ชนกลุ่มน้อยมุสลิมในศตวรรษที่ 21

นายตอเฮร นาวาซ ประธานสมาคมมุสลิมนานาชาติแห่งนิวซีแลนด์  (The International Muslim Association of New Zealand-IMAN) หนึ่งในองค์กรมุสลิมเก่าแก่ที่สุดของประเทศและใหญ่ที่สุดในเวลลิงตันเมืองหลวงของประเทศ อธิบายว่า ปัจจุบันชนกลุ่มน้อยมุสลิมนิวซีแลนด์มีจำนวนเกือบ 6 หมื่นคน ส่วนหนึ่งมาจากผลพวงด้านนโยบายรับคนอพยพและผู้ลี้ภัยของรัฐบาลนิวซีแลนด์ผ่านโครงการโควตารับผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ Refugee Quota Programme” ตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งนิวซีแลนด์จะรับผู้ลี้ภัยปีละ 750 คน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2018 ที่ผ่านมา รัฐบาลผสมชุดปัจจุบันนำโดยพรรคแรงงานของนายกรัฐมนตรีหญิง นางจาซินดา อาร์เดิร์น ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์ต้องการเพิ่มโควตาผู้ลี้ภัยจาก 1,000 คน (กรกฎาคม 2018) เป็น 1,500 คน ในเดือนกรกฎาคม ปี 2020 และจะมีการจัดสรรกองทุนสำหรับการตั้งถิ่นฐานของผู้ลี้ภัยต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง มีผู้ลี้ภัยตั้งถิ่นฐานในนิวซีแลนด์แล้วมากกว่า 35,000 คน

 

10931098-3x2-700x467

 

William Shepard นักวิชาการอาวุโสที่สนใจศึกษาบทบาทของศาสนาอิสลามในประเทศนิวซีแลนด์ได้ศึกษาการขยายตัวของประชากรมุสลิมในช่วงปี 1986 ว่า ขณะนั้น มุสลิมในนิวซีแลนด์เพิ่มจำนวนถึง 2,500 คน พวกเขาเป็นมุสลิมเชื้อสายอินเดีย-ฟิจิ เป็นคนงานในสำนักงาน เป็นแรงงานทักษะสูง และเป็นนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ภายใต้ “The Colombo Plan” หรือ “แผนการโคลัมโบ” ซึ่งเป็นองค์การระดับภูมิภาคที่รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกร่วมมือกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคม

การสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2013 ที่ผ่านมา ยืนยันตัวเลขประชากรมุสลิมนิวซีแลนด์ว่ามีประมาณ 46,000 คน ร้อยละ 75 อาศัยใน Auckland ร้อยละ 25 เกิดในนิวซีแลนด์ ซึ่งไม่ต่างจากสถิติเมื่อปี 1986 ที่ระบุว่า มุสลิมที่เกิดในนิวซีแลนด์มีถึงร้อยละ 26  ณ วันนี้ ประชากรมุสลิมเกือบครึ่งเป็นผู้หญิง สะท้อนภาพการเพิ่มประชากรอย่างมีนัยสำคัญจากต้นศตวรรษที่ 20 ที่กล่าวว่า ไม่มีสตรีมุสลิมอาศัยในดินแดนกีวีแม้แต่คนเดียว

นอกจากนั้น สำมะโนประชากรในปี 2013 ชี้ชัดว่า ประชากรมุสลิมนิวซีแลนด์ประกอบไปด้วย ร้อยละ 21 เป็นมุสลิมที่เกิดในหมู่เกาะแปซิฟิก เกิดที่ทวีปเอเชีย ร้อยละ 26.9 และมีเพียงร้อยละ 23.3 เท่านั้น ที่เกิดในภูมิภาคตะวันออกกลางและทวีปแอฟริกา

 

3000

 

มุสลิมให้การช่วยเหลือการสร้างโบสถ์ (Cathedral)

เหตุวินาศกรรมเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2019 ณ เมืองไครสต์เชิร์ช เป็นเครื่องหมายย้ำเตือนถึงความสำคัญของเมืองนี้กับการเผยตัวของมุสลิมในประเทศนิวซีแลนด์ได้เป็นอย่างดี ความเป็นจริงก็คือ ได้มีการจัดกิจกรรมสานเสวนาระหว่างความเชื่อในประเทศนิวซีแลนด์และมุสลิมก็มีส่วนร่วมเรื่อยมา

หนังสือพิมพ์รายวัน “The Star”  (วันที่ 1 พฤษภาคม1902) ลงข่าวการเสียชีวิตของ Wuzeera หรือ Bezire ซึ่งได้เขียนถึงเรื่องราวชีวิตของเขาว่า Wuzeera มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการสร้างโบสถ์ประจำเมือง (Christchurch Cathedral) เขาทำหน้าที่ดูแลการขนหินจากเหมืองหิน Port Hills quarry ซึ่งเหตุการณ์นี้ Abdullah Drury ยกย่องว่า นี่คือการให้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวมุสลิมในประวัติศาสตร์การสร้างเมือง Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์ และเรื่องราวในฐานะผู้ให้ของ Wuzeera หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั้ง Christchurch Auckland Otago และ Wanganui ได้ตีพิมพ์เรื่องราวของเขาด้วยเช่นกัน

เอาเข้าจริง ระหว่างเส้นทางการพัฒนาประเทศ มุสลิมถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่รักสันติและยึดหลักสายกลางในการดำเนินชีวิตมาโดยตลอด องค์กรสูงสุดอย่างเช่น สมาพันธ์สมาคมมุสลิมแห่งนิวซีแลนด์ (FIANZ) จะทำหน้าที่ตอบสนองประเด็นที่เกี่ยวข้องกันมุสลิมทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้นำองค์กรมุสลิมจะไม่รีรอที่จะประณามความรุนแรง ความสุดโต่งทุกรูปแบบในเวทีสาธารณะตามวาระต่าง ๆ อาทิ ประเด็นการวาดการ์ตูนล้อเลียนศาสนทูตมุฮัมมัดของนักเขียนการ์ตูนชาวเดนมาร์ก หรือ งานเขียน The Satanic Verses ของ Salman Rushdie

กล่าวได้ว่า การธำรงรักษาความสงบ สันติของชุมชนมุสลิมนั้น มักมีความท้าทายเกิดขึ้นภายในเสมอ มุสลิมเอเชียที่มีวิถีชีวิตสายกลาง คือ กลุ่มมุสลิมที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางประชากรศาสตร์ แต่ทว่า มุสลิมนิวซีแลนด์นั้นมาจากพื้นเพ ประเทศที่ต่างกัน ด้วยเหตุนี้ ชุมชนมุสลิมจึงมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ไม่น้อย

ถึงแม้ว่าความขัดแย้งที่เกิดจากความเข้าใจทางศาสนาภายในกลุ่มของชาวมุสลิมจะมีอยู่ก็ตาม แต่ในความเป็นจริงภาวะผู้นำของมุสลิมส่วนใหญ่นั้นพวกเขายังยึดมั่นแนวทางสายกลางในการปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง ซึ่งหลักฐานที่ชัดเจนที่พอจะอ้างถึง กล่าวคือ ในปี 2016 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแห่งชาติของสมาพันธ์สมาคมมุสลิมแห่งนิวซีแลนด์ (FIANZ) ได้ตอบโต้อย่างแข็งขันต่อนักวิชาการมุสลิมท่านหนึ่งที่กล่าวหาชาวยิว (anti-Semitic speech ) ในตอนหนึ่งของการปาฐกถาธรรม ณ มัสยิดอัตตักวา ทางใต้ของเมือง Auckland

ถึงที่สุดแล้ว นักวิชาการท่านนั้นจะออกมากล่าวแสดงความจริงใจว่าไม่ได้ต้องการให้เกิดประเด็นขัดแย้งในสังคม และพร้อมที่จะอธิบายสร้างความเข้าใจต่อสังคมต่อไป ดังนั้น ในมุมหนึ่ง เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า มุสลิมนิวซีแลนด์ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นด้วยความสันติและเดินทางสายกลางไม่นิยมความสุดโต่ง

