ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดนราธิวาส ต่างพร้อมใจร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล 5

วันนี้ 23 ต.ค. 61 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ หอประชุมบรมราชกุมารี สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส โดยมีนาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเม๊าะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายยะห์ยา ปานาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำศาสนา ตลอดจนพลังมวลชนที่นับถือศาสนาอิสลาม จาก 13 อำเภอในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ หาที่สุดมิได้ ทุกคนอยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ซึ่งถือเป็นความโชคดีสูงสุดของปวงชนชาวไทย

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้เยี่ยมพบปะพูดคุยด้วยความเป็นกันเองกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำศาสนา และพลังมวลชนที่เข้าร่วมงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ (23 ต.ค. 61) ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ได้น้อมรำลึกฯ ด้วยการยืนสงบนิ่ง จากนั้น ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ได้นำประกอบพิธีดุอาห์ถวายพระราชกุศล เพื่อน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายศาสนาอิสลาม ศาสนาอิสลามถือเป็นศาสนาหนึ่งที่มีพสกนิกรชาวไทยนับถือมาตั้งครั้งอดีต พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์นับแต่ครั้งอดีต ต่างก็ทรงเป็นพุทธมามกะ และองค์อัครศาสนูปถัมภก การทำนุบำรุงผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ในประเทศไทยนี้ ถือเป็นพระราชกรณียกิจที่พระมหากษัตริย์ไทยแต่เดิมทรงกระทำมาเป็นราชประเพณี ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เช่นกัน

เหล่าพสกนิกรชาวไทยมุสลิม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านในการอุปถัมภ์ศาสนาอิสลาม พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้กฎหมายอิสลามในการพิจารณาอรรถคดีความแพ่ง ซึ่ง เกี่ยวด้วยศาสนาอิสลามเรื่องครอบครัวและมรดกในกรณีที่ทั้งโจทย์และจำเลยเป็น ผู้นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่การปกครองบริเวณหัวเมืองทั้ง 7 (มณฑลปัตตานีเดิม) โดยให้ผู้ทรงความรู้ทางศาสนาอิสลามเป็นผู้ตัดสินคดีความเรียกว่า “โต๊ะกาลี” (โต๊ะกอฎียฺ) ซึ่งต่อมาเรียกว่า “ดาโต๊ะยุติธรรม” เพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่ง “เสนายุติธรรม” ในการศาลของมณฑลพายัพ ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อชาวมุสลิมในประเทศไทย

 

ที่มา : ThaiNews

 

2

.

3

.

4

.

5

.

6

.

7

.

8

แบ่งปัน