กลุ่มศาสนาและลัทธิความเชื่อในคาบสมุทรอาหรับ

         ยุคสมัยก่อนอิสลาม (อัล-ญาฮิลียะฮฺ) และช่วงการประกาศศาสนาอิสลามของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.)ในคาบสมุทรอาหรับมีกลุ่มศาสนาและลัทธิความเชื่อหลากหลาย ชนเผ่าอาหรับส่วนใหญ่มีความเชื่อแบบพหุเทวนิยมและกราบไหว้รูปเคารพ เฉพาะในนครมักะห์ มีเทวรูปสำคัญที่ชาวกุรอยช์และชนเผ่าอาหรับเคารพสักการะ เช่น ฮุบัล, มะนาต, อัล-ลาต, อัล-อุซซา, อิสาฟ, นาอิละฮฺ เป็นต้น

         ในช่วงการประกาศศาสนาอิสลามของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ณ นครมักกะฮฺตลอดระยะเวลา 13 ปี ท่านประกาศศาสนาบนพื้นฐานของความไม่เกี่ยวข้องระหว่างลัทธิพหุเทวนิยมและความเชื่อในเอกานุภาพของศาสนาอิสลาม ดังปรากฏในคัมภีร์อัล-กุรอานว่า

         “(โอ้ศาสนทูต) จงกล่าวเถิด โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธ * ฉันจะไม่เคารพสักการะสิ่งที่พวกท่านเคารพสักการะ (ในปัจจุบัน) * และพวกท่านไม่ใช่ผู้เคารพสักการะต่อสิ่งที่ฉันเคารพสักการะ (ในอดีต) * และพวกท่านมิใช่ผู้เคารพสักการะ (ในอนาคต) ต่อสิ่งที่ฉันเคารพสักการะ (ในปัจจุบันและอนาคต) * สำหรับพวกท่านคือศาสนาของพวกท่านและสำหรับฉันคือศาสนาของฉัน *”(อัล-กาฟิรูน:1-6)

         “โอ้ ศาสนทูต ท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกดลใจมายังท่านจากพระผู้อภิบาลของท่าน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพสักการะโดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ และท่านจงผินออกจากบรรดาผู้ตั้งภาคี” (อัล-อันอาม : 106)

         “และสูเจ้าอย่าได้บริภาษบรรดาสิ่งที่พวกเขา (เหล่าผู้ตั้งภาคี) วิงวอนขออื่นจากพระองค์อัลลอฮฺ เพราะ (การบริภาษสิ่งเหล่านั้น) จะเป็นเหตุให้พวกเขา (เหล่าผู้ตั้งภาคี) บริภาษพระองค์อัลลอฮฺโดยละเมิดด้วยสิ่งที่มิใช่ความรู้ชัด” (อัล-อันอาม : 108)

 

ramadan

 

         ในคาบสมุทรอาหรับ ศาสนาคริสต์ได้แพร่หลายในหมู่ชนเผ่าอาหรับซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ในแคว้นชาม (ซีเรีย) และทางตอนเหนือของคาบสมุทรอาหรับ เช่น ชนเผ่ากัลบ์ อิบนุ วับเราะฮฺ, ตัฆลิบ อิบนุ วาอิล, อัน-นะมิรฺ อิบนุ กอสิฏ, ฏ็อยยิอฺ และตระกูลกุฎออะฮฺบางส่วน เช่น ญุซาม อิบนุ อะดียฺ, บะลียฺ อิบนุ อัมรฺ และบุลกีน เป็นต้น

         ส่วนชนเผ่าอาหรับที่ใหญ่ที่สุดซึ่งถือในศาสนาคริสต์นิกายโมโนฟิสต์ก่อนยุคอิสลามคือพวกเฆาะสาสินะฮฺที่สวามิภักดิ์ต่อจักวรรดิ์โรมันไบแซนไทน์ ศาสนาคริสต์ยังแพร่หลายในแคว้นนัจญ์รอนทางตอนเหนือของยะมัน (เยเมน) และพวกมะนาซิเราะฮฺทางตอนเหนือคาบสมุทรอาหรับซึ่งสวามิภักดิ์ต่อจักวรรดิ์เปอร์เซียก็ถือในศาสนาคริสต์เช่นกัน

สำหรับชาวยิวได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ในนครยัษริบ (นครมาดีนะห์) 3 เผ่าด้วยกันคือ ก็อยนุกออฺ, อัน-นะฎีรฺ และกุรอยเซาะฮฺ รวมถึงชาวยิวในคอยบัรฺและตัยมาอฺ ชาวยิวในช่วงก่อนการอพยพ (ฮิจญ์เราะฮฺ) ของท่านนบีมุฮัมมัด เป็นพันธมิตรกับชาวอาหรับพื้นเมืองเผ่าเอาวฺส์และค็อซรอจญ์

