15 ก.ย.61 เวลา 14.00 น. นายอาศิส พิทักษ์คุมพล กล่าวเปิดงาน {เราทั้งผอง..พี่น้องกัน} เพื่อการสร้างสมานฉันท์สู่สังคมพหุวัฒนธรรม ณ มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา มีกัลยาณมิตรทุกศาสนาและผู้แทนหน่วยงานองค์กรรวมทั้งพี่น้องชาวสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ท่านจุฬาฯกล่าวว่า นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน เป็นที่ประจักษ์ชัดมาโดยตลอดว่า “สยามประเทศ” เป็นแผ่นดินแห่งพหุวัฒนธรรมที่หลอมรวมความหลากหลายทางชาติพันธุ์ให้เป็นไทยหนึ่งเดียว และคงความเป็นปึกแผ่นท่ามกลางอารยวัฒนธรรม และความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองมาช้านาน มิตรภาพแห่งความเป็นพี่น้องร่วมชาติ ได้เกื้อหนุนให้คนไทยช่วยกันทำนุบำรุงแผ่นดินเกิดและพัฒนาประเทศชาติให้ความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการแบ่งแยกระหว่างชาติพันธุ์ ศาสนา สีผิว และความแตกต่างทางสำเนียงภาษา เพราะเราทุกคนคือคนไทยอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารขององค์พระมหากษัตริย์ไทย

ความเป็นพี่น้องกันในพื้นพิภพนี้ได้กำหนดมาตั้งแต่ดั้งเดิม เพราะมนุษย์ทุกคนคือบ่าวที่ถูกสร้างและมีคงามทัดเทียมกัน ศาสนาอิสลามยอมรับในคงามแตกต่างของมนุษยชาติบนหลักพื้นฐานที่ว่า มนุษยชาติถือกำเนิดมาจากบุรุษคนเดียวกัน คือ อาดัม การแบ่งก๊ก เป็นเหล่า ความต่างทางความเชื่อและวัฒนธรรม มิใช่อุปสรรคของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุขและเป็นพี่น้องกัน ดังพระดำรัสแห่งอัลลอฮ์ พระองค์ทรงตรัสไว้ ความว่า “มนุษยชาติทั้งหลาย เราได้สร้างพวกเจ้าทั้งหลายจากชายและหญิง ได้แก่ อาดัมและฮาวา และเราได้ให้พวกเจ้าเป็นชาติพันธุ์ต่างๆ เพื่อพวกเจ้าจะได้ทำความรู้จักกัน” การรู้จักกันจะนพมาซึ่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การสร้างความเข้าใจและการร่วมมือระหว่างกัน จนในสุดเราทั้งผองคือพี่น้องกัน เพื่อรังสรรค์สังคมให้มีความสงบสุขและความมั่นคงตลอดไป และพลังยึดมั่นศรัทธาที่มีต่อหลักคำสอนของศาสนา จะเป็นพลังแห่งความยำเกรงและผลักดันให้มนุษย์มีศีลธรรม และยึดมั่นในจริยธรรมสืบไป จุฬาฯกล่าว

ด้าน ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ประธานมูลนิธิเบิกฟ้าอิสลาม และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนัก จุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้ ในฐานะประธานจัดงาน ได้กล่าวรายงานว่า งาน {เราทั้งผอง..พี่น้องกัน} สร้างความสมานฉันท์สู่สังคมพหุวัฒนธรรม จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างความตระหนักแก่คนไทยทั้งหลายทุกศาสนาว่า ความหลากหลายทางวัฒธรรมของผู้คนในสังคมนั้น เป็นธรรมชาติอันทรงคุณค่าอย่างอเนกอนันต์ิเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจในกันและกัน อันนำมาซึ่งการพัฒนา และความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ของชีวิตและสังคมได้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชาติอยู่ร่วมกันโดยเคารพในความแตกต่างเหล่านั้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสมานฉันท์ความปรองดอง อันจะทำให้สังคมไทย เป็นสังคมที่ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ดุจอวัยวะในเรือนร่างหนึ่งที่แม้มีความต่าง แต่ก็ทำงานตามหน้าที่อย่างประสานสอดคล้อง กระทั่งเรือนร่างนั้นสามารถดำรงอยู่อย่างมั่นคง และเดินไปสู่เป้าหมายได้ในที่สุด

ดร.วิสุทธิ กล่าวอีกว่า งานเราทั้งผองพี่น้องกัน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของความหลากหลายทางวัฒนธรรมในจังหวัดสงขลาอย่างดียิ่ง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากวัฒนธรรมจังหวัดสงขลาในการประสานงานกับองค์กรทางศาสนาต่างๆ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากมูลนิธื องค์กร และหลายหน่วยงานทางด้านศาสนา และทางการศึกษาทุกระดับ จึงขอขอบคุณทุกสถาบันและองค์กร เป็นอย่างยิ่ง มา ณ ที่นี้ ขอพระเจ้าผู้ทรงเอกะโปรดประทานพร และความดีงามแก่ทุกคนด้วยเถิด อามีนนน

 

ขอบคุณภาพ : Winai Sawasmanee
by : M.Faozi
ที่มา : สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี

 

2

.

3

.

8

.

4

.

1

.

5

.

6

แบ่งปัน