“มุสลิมนิวซีแลนด์มาจากหลายส่วนของโลกใบนี้ จากหมู่เกาะแปซิฟิค จากทวีปเอเชีย จากตะวันออกกลางและทวีปแอฟริกา” (AAP/Martin Hunter)

บทนำ

มุสลิมนิวซีแลนด์มีเพียง 1 % เท่านั้น หากเทียบประชากรทั้งหมดของประเทศนิวซีแลนด์ ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า เริ่มแรกของศาสนาอิสลามได้เดินทางมาพร้อมกับมุสลิมอินเดียสองคนมายังแผ่นดินนิวซีแลนด์ในปี 1769

นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานทางราชการและทางวิชาการบางฉบับอ้างอิงว่า ในช่วงปี 1840 และ 1874 เป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งที่มุสลิมเริ่มอพยพเข้ามาเป็นกลุ่ม นักวิชาการที่ศึกษามุสลิมนิวซีแลนด์อย่างเช่น Abdullah Drury  เจ้าของหนังสือ “Islam in New Zealand: the first mosque : a short history of the New Zealand Muslim Association & the Ponsonby Mosque” ระบุว่า “ส่วนมากแล้ว มุสลิมในยุคแรกเดินทางมาจากอินเดีย ซึ่งในขณะนั้น ยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ (British India)”

ปี 1874 ได้มีการสำรวจสำมะโนครัวประชากรยืนยันว่า มุสลิมอาศัยในนิวซีแลนด์ทั้งหมด 17 คน อาศัยอยู่ที่ภูมิภาคโอทาโก (Otago) 16 คน และ อาศัยในภูมิภาคออกแลนด์ (Auckland) อีก 1 คน

เอกสารทางประวัติศาสตร์ยุคแรกๆนั้น เมื่อกล่าวถึง คำว่า “มุสลิม” หรือ “อิสลาม” ในบันทึกจะใช้คำว่า Mahometan Mahommedan Mohammedan Mohemmadanism หรือ Muhammadanism คำเหล่านี้คือคำโบราณที่มีความหมายแฝงไปในทางที่ค่อยข้างดูหมิ่นด้วยซ้ำ (pejorative connotations) ซึ่งสื่อถึงความเกี่ยวพันกับนามชื่อของศาสนทูตมุฮัมมัด (ขอความสันติและความจำเริญจงมีแด่ท่าน) อันหมายถึง ผู้เจริญรอยตามคำสอนของผู้ก่อเกิดศาสนามุฮัมมัด ซึ่งเป็นคำที่ไม่ถูกต้องและบ่งชี้ถึงความไม่เข้าใจและไม่เหมาะสม (misnomer) เพราะ “มุฮัมมัด” คือผู้ส่งสารแห่งอิสลามไม่ใช่เจ้าของสารตามที่กล่าวอ้างกัน (หรืออาจเกิดจากความไม่รู้อย่างไร้เดียงสาของนักวิชาการในสมัยนั้นก็เป็นได้)

 

10752

 

การตั้งถิ่นฐานของครอบครัวอพยพ

            ช่วงแรกของศตวรรษที่ 19 คำว่า “อิสลาม” และ “มุสลิม” เริ่มเป็นที่คุ้นเคยในภาษาตะวันตกมากขึ้น โดยผ่านงานเขียนของนักบูรพาคดีคนสำคัญชาวอังกฤษ Edward William Lane แต่สำหรับสังคมนิวซีแลนด์คำว่า “อิสลาม”ถูกใช้อย่างกว้างขวางในเวลาหลายปีต่อมา

องค์กรมุสลิมระดับชาติของนิวซีแลนด์ อย่างเช่น สมาพันธ์แห่งสมาคมมุสลิมนิวซีแลนด์ (the Federation of Islamic Associations of New Zealand-FIANZ) ระบุว่า ช่วงปี 1850 คือระยะแรกสำหรับการตั้งถิ่นฐานของครอบครัวมุสลิมอพยพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตั้งถิ่นฐานในเมืองไครสต์เชิร์ช ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะใต้

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ปี 1858 The Lyttleton Times หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับแรกของภูมิภาคแคนเทอเบอร์รี่ (Canterbury) ก่อตั้งเมื่อปี 1851 ได้บันทึกว่า “มีกรณีหนึ่งในศาลสูงสุดของเมือง Lyttelton ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆอยู่ไม่ไกลนักจากเมืองไครสต์เชิร์ช ณ ศาลแห่งนั้น มีพยานสามีภรรยาคู่หนึ่งจากอินเดียที่ต้องให้การต่อศาล ก่อนให้การต่อศาล ทั้งสองได้กล่าวสาบานตนต่อหน้าศาลด้วยอัลกุรอานฉบับแปลภาษาอังกฤษ ผู้เป็นสามี ชื่อว่า Wuzeera ส่วนภรรยาของเขาคือ Mindia”

