มนุษย์เราทุกคนนั้นมีชื่อ แต่ละคนจะถูกตั้งชื่อแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อ ภาษาและวัฒนธรรมของตนเองที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ มีหลายชื่อที่เป็นภาษาโบราณสืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน และมีอีกหลายชื่อที่เกิดขึ้นใหม่ตามกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ในสังคมมุสลิมก็เช่นเดียวกัน เราจะพบว่าผู้คนในยุคปัจจุบันมักจะสรรหาชื่อแปลกๆไม่คุ้นหูมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิดมากมายหลายชื่อ ซึ่งบางชื่อก็ทำเอาผู้รู้ทั้งหลายหนักใจเพราะต้องพยายามหาความหมายให้ได้ จนทำให้ทุกวันนี้ชื่อดั้งเดิมที่เคยนำมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิดค่อยๆเลือนหายไปกับกาลเวลา ทั้งๆที่ชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อที่ดีที่ศาสนาสนับสนุนให้นำมาตั้งชื่อให้กับเด็กทารกแรกเกิด แต่ด้วยกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผู้คนในยุคสมัยนี้มีความรู้สึกว่าชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อทีเชยไม่ทันสมัยอีกต่อไป เช่น อับดุลเลาะฮ์, อับดุรเราะห์มาน, อับดุรร่อฮีม, มูฮัมหมัด, อีซา, มูซา, อิบรอฮีม, อาอีชะฮ์, ฟาฏีมะฮ์, ค่อดีญะฮ์, อุมมุกัลซูม, หะวาอฺ เป็นต้น

ในอิสลามนั้นการเลือกชื่อที่ดีให้กับเด็กทารกแรกเกิดที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากประการหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อแม่จะต้องกระทำ ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวเอาไว้ในอัลหะดีษบทหนึ่งซึ่งรายงานโดยท่านอะบีดัรดาอฺ (ร.ฏ.) ความว่า

 

عَنْ أَبِي الدَّرْدَاءِ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ” إِنَّكُمْ تُدْعَوْنَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ بِأَسْمَائِكُمْ وَأَسْمَاءِ آبَائِكُمْ فَأَحْسِنُوا أَسْمَاءَكُمْ ” . في سنن أبي داود 4948

 

ความว่า ” ในวันกิยามะฮ์นั้นท่านทั้งหลายจะถูกเรียกด้วยกับชื่อของพวกท่าน และชื่อของบรรพบุรุษของพวกท่าน ดังนั้นท่านทั้งหลายจงตั้งชื่อที่ดีๆเถิด ” รายงานโดยอะบูดาวูด

ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะมีคำถามว่า เราควรจะตั้งชื่อเด็กแรกเกิดตอนไหน ??? ในเรื่องนี้นักวิชาการอิสลามได้ศึกษาตัวบทอัลหะดีษหลายๆบทรวมกันแล้วมีความเห็นว่า สามารถตั้งชื่อเด็กแรกเกิดได้ตั้งแต่วันแรกที่เขาเกิด หรือไม่ก็วันที่สามหลังจากที่เขาเกิด หรือไม่ก็วันที่เจ็ดนับจากวันที่เขาเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลกใบนี้ ส่วนในประเด็นที่ว่าใครมีสิทธิมากที่สุดในการตั้งชื่อเด็กแรกเกิด จากข้อมูลทางวิชาการเราพบว่า ผู้เป็นพ่อมีสิทธิในการตั้งชื่อบุตรที่เกิดใหม่มากกว่าผู้เป็นแม่ในกรณีที่เกิดความเห็นต่างในการตั้งชื่อ แต่ถึงอย่างไรก็ตามการปรึกษาหารือกันในการเลือกชื่อที่ดีที่สุดให้กับลูกก็เป็นทางออกที่ศาสนาสนับสนุนให้ผู้ที่เป็นพ่อแม่ปฏิบัติ และในหน้าประวัติศาสตร์เราก็พบว่าบรรดาศ่อฮาบะฮ์มักจะนำบุตรที่เกิดใหม่ของพวกเขาไปหาท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) เพื่อให้ท่านร่อซู้ลตั้งชื่อให้ ดังนั้นการให้ผู้ที่มีความรู้ หรือผู้ที่ปฏิบัติตนอยู่ในหลักการของศาสนาเป็นผู้ตั้งชื่อให้ก็ถือได้ว่าเป็นแบบฉบับมาจากท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ด้วยเช่นกัน

ผู้ที่เป็นพ่อแม่จะต้องเลือกชื่อที่ดีให้กับลูกน้อยของเขา โดยชื่อนั้นจะต้องออกเสียงง่ายๆ ไพเราะเสนาะหู ที่สำคัญก็คือชื่อนั้นต้องมีความหมายที่ดี เราลองมาศึกษาขั้นตอนการตั้งชื่อเด็กแรกเกิดตามหลักวิชาการอิสลามแบบเรียงตามลำดับกันดูนะครับ

