ช่วงเดือนที่ผ่านมาพี่น้องชาวกัมปงน่าจะได้ยืนข่าวเกี่ยวกับ เด็กสาววัยรุ่นถูกหนุ่มวัยรุ่นหลายคนรุมโทรม ซึ่งแน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของสังคมไทยอย่างแน่นอน คือที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะยุให้คนออกมาทำละเมิดทางเพศกัน แต่กำลังจะสื่อว่าปัจจุบันนี้คนบ้านเราไม่ค่อยเกรงกลัวกฎหมาย แต่ไม่ใช่เพราะว่ากฎหมายไม่แรงนะ กฎหมายอาญาฐานกระทำชำเรา หรือข่มขืนมีโทษตั้งแต่จำคุกไปจนถึงประหารชีวิต แล้วแต่ความหนักเนาของพฤติการณ์ของจำเลย แต่ด้วยระบบกฎหมายบ้านเรายังเปิดโอกาสให้ท่านผู้พิพากษามีสิทธิใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่อยู่ภายใต้กฎหมายในการบรรเทาโทษได้ เช่น จากประหารเป็น จำคุกตลอดชีวิต จากจำคุกเป็นรอการลงโทษ เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าตัวของผู้พิพากษาจะใช้ความคิดเห็นส่วนตัวโดยปราศจากข้อกฎหมาย ซึ่งก็มีข้อกฎหมายให้สิทธิอยู่ คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 ในการลดโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลด มาตรา ส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้ลดดังต่อไปนี้
(1)ถ้าจะลดหนึ่งในสามให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต
(2) ถ้าจะลดกึ่งหนึ่ง ให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษ จำคุกตั้งแต่ยี่สิบห้าปีถึงห้าสิบปี

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 ในการลดโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลด มาตรา ส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นโทษจำคุกห้าสิบปี

 

%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%96

 

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 ถ้าโทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนด เวลาเพียงสามเดือนหรือน้อยกว่า ศาลจะกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลง อีกก็ได้ หรือถ้าโทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนดเวลา เพียงสามเดือน หรือน้อยกว่าและมีโทษปรับด้วย ศาลจะกำหนดโทษ จำคุกให้น้อยลง หรือจะยกโทษจำคุกเสีย คงให้ปรับแต่อย่างเดียวก็ได้ 

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาล จะลงโทษจำคุกไม่เกินสองปี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมา ก่อนหรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความ ผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ เมื่อศาลได้คำนึง ถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรมสุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัยอาชีพและสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือเหตุอื่นอันควรปราณีแล้ว เห็นเป็นการสมควรศาลจะพิพากษาว่า ผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้ หรือกำหนดโทษแต่รอการ ลงโทษไว้ แล้วปล่อยตัวไปเพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลา ที่ศาลจะได้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดย จะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้…”

จากมาตราของกฎหมายที่ยกมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการลดโทษให้กับจำเลยจากหนักเป็นเบานั้น ไม่ใช่คิคจะลดก็ลด แต่ลดเพราะมีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิไว้ ในขณะเดียวกันก็เป็นสิทธิของผู้กระทำผิด หรือจำเลที่จะขอให้ศาลลดโทษให้ตัวเองด้วยเช่นกันหากเข้าเงื่อนไขของข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจำเลยทุกคนจะได้รับสิทธิลดโทษตามกฎหมาย บางคดีศาลเห็นพฤติการณ์แห่งคดีมันร้ายแรงเกินกว่าจะลดโทษได้ เช่น คดีที่ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ประหารชีวิต “เต่า เรือนนาค” ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์และข่มขืน เด็กนักเรียนชั้น ม.4 เหตุเกิดย่านดอนเมือง จำเลยฎีกาขอลดโทษอ้างเสพยาบ้า-ดื่มเหล้าจนเมาขาดสติ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่ศาลเห็นว่าฎีกาฟังไม่ขึ้น โดยศาลฎีกาให้เหตุผลว่าศาลฎีกาประชุมปรึกษาหารือแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุให้ลดโทษประหารชีวิตหรือไม่ 

จำเลยฎีกาว่าที่กระทำผิดไป เนื่องจากเสพยาบ้า และดื่มสุราจนเมาขาดสติ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี เห็นว่าการที่จำเลยสมัครใจเสพยาเสพติดดังกล่าว ย่อมทราบดีว่าจะเกิดอาการมึนเมา จำเลยจะอ้างว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองนั้นไม่ได้ อีกทั้งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งฆ่า ชิงทรัพย์ ข่มขืนผู้เยาว์ซึ่งเป็นนักเรียน ใช้มีดแทงผู้ตายหลายแผล ถือเป็นความผิดร้ายแรง และเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ในชั้นสอบสวนจำเลยยังให้การปฏิเสธ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษประหารชีวิตนั้นเหมาะสมกับพฤติกรรมแห่งรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน.

 

560000000370801

 

จากคดีข้างต้นจำเลยก็อยู่ในระหว่างต้องรอโทษประหารต่อไป แต่ก็มีอีกคดีหนึ่งที่ศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษหนักที่สุดคือ ประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกัน ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อ วันที่ 18 มิถุนายน 2561 กรมราชทัณฑ์ได้บังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลด้วยการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย ในคดีชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยวิธีฉีดยาให้ตายซึ่งถือเป็นการประหารชีวิตในรอบ 9 ปี ของประเทศไทย

จากเริ่มต้นผมชวนคุยเรื่องรุมโทรม ไหงเล่าไปเล่ามากลายเป็นเรื่องโทษประหารไปเฉย ก็ถือว่าเป็นการปูพื้นให้ชาวกัมปงเข้าใจก่อนแล้วกันว่า “ทำผิดก็ต้องได้รับโทษ รับโทษก็มีลดโทษ”

เอาเป็นว่าฉบับหน้าเรามาเข้าเรื่องตามหัวข้อกันเลยดีกว่าว่า “ขนาดไหนเรียกข่มขืน” โดยมีวลีเด็ดจากข่าวรุมโทรมสาววัย 12 ซึ่งออกมาจากปากผู้ปกครองของผู้กระทำผิดว่า “ไม่เสร็จก็ไม่ผิด”

 

ขอขอบคุณ : ทนายสยาม

แบ่งปัน