 

new-zealand-launches-halal-guide

 

ความเป็นกีวีมุสลิม

อาจกล่าวได้ว่า มุสลิมนิวซีแลนด์เป็นผู้รักสันติก็ไม่ผิดนัก เพราะหลังโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ ครอบครัวผู้สูญเสียยังคงรักษาความเมตตาต่อผู้อื่น ไม่คิดแก้แค้น ผู้นำมุสลิมจัดการกับปัญหาด้วยความนิ่ง สงบ ไม่โกรธเคือง สมาพันธ์สมาคมมุสลิมแห่งนิวซีแลนด์ (FIANZ) ได้ออกแถลงการณ์ให้ชุมชนมุสลิมอยู่ในความสงบและทำหน้าที่ของตนในฐานะพลเมืองนิวซีแลนด์ต่อไป สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เพียงจะอ้างถึงหลักคำสอนของ “อิสลาม” เท่านั้น แต่นี่คือ “วัฒนธรรมความเมตตาแห่งวิถีนิวซีแลนด์” ที่สังคมได้ยึดถือกันมาเป็นเวลาช้านาน

ในทางเดียวกัน ชุมชนมุสลิมก็ได้รับรู้ถึงความเห็นอกเห็นใจ ความรัก การช่วยเหลือ การสนับสนุนจากชาวนิวซีแลนด์ด้วยความประทับใจ พวกเขาช่วยเหลือ สนับสนุนด้านการเงิน การเฝ้าระวังชุมชนมุสลิม การยืนสงบเป็นเวลาสองนาทีของคนทั้งชาติ การถ่ายทอดสดการเชิญชวนสู่การละหมาดผ่านสื่อสาธารณะทั่วประเทศ การอ่านอัลกุรอานเปิดการประชุมในรัฐสภา และการแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านการคลุมฮิญาบของสตรีนิวซีแลนด์

เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสำนึก ความกตัญญูรู้คุณ ต่อการช่วยเหลือของชาวนิวซีแลนด์ด้วยกัน อีหม่าม  คามาล เฟาดา แห่งมัสยิดอัลนูร ได้แสดงปาฐกถา ณ วันศุกร์แรกต่อหน้าผู้คนนับพัน หลังเหตุการณ์เศร้าสลดของคนทั้งชาติ ท่านกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า…..

“ผู้ก่อการร้ายพยายามฉีกชาติของเราให้แตกกระจายด้วยอุดมการณ์แห่งมารร้าย
แต่พวกเราได้พิสูจน์แล้วว่า นิวซีแลนด์แข็งแกร่งเพียงใด และโลกก็ได้ประจักษ์แล้วว่า ความรักและความสามัคคีของเราเป็นอย่างไร”

“จิตใจของเราอาจแตกสลาย แต่เราไม่คิดยอมแพ้ ท้อถอย และเราก็ไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกเราเช่นกัน”

            “ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณพี่น้องมุสลิม พี่น้องต่างศาสนิก ที่มาร่วมชุมชนกันในวันนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณแขกจากต่างประเทศของเราที่ยืนเคียงข้างเราในวันที่ยากลำบาก”

                “ข้าพเจ้าขอพรให้เอกองค์อัลลอฮ์ทรงประทานความเมตตาต่อทุกท่าน ขอพระองค์ทรงมอบสันติภาพ ความมั่นคง ความรุ่งเรืองต่อโลกของเรา ขอพระองค์ทรงคุ้มครองประเทศนิวซีแลนด์
และชาวนิวซีแลนด์ทุกคน”

…วัลลอฮุอะลัม วะอะลา วะอะห์กัม….

 

(หมายเหตุ : อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ https://theconversation.com/from-mahometan-to-kiwi-muslim-history-of-nzs-muslim-population-114067)

 

ขอขอบคุณ : อิมรอน โสะสัน