ผู้ว่าการมณฑลซินเจียงเปิดเผยจีนได้ตั้งเครือข่ายค่ายกักชนชาติส่วนน้อยมุสลิม โต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าจีนได้ตั้งค่ายกักขังชาวมุสลิมนับล้านคน

สื่อในฮ่องกง เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงาน Shohrat Zakir ประธานรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเขตปกครองตัวเองชนชาติอุยกูร์มณฑลซินเจียงให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหวา ซึ่งเผยแพร่บทสัมภาษณ์นี้ในวันจันทร์ (15 ต.ค.) นาย Zakir กล่าวว่าซินเจียงได้จัดตั้งสถาบันฝึกฝนด้านอาชีพ ให้การศึกษาด้านต่างๆ ซึ่งมุ่งไปที่ภาษากลาง ความรู้ด้านกฎหมาย ทักษะด้านอาชีพ ควบคู่ไปกับการศึกษาเพื่อล้างความคิดกลุ่มหัวรุนแรง

ศูนย์ฯ ดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อให้การศึกษาปรับความคิดของกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มที่มีความคิดสุดขั้วหรือพวกหัวรุนแรง และกลุ่มลัทธิก่อการร้าย และเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดทางอาญาสถานเบา ไม่ถึงขั้นจะต้องได้รับการลงโทษ หรืออาจยกเว้นโทษได้

นาย Zakir ไม่เปิดเผยจำนวนชาวมุสลิมที่ถูกส่งตัวเข้าค่ายหรือศูนย์ฝึกฝนนี้ และไม่พูดถึง “การกักกัน” เขากล่าวเพียงว่าสถาบันดังกล่าว ได้จัด “การฝึกฝนต่างๆ และที่พักอาหาร” โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้ายามที่ประตูทางเข้า

การให้สัมภาษณ์ของนาย Zakir ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดคนแรกของมณฑลซินเจียง ที่กล่าวถึงค่ายที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนเวทีระหว่างประเทศ นานาชาติและกลุ่มองค์กรระหว่างประเทศเรียกร้องให้จีนเปิดเผยเกี่ยวกับค่ายกักกันนี้ และระบุว่าเป็นศูนย์อบรมศึกษาการเมืองแบบบังคับมา มีชนชาติส่วนน้อยอุยกูร์และกลุ่มมุสลิมอื่นๆถึง 1 ล้านคน ถูกเกณฑ์มาเข้าค่ายนี้

นาย Zakir เปิดเผยการศึกษาที่จัดให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกฝน ได้แก่ ภาษาจีนกลาง ความรู้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน พวกเขายังต้องเรียนความรู้ด้านกฎหมายเพื่อส่งเสริมการรับรู้ด้านพลเรือนและชาติ นอกจากนี้ยังมีการฝึกฝนอาชีพ อาทิ การตัดเย็บเสื้อผ้า การทำรองเท้า การทำอาหารแปรรูป การประกอบอุปกรณ์อิเลคทรอนิก การตัดผม และอี-คอมเมิร์ซ อย่างไรก็ตาม นาย Zakir หลีกเลี่ยงที่จะอธิบายเกี่ยวกับ “ค่ายการศึกษาเพื่อล้างความคิดรุนแรง”

Omir Bekali เชื้อสายคาซัคสถานที่เกิดในจีน เป็นหนึ่งในสมาชิกของค่ายฯที่ได้รับการปล่อยตัวออกมา เขาบอกกับสำนักข่าวเอพีเมื่อต้นปีนี้ว่า จะได้รับการปลูกฝังความคิดทางการเมือง แล็คเชอร์เกี่ยวกับอันตรายจากอิสลามและถูกสั่งให้ร้องตระโกน “ขอบคุณพรรคคอมมิวนิสต์! ขอบคุณมาตุภูมิ!” ก่อนมื้ออาหาร

นาย Zakir บอกอีกด้วยว่า “ผู้ได้รับการฝึกฝนหลายคนบอกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับอิทธิพลทางความคิดจากกลุ่มหัวรุนแรง และไม่เคยได้เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้อย่างเช่น กิจกรรมด้านศิลปะ และกีฬา ขณะนี้พวกเขาประจักษ์แล้วว่าชีวิตมีสีสันที่หลากหลาย”

ก่อนหน้านี้กลุ่มเจ้าหน้าที่จีนได้ปฏิเสธเรื่องค่ายกักกัน โดยบอกว่าพวกเขาได้ส่งพวกที่มีความผิดทางอาญาสถานเบาไปศูนย์ฝึกฝนอาชีพ

ทั้งนี้ จากสถิติการสำรวจประชากรปี 2015 ระบุว่า เขตปกครองตัวเองชนชาติอุยกูร์มณฑลซินเจียง เป็นถิ่นของชนชาติส่วนน้อยอุยกูร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม มีประชากรราว 10 ล้านคนในมณฑล คิดเป็น 46.42 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมดในซินเจียง ภาษาท้องถิ่น(ทางการ) คือ ภาษาอุยกูร์

หลายปีที่ผ่านมาซินเจียงเป็นจุดร้อนทางการเมืองที่มักเกิดความขัดแย้งระหว่างชนชาติ ขณะที่กลุ่มรณรงค์สิทธิชาวอุยกูร์ระบุว่าจีนกดขี่ทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่ทางการจีนได้โต้ว่ามีความเคลื่อนไหวลัทธิก่อการร้ายและลัทธิแบ่งแยกดินแดนแทรกซึมในซินเจียง

 

ที่มา : mgronline.com

แบ่งปัน