 

mmm

 

ลำดับที่ 1 มีสุนัตให้ตั้งชื่อเด็กแรกเกิดด้วย 2 ชื่อต่อไปนี้คือ ” อับดุลเลาะฮ์และอับดุรเราะห์มาน ” เพราะสองชื่อนี้มีรายงานจากอัลหะดีษว่าเป็นชื่อที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงรักมากที่สุด ท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ได้ตั้งชื่อลูกชายคนหนึ่งของท่านว่า ” อับดุลเลาะฮ์ ” นอกจากนั้นแล้วเรายังพบอีกว่า มีศ่อฮาบะฮ์ประมาณ 300 คนมีชื่อว่าอับดุลเลาะฮ์ เช่น อับดุลเลาะฮ์ บิน ซุเบร เป็นต้น

ลำดับที่ 2 มีสุนัตให้ตั้งชื่อเด็กแรกเกิดโดยการนำคำว่า ” อับดุล ” ซึ่งมีความหมายว่า ” บ่าว ” วางไว้ข้างหน้าพระนามอันวิจิตรของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทั้ง 99 พระนาม เช่น อับดุรร่อฮีม, อับดุลมาลิก, อับดุลอาซีส เป็นต้น

ลำดับที่ 3 มีสุนัตให้ตั้งชื่อเด็กแรกเกิดด้วยกับชื่อของบรรดานบีและร่อซู้ลทั้งหลาย เพราะบรรดาศาสดาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีความประเสริฐ อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงคัดสรรคมาแล้วทั้งสิ้น โดยเฉพาะศาสดาที่อยู่ในกลุ่ม (อุลุลอัสมี่) ศาสดาที่ประกาศศาสนาด้วยความอดทนอดกลั้นทั้ง 5 ท่านอันได้แก่ ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.), ท่านศาสดาอิบรอฮีม (อ.ล.), ท่านศาสดามูซา (อ.ล.), ท่านศาสดาอีซา (อ.ล.), ท่านศาสดานูวฮฺ (อ.ล.) แต่นักวิชาการอิสลามมีความเห็นว่าชื่อ ” มูฮัมหมัด ” เป็นชื่อที่มีความประเสริฐและสมควรเอามาตั้งชื่อเด็กแรกเกิดมากที่สุดในฐานะที่ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.)นั้นเป็นบุคคลที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงรักมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วเราจะเห็นได้ว่าท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) ได้ตั้งชื่อลูกชายคนหนึ่งของท่านว่า ” อิบรอฮีม ” ซึ่งเป็นชื่อของศาสดาท่านหนึ่งที่เป็นบรรพบุรุษของท่าน

ลำดับที่ 4 สมควรที่จะตั้งชื่อเด็กทารกแรกเกิดด้วยกับชื่อของบรรดาคน ” ซอและห์ ” บรรดาคนดีทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อของบรรดาศ่อฮาบะฮ์ เช่น อะบูบักร, อุมัร, อุสมาน, อาลี นอกจากนั้นแล้วยังมีรายงานอีกว่าท่านซุเบร อิบนุ เอาวาม (ร.ฏ.) ได้ตั้งชื่อลูกชายทั้ง 9 คนของเขาด้วยกับชื่อของบรรดาศ่อฮาบะฮ์ที่ตายชะฮีดในสงครามบะดัรอันได้แก่ อับดุลเลาะฮ์, มุนซิร, อุรวะฮ์, ฮัมซะฮ์, ญะอฺฟัร, มุศอับ, อุบัยดะฮ์, คอลิด, อุมัร เป็นต้น

ลำดับที่ 5 สมควรที่จะตั้งชื่อเด็กแรกเกิดด้วยกับชื่อที่มีความหมายดี ใช้คำกระทัดรัดไม่ยาวจนเกินไป ซึ่งนักวิชาการได้ตั้งกฏเกณฑ์ไว้ดังนี้

– จะต้องตั้งชื่อเด็กแรกเกิดด้วยคำภาษาอาหรับ
– จะต้องตั้งชื่อเด็กแรกเกิดด้วยคำภาษาอาหรับที่มีความหมายดี เพราะมีรายงานว่า ท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) นั้นมักจะเปลี่ยนชื่อที่มีความหมายไม่ดีให้กับบรรดาศ่อฮาบะฮ์ของท่านอยู่เสมอๆ

 

muslim-baby-girl-cute

 

