สังคมอาหรับก่อนหน้าอิสลามเมื่อพันกว่าปีก่อนเป็นสังคมการค้าที่มีทั้งการค้าภายในและการค้าระหว่างประเทศ ในเวลานั้น การซื้อขายสินค้าใช้เหรียญทองคำที่ภาษาอาหรับเรียกว่า “ดีนาร์” และเหรียญเงินที่ภาษาอาหรับเรียกว่า “ดิรฺฮัม” เป็นสิ่งบอกมูลค่าสินค้าและสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

เงินสองสกุลนี้เป็นเงินที่มาจากสองมหาอาณาจักรคู่แข่งกันในเวลานั้น นั่นคือ อาณาจักรไบแซนตินและอาณาจักรเปอร์เซีย

เงินดีนาร์เป็นเหรียญกษาปณ์ทองคำแท้ที่ใช้ในอาณาจักรไบแซนติน นักวิชาการประวัติศาสตร์อิสลามกล่าว่า “ดีนาร์” มาจากคำว่า “ดีนาริอุส” ในภาษากรีก ส่วนเหรียญกษาปณ์เงินที่เรียกว่า “ดิรฺฮัม” เป็นเหรียญกษาปณ์ที่มาจากอาณาจักรเปอร์เซีย

ในเวลานั้น ชามเป็นหัวเมืองใหญ่ของอาณาจักรไบแซนตินที่ติดอยู่กับดินแดนด้านตะวันตกของอาณาจักรเปอร์เซีย และติดอยู่กับทางเหนือของคาบสมุทรอาหรับ ชามประกอบด้วยดินแดนที่เป็นประเทศซีเรีย จอร์แดน เลบานอนและปาเลสไตน์ในปัจจุบัน แผ่นดินชามเป็นแผ่นดินยุทธศาสตร์ที่สองมหาอำนาจในเวลานั้นแย่งชิงกัน และชามเป็นชุมทางการค้าที่เส้นทางสายไหมพาดผ่าน ชาวอาหรับ ชาวอาฟริกาและชาวยุโรปจะนำสินค้าของตนไปซื้อขายกันที่นั่น ด้วยเหตุนี้ ชามจึงไม่เพียงแต่เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งพบปะแลกเปลี่ยนความเป็นไปของโลกในเวลานั้นด้วย

ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสนทูตของพระเจ้าทำหน้าที่เผยแผ่อิสลาม นบีมุฮัมมัดได้ติดตามลุงของท่านไปทำการค้าที่ชามตั้งแต่อายุ 12 ปี ดังนั้น ท่านจึงมีประสบการณ์ทางการค้ามากมายหลายด้าน เช่น การได้เห็นสินค้าใหม่ๆในตลาด รู้เห็นการเจรจาต่อรองและรู้จักสกุลเงินที่สำคัญของโลกในเวลานั้น และเนื่องจากการซื้อขายสินค้าในเวลานั้นใช้สกุลเงินดีนาร์และดิรฺฮัม ชาวอาหรับจึงนำเหรียญดีนาร์และดิรฺฮัมมาใช้ในแผ่นดินอาหรับด้วย

 

71345728_1398207427022174_7709339234007515136_n

 

ในตอนนั้น การทำธุรกรรมและการซื้อขายในแผ่นดินอาหรับมีลักษณะบางอย่างที่ผิดแผกแปลกไปจากที่อื่น เช่น การขายข้าวสาลีที่ติดอยู่กับรวงข้าวเพื่อแลกกับข้าวสาลีที่สีแล้ว การขายอินทผลัมที่ยังอยู่บนต้นเพื่อแลกกับผลอินทผลัมที่เก็บจากต้นแล้ว การซื้อขายบางอย่างเช่น ผ้า ถ้าหากว่าผู้ซื้อแตะหรือจับผ้าก็ถือว่าได้ซื้อผ้าผืนนั้นแล้วแม้ผู้ซื้อยังไม่รู้คุณสมบัติของผ้า หรือการซื้อขายที่เกิดขึ้นจากการที่ใครคนหนึ่งโยนผ้าให้อีกคนหนึ่งก็ถือว่าคนที่รับผ้าไปได้ซื้อผ้าผืนนั้นแล้วแม้จะยังไม่ได้ตรวจสอบก็ตาม บางคนสั่งซื้อเมล็ดข้าวมาและขายให้คนอื่นไปโดยที่ตัวเองยังไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าก็มี

นอกจากการซื้อขายแลกเปลี่ยนดังกล่าวแล้ว ยังมีการให้เช่าที่ดินเพาะปลูกเพื่อแลกกับผลผลิตที่จะได้จากที่ดินในส่วนที่ผู้ให้เช่าระบุไว้

เนื่องจากการซื้อขายและการทำธุรกรรมในลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรม เพราะมันทำให้เกิดความได้เปรียบและเสียเปรียบระหว่างคู่ค้าไม่ฝ่ายหนึ่งก็ฝ่ายใด ดังนั้น เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูต(นบี)ของพระเจ้า นบีมุฮัมมัดจึงได้สั่งห้ามการซื้อขายและการทำธุรกรรมในลักษณะดังกล่าว

นอกจากสั่งห้ามการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรมแล้ว นบีมุฮัมมัดยังได้มีคำสั่งห้ามการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรมด้วย ท่านได้กล่าวว่า “อย่าขายทองเพื่อทองเว้นเสียแต่ว่ามันจะหนักเท่ากัน และอย่าขายเงินเพื่อเงินเว้นเสียว่ามันจะหนักเท่ากัน แต่ท่านสามารถขายทองเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินหรือขายเงินเปลี่ยนเป็นทองได้ถ้าต้องการ”

 

71514377_1398206400355610_3128122379297882112_n

 

คำสอนทางด้านการเงินนี้เองที่ทำให้โลกมุสลิมยุคใหม่ตระหนักว่าเงินดอลล่าร์สหรัฐกำลังเป็นเศษกระดาษไร้ค่า เพราะตามข้อตกลงเบรตตันวูด(Bretton Wood Agreement) ชาติต่างๆได้ตกลงกันว่าจะใช้สกุลเงินดอลล่าร์ในการค้าระหว่างประเทศและตกลงกันว่าเงินทุก 35 ดอลล่าร์สหรัฐจะมีทองคำ 1 ออนซ์หนุนหลัง แต่ต่อมา ธนาคารกลางของสหรัฐได้แอบพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกมาเกินกว่าที่ตกลงกันไว้โดยไม่มีทองคำหนุนหลัง ทำให้ค่าของเงินดอลล่าร์เสื่อมลง นักวิชาการในโลกมุสลิมจึงถือว่าดอลล่าร์ที่พิมพ์ออกมาเกินกว่าที่ตกลงกันไว้คือดอกเบี้ยที่เกิดจากการแลกเปลี่ยน

นี่คือสาเหตุที่ทำให้โลกมุสลิมปัจจุบันคิดจะเลิกใช้ดอลล่าร์สหรัฐและหันกลับไปใช้สกุลเงินเดิมที่เรียกว่า “ดีนาร์ทองคำ”

 

ขอขอบคุณ : อ.บรรจง บินกาซัน