นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีนายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ปลัดจังหวัดนราธิวาส นาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส พลตำรวจตรี นรินทร์ บูสะมัญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ประธานชมรมอิหม่าม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในวันนี้ (21 พ.ค. 63) เพื่อหารือแนวทางปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) และการละหมาดอีดิ้ลฟิตรี และรับทราบผลการประเมินมัสยิดที่แสดงความจำนงละหมาดวันศุกร์ ซึ่งจังหวัดนราธิวาส มีมัสยิดในพื้นที่ 13 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 676 แห่ง มีความพร้อม 448 แห่ง ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้มัสยิดที่ผ่านการประเมิน 448 แห่ง เปิดให้มีการละหมาดวันศุกร์ได้ เริ่มวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 ส่วนมัสยิดที่ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด หากคณะทำงานประเมินฯ ตรวจแล้วมีความพร้อมก็เปิดให้ละหมาดวันศุกร์ได้

ทางด้านการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดอีดิ้ลฟิตรี ให้ทางอำเภอและผู้เกี่ยวข้อง พิจารณาให้มีการละหมาดตามความเหมาะสม โดยต้องปฏิบัติตามประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วยการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดอีดิ้ลฟิตรี ฉบับที่ 6/2563 ซึ่งมีสาระสำคัญ เช่น ให้มัสยิดจัดเตรียมพื้นที่เปิด ลานมัสยิด สนามกีฬาในชุมชน ให้ดำเนินมาตรการตามประกาศจุฬาราชมนตรีว่าด้วยการผ่อนปรนให้มีการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) อย่างเคร่งครัด ให้รีบปฏิบัติศาสนกิจละหมาดอีดิ้ลฟิตรี เมื่อเข้าเวลาและให้กระชับเวลาในการละหมาด และคุตบะห์ ไม่เกิน 20 นาที เป็นต้น

แบ่งปัน