ช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศิลอดของพี่น้องมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนใต้ ในช่วงนี้ในเรื่องของอาหารการกิน ถือว่ามีสีสันอย่างมากนับตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป พี่น้องประชาชนชาวมุสลิมต่างออกมาจับจ่ายซื้ออาหารคาวหวาน อย่างคึกคัก หนึ่งในนั้น คือ ขนมที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล ซึ่งกำลังโด่งดังเป็นอย่างมากในประเทศมาเลเซียและพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ขนมชนิดนี้ก็คือ ขนมควายกลิ้ง หรือที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เรียกว่า “กูบาฆูลิง” ขนมชนิดนี้มีลักษณะที่คล้ายกับขนมเปียกปูนของไทย แต่เนื้อของขนมควายกลิ้งมีความนุ่มนวลมากกว่าขนมเปียกปูน ถือว่าละลายในปากเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้มี่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เริ่มออกมาจำหน่าย ขนมชนิดนี้ตามกระแสที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ละร้านก็จะมีสูตรและขั้นตอนการทำที่แตกต่างกันออกไป

นางนูไอนี เสมอภพ เจ้าของร้าน เด แมงโก้ ในอำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นร้านหนึ่งที่จำหน่ายขนมควายกลิ้งในจังหวัดยะลา กล่าวว่า ขนมควายกลิ้งของทางร้านตนนั้น เป็นสูตรเฉพาะที่ได้ผสมผงถ่านให้เป็นสีดำ และการกวนแป้งที่ใช้เวลาที่พอเหมาะตามสูตรเฉพาะของร้าน จึงทำให้ขนมควายกลิ้งของทางร้านตนนั้น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผงถ่านและมีความนุ่มละมุนละลายในปาก อีกทั้ง มะพร้าวที่ใช้คลุกตัวขนม ก็เป็นมะพร้าวที่มีความสดใหม่ และยังเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งจากกระแสความดังในโลกโซเชียลทำให้ในช่วงนี้ ทางร้านผลิตขนมชนิดนี้แทบไม่ทันต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ จนต้องเพิ่มจำนวนการผลิตให้มากขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้แก่ทางร้านได้เป็นอย่างดี

เมื่อก่อนตนเองประกอบอาชีพธุรกิจไอที แต่ความที่เป็นคนชื่นชอบและรักในการทำอาหาร ก็ได้มาเปิดโรงงานทำขนมไทยและเบเกอรรี่ เป็นบริษัท อามานะห์ อินเตอร์ฟู้ด เป็นเวลา 5 ปี ต่อมาก็ได้เปิดเป็นร้าน เดอ แมงโก้ ขายเป็นเรสเตอรอง เปิดมา 2 ปี แล้ว โดยในช่วงเดือนถือศีลอด ก็จะขายแกงและขนมหวาน

ขนม “กูบาฆูลิง” หรือ “ขนมควายกลิ้ง” เป็นขนมสไตล์ขนมเปียกปูนในบ้านเรา ซึ่งปกติทางร้านก็ทำขายอยู่แล้ว เป็นขนมเปียกปูนกะทิสด แต่พอเดือนบวช กระแสโซเชียลเป็นเปียกปูนสีดำกำลังดัง ที่มาเลย์ หรือ ที่คนมาเลย์เรียกว่า “กูบาฆูลิง” หรือ “ขนมควายกลิ้ง” ก็เลยนำมาลองทำขายดู ในวันที่ 30 พ.ค. พอวางขายปรากฏว่าลูกค้าติดใจก็มาซื้อเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วง 10 วันสุดท้ายในเดือนรอมฎอน ก่อนหน้านี้ 3-4 วัน ที่มีคนแชร์ขนม “กูบาฆูลิง” ในโลกโซเชียลกันจำนวนมาก ยิ่งทำให้ขนมขายดี คนต้องเบียดเสียดมาซื้อ ส่วนกำลังผลิตก็เพิ่มขึ้น มีออเดอร์สั่งทั้งทางโซเชียลและมารอรับขนม รวมทั้งมาซื้อกันที่หน้าร้าน เฉพาะ “กูบาฆูลิง” ขายหน้าร้านประมาณวันละกว่า 200 ถาด ๆ ละ 36 ชิ้น ชิ้นละ 10 บาท ส่วนยอดจองจากเดิม 3-4 วันแรก จาก 2,000 ชิ้น ก็เพิ่มเป็น 3,000 ชิ้น 4,000 ชิ้น และล่าสุดตอนนี้ ผลิตแล้ว 5,000 ชิ้นมีรายได้วันละกว่า 50,000 บาท

การทำขนม “กูบาฆูลิง” นั้นก็เหมือนกับการทำขนมเปียกปูนบ้านเราใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แต่ขนม “กูบาฆูลิง” ของตนเอง ก็จะเป็นสูตรกลาง ๆ ไม่อ่อน ไม่เปียกมาก คิดสูตรเอง เนื่องจากตนเองจะมีพื้นฐานในเรื่องของการทำขนมไทยอยู่แล้ว เพราะตัวเองเปิดโรงงานขนมไทย รวมทั้งได้เรียนการทำขนมไทยมากับอาจารย์หลาย ๆ คน เนื่องจากขนม “กูบาฆูลิง” เป็นขนมเปียกปูนสีดำ ก็เลยได้ใช้นวัตกรรมชาโคลมาช่วยให้เป็นสีดำ ทำให้รสชาติความอร่อยของ “กูบาฆูลิง” ที่ร้านจะไม่เหมือนใคร ลูกค้าทุกคนจะบอกว่าไม่เหมือนขนมเปียกปูน พอรับประทานเข้าไปแล้วจะไปละลายในปาก นอกจากนี้ วัตถุดิบที่ใช้ก็จะสดใหม่ น้ำปูนต้องแช่ค้างคืนอย่างดี

สำหรับส่วนผสมของขนม “กูบาฆูลิง” ก็จะเหมือนการทำขนมเปียกปูน จะมีแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน กะทิ น้ำปูนใส นำมาผสมสูตรเอง เสร็จแล้วก็นำไปเทกวนในกระทะให้แห้ง ใช้เวลานานกว่า 40 นาที หลังจากนั้น ก็จะนำมาเทใส่ถาด รอให้ขนมเย็นถึงจะนำไปตัดเป็นชิ้น ๆ และคลุกเคล้ากับมะพร้าว ใส่กล่องขาย

นางสาวนูไอนี เสมอภพ ยังบอกอีกว่า หลังจากที่ตอนแรกคิดไว้ว่า ขนม “กูบาฆูลิง” จะทำเฉพาะเดือนถือศีลอดเท่านั้น แต่พอกระแสความดัง ”กูบาฆูลิง” ฟีเวอร์ ตนเองก็เลยคิดจะต่อยอด ขนม “กูบาฆูลิง” เป็นของดีประจำร้าน เดอ แมงโก้ และต่อยอดเป็นของฝากจากจังหวัดยะลา เพื่อให้ประชาชนที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ แวะซื้อ กลับไปรับประทานด้วย

 

ที่มา : ThaiNews

 

23

.

26

.

27

.

22

.

24

.

25

.

28

.

29

แบ่งปัน