หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลีของจีนวิจารณ์สื่อตะวันตกว่าใช้ ‘สองมาตรฐาน’ ในการเสนอข่าวเกี่ยวกับนโยบายที่จีนมีต่อชาวมุสลิมในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น), รัฐบาลต่างชาติ รวมถึงนักสิทธิมนุษยชน ต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่จีนจับชาวมุสลิมอุยกูร์จำนวนมากไปเข้าค่ายกักกัน และกดขี่เสรีภาพในการใช้ชีวิตของพวกเขา

ปักกิ่งปฏิเสธข้อครหาล่วงละเมิดสิทธิของชาวมุสลิมในซินเจียงอย่างเป็นระบบ โดยอ้างว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อกวาดล้างลัทธิสุดโต่ง และ “ลัทธิแบ่งแยก” ที่เกิดขึ้นที่นั่น

ไชน่าเดลีระบุในบทบรรณาธิการฉบับวันนี้ (19) ว่า สื่อต่างชาติพยายามสร้าง “ภาพที่บิดเบือน” เกี่ยวกับซินเจียงเพื่อ “ป้ายสีรัฐบาลจีน” โดยระบุว่า “พวกเขาใช้สองมาตรฐานเพื่อจุดประสงค์นี้ นักวิจารณ์ในตะวันตกอ้างว่าจีนคิดไปเองเรื่องภัยคุกคามก่อการร้าย ทั้งที่ประเทศตะวันตกก็กำลังลิ้มรสความรุนแรงจากลัทธิสุดโต่งอยู่”

จีนอ้างว่าเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์เสี่ยงเผชิญภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์และกลุ่มแบ่งแยกดินแดน แต่การที่ปักกิ่งพยายามส่งชาวฮั่นเข้าไปอยู่อาศัยในซินเจียงเพิ่มขึ้นก็ทำให้เกิดเหตุกระทบกระทั่งกับชาวมุสลิมพื้นถิ่น จนมีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายร้อยคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ พอมเพโอ กล่าวหาจีนว่ากำลังกระทำการเบียดเบียนทางศาสนา (religious persecution) ในซินเจียง ซึ่งประเด็นนี้ไชน่าเดลีออกมาแย้งว่า มุสลิมอุยกูร์มักจะถูกชักจูงโดยแผนโฆษณาชวนเชื่อของพวกหัวรุนแรงในต่างประเทศ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องให้การศึกษาและฝึกอาชีพแก่พวกเขา

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นรายงานเมื่อเดือน ส.ค. ว่า ชาวอุยกูร์ราว 1 ล้านคนถูกส่งไปเข้า ‘ค่ายปรับทัศนคติ’ เพื่อให้พวกเขาซึมซับแนวคิดทางการเมืองแบบที่จีนต้องการ

รัฐบาลปักกิ่งออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ โดยอ้างว่าค่ายเหล่านั้นเป็นเพียงค่ายฝึกอาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเลื่อนชั้นทางสังคมในภูมิภาคซินเจียง

 

ที่มา : mgronline.com

แบ่งปัน