The Masjid Al Noor mosque in Deans Ave is seen without barricades a week after the twin mosque attack that claimed 50 lives in Christchurch on March 22, 2019. - The Muslim call to prayer will be broadcast across New Zealand on Friday as the nation pauses to mark a week since a heavily armed white supremacist stormed two mosques in a murder spree streamed online. (Photo by Marty MELVILLE / AFP)

 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2019) ข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ ณ มัสยิดอัลนูรแห่งนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นถึงความเกลียดชัง  ความเดือดดาลจากสายตาของผู้ก่อการร้าย ผู้สังหารโหด 50 ชีวิต 48 ชีวิตได้รับบาดเจ็บ และผู้ที่ทำให้หัวใจนับล้านดวงบนโลกใบนี้ต้องแตกสลาย

ในวันนี้ ณ สถานที่เดิมแห่งนี้ ข้าพเจ้ากลับมองเห็นความรัก ความเมตตาจากนัยน์ตาของพี่น้องชาวนิวซีแลนด์และเพื่อนมนุษย์ผู้ที่เติมเต็มหัวใจให้แก่ผู้คนนับล้านดวงจากทั่วทุกมุมโลก

ผู้ก่อการร้ายพยายามฉีกชาติของเราให้แตกกระจายด้วยอุดมการณ์แห่งมารร้าย แต่พวกเราได้พิสูจน์แล้วว่า นิวซีแลนด์แข็งแกร่งเพียงใด และเมื่อโลกเห็นถึงความอยุติธรรมเกิดขึ้น นิวซีแลนด์คือตัวอย่างแห่งความรักและความเป็นหนึ่งเดียว “จิตใจของเราอาจแตกสลาย แต่เราไม่คิดยอมแพ้ ท้อถอย และเราก็ไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกเราเช่นกัน”

เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความรักและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อุดมการณ์แห่งความชั่วร้ายของกลุ่มคนที่เชื่อในความสูงส่งของความมีผิวขาว (White Supremacy) ไม่ได้โจมตีเราอย่างเฉียบพลัน ทว่า มันจู่โจมเราอย่างหนักหน่วง แต่ความเป็นปึกแผ่นในประเทศนิวซีแลนด์คือความพิเศษที่เรามี

ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงครอบครัวผู้สูญเสียว่า ความตายของผู้อันเป็นที่รักยิ่งของท่านนั้น ย่อมไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เลือดของพวกเขาได้ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง ความสวยงามแห่งอิสลาม และความสวยงามแห่งเอกภาพของเราชุ่มชื่นอีกครั้ง

พวกเขาคือผู้ที่ดีที่สุดจากพวกเรา พวกเขาจากไปในวันที่ดีที่สุด ในสถานที่ดีที่สุด และจากไปในขณะปฏิบัติภารกิจที่ดีที่สุด พวกเขาไม่ใช่ผู้สละชีพแห่งอิสลามเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาคือผู้สละตนแห่งประเทศนี้…นิวซีแลนด์

 

562000004411301

 

การสูญเสียในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดเอกภาพของนิวซีแลนด์ การจากไป ได้ปลุกให้มนุษยชาติและชาวนิวซีแลนด์ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันคือชีวิตใหม่สำหรับนิวซีแลนด์ และโอกาสแห่งความเจริญรุ่งเรืองสำหรับชาติอื่นอีกมากมาย

ด้วยร่มเงาแห่งความหลากหลาย ทำให้การรวมตัวของเรา ณ ที่นี้ เปรียบดังพันธสัญญาแห่งความเป็นมนุษย์อันยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน

เราทุกคนนับร้อย นับพัน รวมตัวกันเพื่อจุดหมายเดียวกัน เพื่อประกาศว่า “ความเกลียดชังจะเอาชนะเราไม่ได้ และความรักจะกู้ชื่อเสียงแห่งมวลมนุษยชาติของเรากลับคืนมา”

ศาสนทูตมุฮัมมัดอันเป็นที่รักยิ่งของเราได้ทรงสอนพวกเราว่า “ท่านจะยังไม่แสดงความกตัญญูที่แท้จริงต่อผู้ทรงสร้าง หากท่านยังไม่สามารถให้ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

สำหรับประชาชนนิวซีแลนด์ ข้าพเจ้าขอขอบคุณสำหรับความสันติ การแสดงฮาก้า ช่อดอกไม้ และขอบคุณสำหรับความรัก ความเมตตาที่ทุกคนได้มอบให้กับพวกเรา

