ศาลสูงสุดลงมติ 5-4 ยุติการต่อสู้อันดุเดือดในศาลต่อคำถามว่าที่นโยบายดังกล่าวซึ่งเทียบเท่ากับการแบนชาวมุสลิมนั้นชอบธรรมตามกฎหมายหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ขัดขวางคำสั่งห้ามเดินทางของทรัมป์ที่แถลงเมื่อเดือนกันยายน เช่นเดียวกับอีก 2 เวอร์ชันก่อนหน้านี้ ในการยื่นคัดค้านทางกฎหมายโดยรัฐฮาวายและรัฐอื่นๆ

ซึ่งล่าสุดคำตัดสินได้ออกมาว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยศาลระบุว่าฝ่ายคัดค้านคำสั่งนี้ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวขัดกับหลักรัฐธรรมนูญหรือละเมิดกฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯได้ หลังจากที่ศาลมีคำตัดสินออกมาไม่นาน ทรัมป์รีบทวีตข้อความชื่นชมการตัดสินของศาลว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ และก็ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่าสหรัฐฯจำเป็นต้องมีกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัยของคนในชาติ

ทั้งนี้เมื่อเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว ทรัมป์ได้ประกาศคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐ โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคง แต่ก็ถูกต่อต้านอย่างหนัก จนต้องมีการปรับปรุงคำสั่งถึงสองครั้ง และลดจำนวนประเทศที่จะถูกแบนจาก 7 ประเทศ เหลือ 5 ประเทศ ประกอบด้วย อิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซีเรีย และ เยเมน แต่ก็ยังถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ขัดขวาง และหลายๆรัฐก็ไม่ให้ความร่วมมือในการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว

โดยคำตัดสินล่าสุดของศาลสูงสุดสหรัฐฯหมายความว่าคำสั่งแบนของทรัมป์จะมีผลบังคับใช้ได้ และยังเปิดโอกาสให้ทรัมป์เพิ่มเติมรายชื่อประเทศที่จะแบนเพิ่มเติมในอนาคตได้อีกด้วย

 

Activists gather outside the White House to protest President Donald Trump's executive actions on immigration in Washington January 29, 2017.  REUTERS/Aaron P. Bernstein
Activists gather outside the White House to protest President Donald Trump’s executive actions on immigration in Washington January 29, 2017. REUTERS/Aaron P. Bernstein
แบ่งปัน