มื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวให้โอวาท แก่เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ “เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 6 จำนวน 120 คน ตอนหนึ่งว่า ยินดีที่ได้มาพบตัวแทนเยาวชน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่จะแก้ไขปัญหาภาคใต้ ซึ่งการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามาศึกษาเรื่องกระบวนการยุติธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้เราได้เข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น หากไม่เข้าใจกันก็จะลำบากเราจึงต้องแก้ปัญหาโดยใช้หลักของทุกศาสนาที่มีอยู่ในสิ่งที่ถูกต้อง และการบังคับใช้กฎหมายที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันในการขจัดความขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมาไม่อาจโทษใครได้ แต่การแก้ปัญหาที่สำคัญทีทสัดคือการเข้าใจกฎหมาย โดยเชื่อว่าหากต้องเคารพซึ่งกันและกัน ทำงานด้วยความสุจริตยุติธรรมก็จะนำไปสู่การพัฒนา ความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามการที่ทุกคนมารวมกันแบบนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากในพื้นที่ภาคใต้ ดังนั้นโอกาสที่เราจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเดียวคือการพบปะกันให้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงส่วนของศาลหรือกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนที่ต้องเริ่มพบปะพูดคุยกันในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช้พูดกันแต่เรื่องความขัดแย้ง และความไม่เป็นธรรม โดยประชาชนต้องเคารพกฎหมายไม่เบียดเบียนกันและกัน แม้ความเห็นจะต่างกันแต่ต้องหาทางแก้ปัญหาได้ด้วยความสงบเรียบร้อย บ้านเมืองมีสันติสุข เป็นสิ่งที่รัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาภาคใต้ ทั้งนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเรากำลังแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงหรือไม่ ซึ่งตั้งแต่ตนเป็นนายกฯ และเป็นทหารมาตั้งแต่เด็ก ยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาทุกคนไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงเลย แต่อาจเกิดขึ้นจากความบังคับใช้กฎหมายที่อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง วันนี้จึงต้องมาพูดว่าจะทำอย่างไรในยุคใหม่นี้ เพราะเราเป็นคนไทย 100% ภายใต้ร่มพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว จึงมีหลักการเดียวกันคือ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยการเมือง ซึ่งไม่ใช่ด้วยวิถีทางเลือกตั้งของนักการเมือง แต่การเมืองของรัฐบาลคือการพัฒนา โดยพยายามแก้ทุกอย่างทั้งด้วยกลไกของกอ.รมน. และศอ.บต. ซึ่งเป็นกลไกพิเศษเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้วหน่วยงานเหล่านี้ก็ไม่มีความจำเป็น ซึ่งเป็นหลักการแก้ปัญหาของทุกประเทศในโลกที่หากพื้นที่ใดไม่สงบเรียบร้อย ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็จำเป็นที่มีกำลังไปเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตัวให้ได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ โดยไม่มีใครอยากใช้ความรุนแรงทั้งทหารและตำรวจ ขณะที่ความมั่นคงไม่ใช่แค่เรื่องพลเรือน ทหาร และตำรวจ แต่ต้องสร้างความมั่นคงทุกมิติ ซึ่งปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยทำให้การพัฒนาไปได้ช้า แต่นับวันก็ดีขึ้นมาก จึงอยากฝากเยาวชนช่วยกันดูแล และไปบอกกับพ่อ แม่ และญาติพี่น้องให้ช่วยกันทำให้มีความสงบ เรียบร้อยด้วย โดยแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี ด้วยความเข้าใจคน เข้าใจพื้นที่ และเข้าสู่การพัฒนา

“ถ้าความสงบเรียบร้อยไม่เกิดขึ้นทุกอย่างที่รัฐบาลวางไว้ก็จะไม่เกิดขึ้น จึงฝากพวกเราไปรวมพลังกันแก้ปัญหาภาคใต้ โอกาสเราก็จะกลับมาทันที ดังนั้นอย่าทำโอกาสของเราให้เป็นวิกฤต อย่างไรก็ตามทุกศาสนาสอนให้คนมีความสุข มีศรัทธา มีหลักธรรม หลักคำสอน ให้เราเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ ไม่มีศาสนาสอนให้คนทะเลาะหรือขัดแย้งกัน แต่ศาสนาเป็นหลักกล่อมเกลาให้ชีวิตมีความสุขทั้งกายและจิตใจ ถ้าจิตใจพร้อมยอมรับทำตามกติกาสังคม และเคารพกฎหมาย สิ่งต่างๆ ที่ไม่ดีไม่งามก็จะไม่เกิดขึ้นไม่ว่าในพื้นที่ภาคใต้หรือพื้นที่ใดๆ ซึ่งผมมีความกังวลอย่างยิ่งในตลอดเวลาที่เป็นทหาร และเป็นรัฐบาลมา 4 ปี ในการแก้ปัญหาภาคใต้ให้ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ย้ำว่าศาสนาไม่ใช่ต้นเหตุของความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น จึงต้องสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน ทำอย่างไรให้ภาคใต้สันติ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ขอชื่นชมศาสนาอิสลามที่มีความเข้มงวดและสอนให้คนเป็นคนดีจึงขอให้ทุกประพฤติเคร่งครัดในหลักคำสอนของศาสนา แม้ตนเองจะเป็นไทยพุทธแต่ศึกษาทุกศาสนาว่าหลักการเป็นอย่างไร เพื่อให้ทุกคนและทุกศาสนาไม่มีความขัดแย้งในประเทศไทย ดังนั้นขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและเคร่ดครัดในหลักคำสอนของศาสนาโดยความลดขัดแย้งและดูแลซึ่งกันและกัน เพราะทุกศาสนาสอนให้รักกันไม่ได้สอนให้ตีกัน วันนี้จึงขอให้เลิกพูดว่าพุทธ มุสลิม ให้เลิกพูกสักที อย่าสร้างความขัดแย้งกันอีกเลย

“ขอให้ทุกคนสัญญากับลุงว่าปัญหาภาคใต้ต้องให้เสร็จเร็ววันนี้ ถ้ามันจบได้ก็เดินหน้าได้หมดเพราะลุงเตรียมไว้เยอะแยะไปหมด แต่ติดไปหมดเพราะเขาไม่กล้าลงไป หลายคนจึงบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น และบอกผู้นำศาสนาของท่านช่วยกันด้วย มีอะไรก็บอกเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ดูแลให้อยู่แล้ว หรือบอกลุงมา เขียนมา ไม่ต้องลงนามก็ได้ ว่าโจรผู้ร้ายอยู่ที่ไหน กล้ามาเถอะไม่มีใครเขารู้ ส่งมาให้ลุงโดยตรง มันจะได้แก้ได้เสียที หลายปัญหา รวมถึงเจ้าหน้าที่ใครเกเร การค้าขายทุจริต ลุงอยากให้คนไปเที่ยวเยอะๆ เงินจะได้ลงไปที่ภาคใต้เพราะหากไม่ปลอดภัยเขาก็ไม่ไปทุกอย่างเป็นโอกาสของเราทั้งสิ้น”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

ที่มา : SpringNews

แบ่งปัน