         วัฒนธรรมและหลักปฏิบัติของชาวยิวในคัมภีร์อัต-เตารอตได้มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของชาวอาหรับพื้นเมืองทั้ง 2 เผ่าในนครยัษริบ (นครมาดีนะห์) เนื่องจากชาวยิวมีธรรมบัญญัติจากคัมภีร์เป็นของตนเอง มีปุโรหิตและธรรมาจารย์ที่ทำหน้าที่ในการประกอบพิธีกรรมและศาสนกิจในมิดรอส (ธรรมศาลา) ตลอดจนการตัดสินชำระความตามที่คัมภีร์อัต-เตารอตบัญญัติ ชาวอาหรับเผ่าเอาวฺส์และค็อซรอจญ์จึงมองชาวยิวว่าเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมสูงกว่าและบ่อยครั้งที่ชาวอาหรับได้อาศัยปุโรหิตและธรรมาจารย์ชาวยิวในการตัดสินและชำระคดีคดีความที่เกิดการพิพาทในระหว่างชาวอาหรับด้วยกัน

         ในคาบสมุทรอาหรับมีศาสนาโซโรอัสเตอร์ (มะญูสียะฮฺ) แพร่หลายอยู่ในยะมัน (เยเมน) และโอมาน คาบสมุทรอาหรับตั้งอยู่ระหว่างการแผ่อิทธิพลของ 2 จักวรรดิ์ใหญ่ คือ จักวรรดิ์เปอร์เซีย วงศ์แสดสานิด (ค.ศ.224-651) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรอาหรับ และจักรวรรดิ์โรมันไบแซนไทน์ (ค.ศ.324-1453) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรอาหรับ

         จักรวรรดิ์เปอร์เซียแผ่อำนาจสู่อีรักและเขตอัล-ญะซีเราะฮฺทางตอนเหนือของคาบสมุทรอาหรับ (ด้านทิศตะวันออก) และบะห์เรน, โอมาน ตลอดจนยะมัน (เยเมน) อารยธรรมเปอร์เซียมีอิทธิพลต่อชาวอาหรับในด้าน

         ภาษา วรรณกรรม การปกครอง พิชัยสงคราม และการแพทย์ซึ่งมีความเจริญก้าวหน้าในนครญุนดีสาปูรฺ แคว้นคูซิสตาน กล่าวกันว่า อัล-หาริษ อิบนุ กะละดะฮฺ (เสียชีวิตค.ศ.670) นายแพทย์ชาวอาหรับที่อยู่ร่วมสมัยกับท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) เคยศึกษาวิชาแพทย์ในนครญุนดีสาปูรฺ อิทธิพลทางภาษาของอารยธรรมเปอร์เซียคือคำศัพท์จำนวนมากที่ชาวอาหรับได้นำมาใช้และมีปรากฏคำศัพท์เปอร์เซีย (ภาษาฟาริสียฺ) ที่กลายเป็นคำอาหรับจำนวนมากในคัมภีร์อัล-กุรอาน

         จักรวรรดิ์โรมันไบแซนไทน์แผ่อำนาจสู่แคว้นชามทางตอนเหนือของคาบสมุทรอาหรับ (ด้านทิศตะวันตก) แคว้นชาม ดินแดนทางตอนใต้ของคาบสมุทรอนาโตเลีย (ตุรกี) ซีเรีย เลบานอน จอร์แดน และปาเลสไตน์ อาณาเขตของจักรวรรดิ์โรมันไบแซนไทน์ยังรวมถึงคาบสมุทรไซนาย อียิปต์ และแอฟริกาเหนือ ชาวอาหรับในแคว้นชามได้รับอิทธิพลของโรมัน-กรีกในด้านการปกครอง ภาษา ศาสนา และศิลปะสถาปัตยกรรม

 

photo-21

 

         ในยุคก่อนอิสลามกองคาราวานสินค้าของชาวอาหรับจะมุ่งหน้าในฤดูร้อนเพื่อทำการค้ากับพลเมืองอาหรับและโรมันในแคว้นชาม ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) เคยเดินทางสู่แคว้นชามพร้อมกับอบูฏอลิบ ลุงของท่านในขณะเยาว์วัย และเมื่อครั้งที่ท่านเข้าสู่วัยหนุ่มก่อนการสมรสกับพระนางเคาะดีญะฮฺ (ร.ฎ.)

