรรมต่อกลุ่มบุคคลที่เหล่าสาวกได้รายงานและถ่ายทอดถึงความประเสริฐของบุคคลเหล่านั้น

ความเชื่อใด ๆ ที่อ้างว่า ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) เป็นศัตรูกับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮา) และอาฆาตพยาบาทต่อท่านอะลี (ร.ฎ.) เป็นสิ่งที่อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นไปไม่ได้ว่า ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (เราะฏิยัลลอฮุอันฮา) จะมีพฤติกรรมเช่นนั้นแล้วก็รายงานถ่ายทอดความประเสริฐของบุคคลทั้งสองจากท่านนบี (ซ.ล.) ให้ผู้ศรัทธาได้รับรู้และยอมรับถึงความประเสริฐของบุคคลทั้งสอง

 

muhammad-2249704_960_720

 

อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ มีทัศนคติที่ดีต่อบรรดาภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) และมองว่าพระนางเหล่านั้นคือปุถุชนมิใช่ผู้บริสุทธิ์ไร้บาป (มะอฺศูม) ความเป็นสตรีที่ร่วมสามีคนเดียวกัน การรวมกลุ่มเข้าพวกระหว่างท่านหญิงอาอิชะฮฺ , หัฟเศาะฮฺ , เศาะฟียะฮฺ และเสาดะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุนน่า) ฝ่ายหนึ่ง กับท่านหญิงอุมมุสละมะฮฺพร้อมด้วยภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) ที่เหลืออีกฝ่ายหนึ่ง การเรียกร้องสิทธิเพิ่มเติม การมีวิวาทะระหว่างกัน เป็นเรื่องปกติของสตรีที่ร่วมสามีเดียวกัน เมื่อมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็จะได้รับการขัดเกลา อบรม สั่งสอนจากท่านนบี (ซ.ล.) อยู่เสมอ ตามวาระโอกาสและเหตุการณ์ เพราะเหล่าพระนางยังคงเป็นมนุษย์ปุถุชนซึ่งย่อมมีความผิดพลาดและบกพร่องเป็นธรรมดา

เหล่าพระนางมิใช่ผ้าที่ถูกพับไว้ในตู้และมิใช่สตรีผู้เลอเลิศ สมบูรณ์ดั่งนางในวรรณคดีหรือเป็นมะลัก แต่ด้วยการปกครองอันยุติธรรมของท่านนบี (ซ.ล.) ในฐานะสามีผู้เป็นศาสนทูตและการอบรมสั่งสอนและชี้แนะศีลธรรมจรรยาอันงดงามแก่พระนางเหล่านั้นตลอดการครองเรือนของท่าน ได้หล่อหลอมและปั้นพระนางเหล่านั้นให้กลายเป็นสตรีผู้สมบูรณ์และงดงาม กลายเป็นแบบที่สามารถปฏิบัติตามเอาอย่างได้จริงสำหรับบรรดาสตรีผู้ศรัทธา

และความอดทนอดกลั้นของท่านนบี (ซ.ล.) ในการเผชิญกับปัญหาของเหล่าภรรยาในบ้านของท่านและความสามารถอย่างเอกอุในการรับมือกับอารมณ์ความรู้สึกและการปฏิบัติตนของภรรยาแต่ละคนของท่านนบี (ซ.ล.) ซึ่งมีความแตกต่างในด้านลักษณะนิสัย วุฒิภาวะและและอายุ ทั้งหมดเป็นเรื่องของสภาวะแห่งความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในทุกครอบครัว เป็นธรรมชาติของสตรีที่พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงใส่ไว้ในความเป็นสตรีแต่ละคน

เมื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของสภาวะแห่งความเป็นจริงก็ย่อมสามารถสัมผัสจับต้องและเทียบเคียงเอามาเป็นแบบอย่างได้ การมีอารมณ์หึงหวง เป็นต้น เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตการครองเรือนของเหล่าสตรีผู้เป็นภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) และมีการปฏิบัติของท่านนบี (ซ.ล.) ในการรับมือกับพฤติกรรมดังกล่าวเป็นแบบอย่าง คำสอนของท่านนบี (ซ.ล.) ที่ชี้แนะตักเตือน ว่ากล่าวและอบรมภรรยาของท่านในเรื่องนี้ก็กลายเป็นหลักการครองเรือนตามสภาวะความเป็นจริงสำหรับผู้ศรัทธาที่เป็นผู้ครองเรือน เป็นแบบอย่างที่สามารถนำมาใช้ได้จริงเพราะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

และความสมบูรณ์แบบของเหล่าภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) ก็เกิดขึ้นผ่านการอบรมสั่งสอนของท่านนบี (ซ.ล.) จากข้อบกพร่องสู่การเติมเต็ม จากความไม่มีเหตุผลและการเอาแต่ใจสู่ความตรึกตรองและยอมรับในเหตุผล จากปุถุชนสามัญสู่ความเป็นสตรีผู้อุดมด้วยศรัทธาและปัญญา และจากความเป็นภรรยาของท่านนบี (ซ.ล.) และความเป็นมารดาแห่งเหล่าศรัทธาชนในโลกนี้สู่ความเป็นชาวสวรรค์อันสูงส่งในอาคิเราะฮฺ

 

…วัลลอฮุอะอฺลัม

แบ่งปัน