จากกรณี “น้องซอวา” ด.ญ.ซอวา เทพนิมิตร์ หนูน้อยวัย 4 ขวบ ชาว จ.กระบี่ ที่มีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด ทั้งโรคลำไส้อุดตัน โรคไต และโรคหัวใจ ซึ่งแพทย์ระบุว่าน้องซอวา ไม่มีเยื่อหุ้มหัวใจ ทำให้ทั้งพ่อและแม่ของน้องซอวา ต้องพาลูกเข้ารับการรักษาตัวมาตั้งแต่เกิด โดยผ่านการผ่าตัดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง แม้จะใช้สิทธิรักษาในระบบบัตรทอง 30 บาท แต่การพาน้องซอวา ไปรักษาตลอดเวลามีค่าใช้จ่ายจำนวนมากจนทางบ้านหมดเงินจะรักษา และต้องนำบ้านและที่ดินไปจำนองเนื่องจากมีรายได้ไม่เพียงพอ และต้องให้พี่ชายของน้องซอวา คือ ด.ช.ภูมิศักดิ์ พลายพรรณ อายุ 14 ปี ออกจากโรงเรียนมาช่วยดูแลน้อง เพราะทางบ้านไม่มีเงินจะส่งเสียให้เรียน และยังมีหนี้สินอีกจำนวนมาก

ความคืบหน้าเรื่องนี้หลังเรื่องราวของน้องถูกนำเสนอผ่านสื่อ ล่าสุด พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ ได้ประสานให้นายชัยวุฒิ บัวทอง นอภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นำทีมหลายหน่วยงานที่ดูแลเรื่องสวัสดิภาพของประชาชน อาทิ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กระบี่ สาธารณสุข อ.อ่าวลึก รพ.อ่าวลึก ธกส.อ่าวลึก ผู้นำท้องถิ่น เข้าให้การช่วยเหลือน้องซอวา และครอบครัว โดย จนท.เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 13/5 หมู่ 1 บ้านเขางาม ต.บ้านกลาง ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวดังกล่าว พบกับนางนุชรี ชูบุตร และนายสมหมาย เทพนิมิตร์ พ่อและแม่ของน้องซอวา เพื่อสอบถามปัญหาทุกอย่างที่ครอบครัวดังกล่าวกำลังประสบ

นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก กล่าวภายหลังใช้เวลาพูดคุยนานหลายชั่วโมงกับครอบครัวของน้องซอวา สรุปปัญหาในขณะนี้ได้ ประกอบด้วย 1.ค่าใช้จ่ายที่น้องซอวา ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจในวันที่ 22 ต.ค.นี้ 2.ปัญหาเรื่องหนี้สินของครอบครัวที่กำลังจะถูกยึดที่ดิน 3.ปัญหาเรื่องการเรียนของ ด.ช.ภูมิศักดิ์ 4.ปัญหาเรื่องรายได้ของครอบครัวในระยะยาว ในเบื้องต้นการรักษาน้องซอวาในวันที่ 22 ต.ค.ทาง รพ.อ่าวลึก และ รพ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รพ.มอ.หาดใหญ่) ได้ประสานมูลนิธิเพื่อการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก ให้รับน้องซอวา เป็นผู้ป่วยพิเศษในความดูแล

โดยทางมูลนิธิฯ ประสานกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคหัวใจ รับตัวน้องเข้าผ่าตัดที่ ศูนย์โรคหัวใจ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น กทม. โดยมี รพ.ราชวิถี เป็นผู้ส่งตัวน้อง ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และระหว่างรอการพักฟื้น จะประสานเหล่ากาชาด จ.กระบี่ หาหนทางช่วยเหลืออีกครั้ง

ส่วนปัญหาเรื่องหนี้สิน ทราบว่าครอบครัวได้นำที่ดินสวนปาล์ม 4 ไร่เศษ ไปจำนองกับบริษัทเงินกู้ของเอกชนในราคา 350,000 บาท และขาดส่งจนทางบริษัทเอกชนกำลังจะยื่นฟ้องยึดที่ดิน รวมทั้งนำบ้านไปจำนองกับบริษัทเงินทุนเอกชนอีกรายในราคา 30,000 บาท เบื้องต้นทางนายวิทยา ขำสกุล ผจก.ธกส.สาขาอ่าวลึก จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับฝ่ายสินเชื่อ เพื่อหาทางช่วยเหลือจัดระบบการเงินและหนี้ให้กับครอบครัวใหม่อีกครั้ง เพื่อลดภาระชำระหนี้ในแต่ละเดือนลง

ส่วนเรื่องการศึกษาของพี่ชายน้องซอวา ได้ประสานให้โรงเรียนสอนศาสนาของเอกชนในพื้นที่ อ.อ่าวลึก รับอุปการะให้ ด.ช.ภูมิศักดิ์ ได้ศึกษาต่อฟรีตั้งแต่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 จนจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ส่วนเรื่องรายได้ของครอบครัวในระยะยาวนั้น เดิมนายสมหมาย หัวหน้าครอบครัว มีเพียงงานรับจ้างทั่วไป ซึ่งไม่มั่นคงและรายได้ไม่แน่นอน ได้ประสานให้เข้าทำงานกับผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ และเป็นผู้ใหญ่บ้านด้วย ซึ่งจะทำให้มีรายได้แน่นอนทุกเดือน รวมทั้งจะประสานให้ สนง.พัฒนาฝีมือแรงงาน และพัฒนาชุมชน อ.อ่าวลึก มาอบรมอาชีพที่สามารถทำได้ที่บ้าน ให้กับนางนุชรี ผู้เป็นแม่ ซึ่งต้องอยู่บ้านดูแลน้องซอวา ตลอดเวลา ทำให้มีรายได้อีกทางหนึ่ง

นายนุชรี กล่าวว่า ตนขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือน้อง และครอบครัว ซึ่งการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่าจะสามารถดูแลน้องซอวา ได้ในระยะยาว เพราะน้องยังมีโรคไต ที่ต้องรักษาต่อหลังจากผ่าตัดหัวใจ รวมทั้งความช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน และรายได้ของครอบครัว นอกจากนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นตัวกลางเผยแพร่เรื่องนี้ และขอบคุณผู้ใจบุญ ที่ช่วยกันโอนเงินบริจาคช่วยเหลือไว้ในบัญชีมากกว่า 50,000 บาท แล้ว แม้จะยังไม่เพียงพอที่จะใช้ดูแลน้องในระยะยาว แต่สามารถแก้ปัญหาให้ครอบครัวได้มาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ทางนายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก และหน่วยงานที่เดินทางมาที่บ้านของน้องซอวา ได้ขอตัวกลับ น้องซอวา ได้ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน ด้วยความน่าสงสาร

 

ที่มา : mgronline.com

 

2

.

3

แบ่งปัน