         การผ่องถ่ายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของผู้คนต่างดินแดนในอดีตจะผ่านการค้าแบบกองคาราวานที่ล่องสินค้าจากดินแดนหนึ่งสู่อีกดินแดนหนึ่ง เส้นทางการค้าทั้งทางบก (เช่น เส้นทางสายไหม) และทางทะเลหรือพาณิชย์นาวี (เช่น เส้นทางสายเครื่องเทศ) เปรียบเสมือนเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันในชุมทางหรือสถานีทางการค้าจึงเป็นจุดบรรจบของวัฒนธรรมที่หลากหลายและเป็นแหล่งที่ผู้คนต่างวัฒนธรรมมาพบปะกันจนเกิดพหุวัฒนธรรม ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวยังคงมีพัฒนาการสืบต่อมาแม้ภายหลังการอุบัติขึ้นของศาสนาอิสลามในคาบสมุทรอาหรับ

         และความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมอิสลามในช่วงยุคกลางส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ชาวมุสลิมในดินแดนที่อยู่ในเส้นทางการค้าได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชนต่างถิ่น ความเป็นพหุวัฒนธรรมจึงเป็นเอกลักษณ์ของอารยธรรมอิสลามประการหนึ่งซึ่งรวมผู้คนต่างวัฒนธรรมในดินแดนทั่วโลกอิสลามเข้าไว้ด้วยกัน

พหุวัฒนธรรมในสายตระกูล

         ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) เป็นชาวอาหรับในตระกูลกุรอยช์ที่สืบเชื้อสายถึงท่านนบีอิสมาอีล (อะลัยฮิสสลาม) ซึ่งเป็นบุตรคนหัวปีของท่านนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสสลาม) กับพระนางฮาญัรฺ ท่านนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสสลาม) เป็นชาวเมืองอู๊รฺในดินแดนเมโสโปเตเมีย (อีรัก) ส่วนพระนางฮาญัรฺเป็นสตรีชาวอียิปต์ และเมื่อท่านนบีอิสมาอีล (อะลัยฮิสสลาม) เติบใหญ่ที่นครมักกะห์ ท่านได้สมรสกับสตรีในชนเผ่าญุรฺฮุม ซึ่งเป็นชาวอาหรับแท้ที่ย้ายถิ่นฐานจากยะมัน (เยเมน) มาอยู่ที่นครมักกะห์ และบรรพบุรุษของตระกูลกุรอยช์คือท่านอัดนาน เป็นผู้ที่สืบเชื้อสายถึงท่านนบีอิสมาอีล (อะลัยฮิสสลาม)

กลุ่มชาติพันธุ์อาหรับแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

         1) อัล-อาริบะฮฺ คือชาวอาหรับเดิมในแคว้นยะมัน (เยเมน) ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเกาะหฺฏอน

         2) อัล-มุสตะอฺริบะฮฺ คือชาวอาหรับที่เป็นพลเมืองในแคว้นอัล-หิญาซและแคว้นนัจญด์ เป็นกลุ่มที่สืบเชื้อสายถึงอัดนานซึ่งเป็นลูกหลานของท่านนบีอิสมาอีล (อะลัยฮิสสลาม) และท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) สืบเชื้อสายถึงอัดนาน

         เฉพาะการสืบเชื้อสายของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ถึงท่านนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสสลาม) จะมีชาติพันธุ์ที่หลากหลายร่วมผสมพงษ์อยู่ ได้แก่ คัลดาเนียน (เมโสโปเตเมีย-อีรัก) ค็อปติก (อียิปต์) อาหรับแท้ (ญุรฺฮุม) และอาหรับลูกผสม (อัดนานียูน) ความเป็นพหุวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นเซมิติก (อัส-สามียะฮฺ) มากกว่าหนึ่งกลุ่มได้กลายเป็นสายตระกูลของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) และพลเมืองอาหรับในคาบสมุทรอาหรับ

         เหตุนี้จึงกล่าวได้ว่าในสายเลือดของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ที่ย้อนกลับไปสู่บรรพบุรุษคือท่านนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสสลาม) มีความเป็นพหุวัฒนธรรมอย่างชัดเจน ทั้งนี้ยังไม่นับรวมเชื้อสายของท่านนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสสลาม) ผ่านท่านนบีอิสหาก (อะลัยฮิสสลาม) และท่านนบียะอฺกู๊บ (อะลัยฮิสสลาม) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพงษ์พันธุ์อิสราเอล (บะนู อิสรออีล) ที่เป็นชาวยิวและชาวคริสต์ในยุคก่อนการประกาศศาสนาของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) เพราะหากนับรวมเชื้อสายของฝ่ายนี้เข้าไปด้วยก็ยิ่งชี้ชัดความเป็นพหุวัฒนธรรมมากขึ้นไปอีก…..อ่านต่อฉบับถัดไป

 

ขอขอบคุณ อาจารย์อาลี เสือสมิง

แบ่งปัน