สิ่งที่ควรพิจารณาในการตั้งชื่อเด็ทารกแรกเกิด

  1. พยายามเลือกสรรคชื่อที่มีความหมายดี และเป็นที่ชื่นชอบของคนในครอบครัว
  2. พยายามเลือกชื่อที่มีจำนวนอักษรน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
  3. พยายามเลือกชื่อที่ออกเสียงง่ายไม่หนักลิ้น
  4. พยายามเลือกชื่อที่ผู้ฟังสามารถจดจำได้ง่าย
  5. พยายามเลือกชื่อที่มีความเหมาะสม ไม่ผิดแปลกไปจากผู้คนในสังคม

 

ลักษณะชื่อที่ห้าม (หะรอม)นำมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิด

  1. ห้ามตั้งชื่อเด็กทารกแรกเกิดโดยการนำคำว่า ” อับดุล ” ไปพาดพิงกับสิ่งอื่นนอกจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เช่น ( عَبْدُ الشَّمْسِ ) ซึ่งมีความหมายว่า บ่าวของดวงอาทิตย์, ( عَبْدُ الرَّسُوْلِ ) ซึ่งมีความหมายว่า บ่าวของร่อซู้ล เป็นต้น
  2. ห้ามตั้งชื่อเด็กทารกแรกเกิดด้วยกับพระนามอันวิจิตรของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทั้ง 99 พระนาม เช่น อัรเราะห์มาน, อัรร่อฮีม, อัลคอลิก เป็นต้น เพราะพระนามเหล่านี้เป็นสิทธิของพระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว
  3. ห้ามตั้งชื่อเลียนแบบบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย
  4. ห้ามตั้งชื่อเลียนแบบเทวรูปทั้งหลาย
  5. ห้ามตั้งชื่อเลียนแบบชื่อของบรรดาชัยฏอนทั้งหลาย เช่น ( خِنْزَب ), ( الْوَلْهَان ), ( الأَعْوَر ) เป็นต้น

ลักษณะชื่อที่ไม่สมควร (มักโรฮ์)นำมาตั้งให้กับเด็กทารกแรกเกิด

  1. ชื่อที่ไม่มีความหมาย หรือมีความหมายในเชิงลบ เช่น ( مُرَّةٌ ) ซึ่งมีความหมายว่า ขม, ( ظَالِمٌ ) ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ที่อธรรม หรือผู้ที่ทุจริต
  2. ชื่อที่มีความหมายในเชิงเพ้อฝัน หรือมีความหมายที่บ่งบอกถึงความงามของสตรีเพศ เช่น ( أَحْلاَمٌ ) ซึ่งมีความหมายว่า ความฝัน, ( فَاتِنٌ ) ซึ่งมีความหมายว่า ผู้หญิงที่มีความงดงาม
  3. ชื่อของบรรดาผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่สมควรที่จะเป็นแบบอย่างของผู้คนทั้งหลาย
  4. ชื่อของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์อัลกุรอาน เช่น ฟิรอูน, กอรูน, ฮามาน เป็นต้น
  5. ชื่อของสัตว์บางชนิดที่ที่มีความหายในแง่ลบ เช่น ชื่อของสัตว์ที่แสดงถึงความโง่เขลา หรือความขี้เกียจ เป็นต้น
  6. นักวิชาการบางท่านมีความเห็นว่าไม่สมควรนำชื่อของมะลาอีกะฮ์ท่านหนึ่งท่านใดมาตั้งชื่อเด็กทารกแรกเกิด
  7. นักวิชาการบางท่านมีความเห็นว่าไม่สมควรนำเอาชื่อของซูเราะฮ์หนึ่งซูเราะฮ์ใดมาตั้งชื่อเด็กทารกแรกเกิด เช่น ฏอฮา, ยาซีน เป็นต้น

สุดท้ายนี้ผู้เขียนขออธิบายว่า ” หะรอม ” กับ ” มักโรฮ์ ” นั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตามหลักวิชาการ สิ่งใดหะรอม นั่นย่อมหมายความว่าสิ่งนั้นห้ามปฏิบัติโดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนจะได้รับการลงโทษ ผู้ที่ละทิ้งจะได้รับผลบุญตอบแทน แต่ทว่าสิ่งใดมักโรฮ์ นั่นหมายความว่าสิ่งนั้นสมควรที่จะละทิ้ง ผู้ฝ่าฝืนจะไม่มีความผิด แต่ผู้ที่ละทิ้งจะได้รับผลบุญ มีรายงานจากท่านหญิงอาอีชะฮ์ (ร.ฏ.) เล่าว่า ” ท่านร่อซู้ล (ซ.ล.) มักจะเปลี่ยนชื่อที่มีความหมายน่ารังเกียจของบรรดาศ่อฮาบะฮ์ให้เป็นชื่อที่มีความหมายดีอยู่เสมอๆ ” รายงานโดยติรมีซียฺ

 

ขอขอบคุณ : ผศ.ดร.ฮัสบุ้ลเลาะหฺ เซ็มมี