แด่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าใคร่ขอขอบคุณสำหรับภาวะผู้นำที่ท่านได้แสดงเป็นแบบอย่างแก่ผู้นำโลก ขอบคุณที่ทำให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดกัน ขอบคุณสำหรับการคลุมผมเพื่อให้เกียรติพวกเรา ขอบคุณสำหรับน้ำคำและการปฏิบัติด้วยความเมตตา ขอบคุณอีกครั้งที่ ฯพณฯ อยู่กับพวกเรา ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าใคร่ขอขอบคุณรัฐบาลนิวซีแลนด์ และชาวนิวซีแลนด์ ทุกท่านได้ทำให้เราสัมผัสได้ว่า เรามีความหมายเพียงใด และเราจะไม่ถูกลืมอีกต่อไป

ขอบคุณสำหรับการบริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่านได้ทำหน้าที่ให้เห็นว่า ชีวิตนั้นย่อมมาก่อนเรื่องอื่นเสมอ ขอบคุณเพื่อนบ้านของเราที่อ้าแขนเปิดรับพวกเราจากฆาตรกร ขอบคุณผู้ที่ยอมจอดรถริมทางเพื่อช่วยเหลือพวกเราไว้

ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่เตรียมอาหารสำหรับพวกเรา และช่วยเหลือพวกเราในยามที่ยากจะลุกขึ้นยืน ขอบคุณนิวซีแลนด์ที่ทำให้โลกได้รู้จักความรักและความใส่ใจอย่างแท้จริง

ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงพี่น้องร่วมศาสนาของข้าพเจ้าที่ร่วมกันละหมาดวันศุกร์ในวันนี้ ขอบคุณที่ยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง มันง่ายเหลือเกินที่ท่านกับข้าพเจ้าจะรู้สึกสูญเสียภายหลังจากความบอบช้ำ “แต่คำสัญญาของอัลลอฮ์ที่ให้ไว้ย่อมเป็นจริงเสมอ” ขอบคุณที่ท่านระงับความโกรธ เผื่อแผ่ความเมตตา และมีความหนักแน่น

 

1280px-canterbury_mosque_12_june_2006

 

“โรคเกลียดกลัวอิสลาม” คือ นักฆ่าที่น่ากลัว มุสลิมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดต่อประเด็นนี้มาช้านาน “โรคเกลียดกลัวอิสลาม” คือ ความจริง มันทำลายความเป็นมนุษย์ และสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นกับมุสลิมอย่างไร้เหตุผล ความกลัวที่เกิดจากเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ อาหารที่เราบริโภค และกลัวการละหมาดของเรา

เราเรียกร้องต่อรัฐบาลทั่วโลก รวมทั้งรัฐบาลนิวซีแลนด์ และรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้หยุดสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชังและการเมืองแห่งความกลัวเสียเถิด

การตายของเพื่อนมนุษย์ 50 คน และที่บาดเจ็บอีก 42 คน ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันคือผลของวาทศิลป์ในการสร้างความเกลียดชังมุสลิมจากผู้นำการเมืองบางคน สื่อบางสำนัก และอื่นๆที่มีส่วนก่อให้เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้

โศกนาฏกรรมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทำให้ชาวโลกเห็นแล้วว่า “การก่อการร้ายไม่มีสีผิว ชาติพันธุ์ และศาสนา”กลุ่มคนที่เชื่อในความสูงส่งของความมีผิวขาว และกลุ่มหัวรุนแรงขวาจัดคือภัยคุกคามมนุษยชาติที่ยิ่งใหญ่ เราต้องช่วยกันหยุดยั้งนับตั้งแต่ตอนนี้

ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณพี่น้องมุสลิม พี่น้องต่างศาสนิก ที่มาร่วมชุมชนกันในวันนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณแขกจากต่างประเทศของเราที่ยืนเคียงข้างเราในวันที่ยากลำบาก

ข้าพเจ้าขอพรให้เอกองค์อัลลอฮ์ทรงประทานความเมตตาต่อทุกท่าน

“โอ้..อัลลออ์…ขอพระองค์ทรงมอบสันติภาพ ความมั่นคง และความรุ่งเรืองให้โลกของเรา”

โอ้…อัลลอฮ์…ขอพระองค์ทรงคุ้มครองประเทศนิวซีแลนด์ และชาวนิวซีแลนด์ทุกคน”

 

…วัลลอฮุอะลัม วะอะลา วะอะห์กัม….

 

(หมายเหตุ แปลและเรียบเรียงจากเนื้อหาในคุฏบะห์ประจำวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2019 โดยอีหม่ามคามาล เฟาดาแห่งมัสยิดอัลนูร ได้แสดงปาฐกถา ณ Hagley Park เมือง Christchurch วันศุกร์แรกต่อหน้าผู้คนนับพันหลังเหตุการณ์เศร้าสลดของคนทั้งชาติ อ้างอิงจาก https://www.stuff.co.nz/national/christchurch-shooting/111496112/christchurch-mosque-shooting-al-noor-mosque-imam-gamal-foudas-speech)