The Lyttleton Times ได้รายงานกระบวนการไต่สวนตามขั้นตอนศาล ตามเนื้อข่าว มีใช้คำว่า  “Mahometan” เพื่อระบุเอกลักษณ์ทางศาสนา (religious identification) ของพยานคู่สามีภรรยา และอธิบายรายละเอียดต่อไปว่า Wuzeera เดินทางมาถึงนิวซีแลนด์ในปี 1854 อพยพมากับเรือเดินทะเลที่มีชื่อว่า “อักบัร” (Akbar) เขาทำงานให้กับ Mr Wilson แห่ง Cashmere ชานเมืองทางใต้สุดของเมืองไครสต์เชิร์ช  คู่สามีภรรยามีลูกด้วยกันสี่คน สองคนสุดท้ายนั้นเกิดที่เมืองไครสต์เชิร์ช ในปี 1859 และ1861 ตามลำดับ ซึ่งเท่าที่ทราบ คำว่า Cashmere” คือคำที่ชาวอังกฤษออกเสียงสะกดมาจากคำว่า Kashmir” นั่นเอง

ถือได้ว่า ต้นศตวรรษที่ 20  เป็นช่วงเติบโตของประชากรมุสลิมอพยพ การสำรวจสำมะโนครัวประชากรในปี 1901 ระบุไว้ชัดเจนว่า ขณะนั้น มีมุสลิมอาศัยในนิวซีแลนด์ ทั้งหมด จำนวน 41 คน

 

new-zealand-muslim-celebrate-mid-shaban-1

 

William Shepard แห่ง University of Canterbury นักวิชาการนิวซีแลนด์ได้ขยายความเอาไว้ว่า “ประวัติศาสตร์อันต่อเนื่องของชุมชนมุสลิมนิวซีแลนด์สามารถเชื่อมโยงไปถึงช่วงเวลาระหว่างปี 1906 และ 1920”

William Shepard เผยว่า มีชายหนุ่ม 3 คน เดินทางจากรัฐคุชราตในอินเดีย อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในนิวซีแลนด์ พวกเขาได้เปิดร้านเล็กๆขึ้น จากนั้น ได้นำลูกๆจากอินเดียมาอยู่ด้วย ช่วงต้นของปี 1950 ลูกๆของพวกเขาก็ชักชวนสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวมาตั้งถิ่นฐานถาวร จากรุ่นสู่รุ่น ลูกหลานชาวคุชราตเกิดและเติบโตที่นิวซีแลนด์ จนกลายเป็นผู้นำชุมชนมุสลิมในเวลาต่อมา

ดร. Eva Nisa ผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามในโลกสมัยใหม่แห่ง Victoria University of Wellington กล่าวถึงอัตลักษณ์ของมุสลิมนิวซีแลนด์ใน NZ Herald เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2019 อย่างน่าสนใจว่า “มุสลิมส่วนใหญ่ในประเทศนิวซีแลนด์เป็นผู้ประมาณตน รักสงบ ในทางปฏิบัติแล้ว แนวทางของผู้นำชุมชนมุสลิมคือการอำนวยความสะดวกให้มุสลิมนิวซีแลนด์ครองตนเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศอื่นๆด้วย” เธอกล่าวต่อว่า หลักพื้นฐานของอิสลามคือเจตนารมณ์ในการสร้างสันติสุข ไม่ใช่การแก้แค้น”

“ตามคติคำสอนอิสลาม เมื่อความชั่วร้ายเกิดขึ้น เราต้องร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กันและกัน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับมุสลิมหรือเพื่อนต่างศาสนา เราต้องใส่ใจเยี่ยมเยือนผู้ได้รับความเจ็บปวด และยืนเคียงข้างพวกเขาตลอดไป  นั่นคือคำสอนจากศาสนาของเรา และ เช่นเดียวกัน นี่คือค่านิยมแห่งวัฒนธรรมนิวซีแลนด์” ดร. Eva Nisa กล่าวย้ำ หลังเหตุการณ์อันเศร้าสลดในประเทศนิวซีแลนด์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2019 ผ่านพ้นไม่นาน….

……วัลลอฮุอะลัม วะอะลา วะอะห์กัม…

(อ่านต่อในตอนถัดไป อินชาอัลลอฮ์)

 

ขอขอบคุณ : อิมรอน โสะสัน