เรื่องการกิน คินซีร..(..خنزير..)การกินสุกร) และอัลคอมร์(الخمر)(คือสิ่งมืนเมาและที่เราเรียกว่าเหล้า) ก่อนอื่นอยากจะเรียนให้ท่านพี่น้องให้ทราบก่อนว่า คำว่า “ฮะรอม” หรือ บาป มีอยู่ 2 ประการด้วยกัน คือ บาปเล็ก และ บาปใหญ่

บาปใหญ่ เรียกว่า “อัละบาเอ็ร.. บาปเล็ก เรียกว่า “อัศส้อฆอเอร..

บาปเล็กๆถ้าทำไปแล้วไม่ได้ชำระบาป ก็จะสะสมเป็นบาปใหญ่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน บาปเล็กๆถ้าเราซิเกรฺต่ออัลลอฮฺ ทำการอาบน้ำละหมาด ทำความดีเดินไปมัสยิด..ต่างๆเหล่านี้ก็สามารถชำระล้างบาปเล็กๆไปได้..

ส่วน บาปใหญ่มีอยู่ 2 ประเด็น คือ บาปซึ่งเกี่ยวกับฮักกุ้ลอาดัม และฮักกุ้ลเลาะห์. ..คือเกี่ยวพันกับมนุษย์ และเกี่ยวพันกับอัลลอฮฺ.. ถ้าบาปที่เกี่ยวพันกับอัลลอฮฺ เช่น การละหมาด..คนที่ทิ้งละหมาดก็ต้องขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ …เรียกว่า อิสติลฟาร หรือ เตาบัตตัว ทำความดี เสียใจ ตั้งใจว่าจะไม่ทำอีก แล้วก็ละทิ้งความชั่วนั้น ส่วนบาปซึ่งเกี่ยวกับฮักกุ้ลอาดัม คือ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ด้วยกัน … ความหมาย คือ เราไปละเมิดสิทธิของมนุษย์ เรียกว่า กะบาเอ็รเช่นเดียวกัน เช่น นินทา ใส่ร้าย ลักทรัพย์สิน ฉ้อโกง อย่างนี้เป็นต้น ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ(ซบ.)อย่างเดียวไม่พ้น ต้องขอฮะลาลหรือชดใช้ต่อผู้ที่ได้ไปละเมิด แล้วถ้าจะแบ่งประเด็นไปอีกก็คือ บาปทางใจ และบาปการกระทำ

บาปทางการกระทำไม่รุนแรงเท่ากับบาปทางใจ … เช่น หญิงคนหนึ่งเป็นหญิงที่ผิดประเวณี แต่ว่าเธอเดินทางร่อนแรมไปในทะเลทราย เธอเห็นสุนัขกระหาย เธอฉีกผ้าของเธอเป็นสองชิ้น ชิ้นหนึ่งคลุมร่างกาย อีกชิ้นหนึ่งผูกหูภาชนะตักเอาน้ำให้สุนัขกินฆ้อฟะร้อลลอฮุ่ละฮา.. อัลลอฮฺ(ซบ.) ทรงอภัยโทษแก่เธอ ..นี่คือบาปที่เกิดขึ้นทางการกระทำ

แล้วถ้าบาปที่เกิดขึ้นทางใจ เช่น อวดอ้าง ยโส โอหัง อิจฉาริษยา อย่างนี้มันเป็นบาปที่ อิบลีส ต้องถูกเนรเทศออกจากความเมตตาของอัลลอฮฺ..ขณะที่อัลลอฮฺ(ซบ.) ทรงสร้างนบีอาดัมมา สร้างมาจากดิน อัลลอฮฺ(ซบ.) ใช้เหล่ามลาอิกะห์และอิบลิสให้ซุญูดต่อนบีอาดัม ความยโสตะกับโบร..ของอิบลีส..ไม่ยอมทำตามบัญชาใช้ตามคำสั่งของอัลลอฮฺจึงถูกละนะห์(สาปแช่ง) ออกห่างไกลจากความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) หลังจากนั้นอัลลอฮฺ(ซบ.) ให้นบีอาดัมมาเป็นตัวแทนของพระองค์ในพื้นดุนยานี้ อิบลีส ก็อิจฉาอีก จึงถูกสาปแช่ง ..ออกห่างไกลจากความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) ฉะนั้น นี้แสดงว่าคนที่ทำบาปทางใจ ในโลกดุนยาเอาดีไม่ได้ ในอาคีเราะห์ก็ไม่ได้ดี..

o6blh0iqopjcsecjr4w-o

ในประเด็นที่ได้ถามในเรื่องการ กิน คินซีร.(สุกร) ที่มีการกล่าวในอัลกุรอาน กับคำว่า เหล้า หรือ สุรา จริงๆคำว่าเหล้าหรือสุรา ในภาษาอาหรับเรียกว่า “คอมรอน” หรือ “คอมัร” .. คำว่า “คอมรอน” ไม่ใช่หมายความว่า เป็นน้ำอย่างเดียว เป็นเม็ด เป็นใบ หรือว่าเป็นผง เป็นน้ำที่ทำลายสติปัญญา เรียกว่า คอมรอน..หมดเลย ..หรือจะเป็นควันก็ตาม ..

ส่วนคินซีร … ก็คือ สุกร หรือ หมู ซึ่งเป็นนายิส ที่อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงกำชับในอัลกุรอาน อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงกล่าวว่า.. حرمت عليكم الميتة والدم وللحم الخنزير..الاية
อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงห้ามเหนือพวก ท่านในการที่จะบริโภค มัยตะ ฮ์..ซากตาย วัดดามุ..เลือด วาละห์มุนคินษีร.. แล้วก็เนื้อของสุกร

คำว่า “เนื้อ” ในที่นี่ตามหลักวิชาการแล้ว เมื่อนำหะดิษของท่านรอซูล(ซ.ล.) มาผนวกด้วย ไม่ใช่หมายความว่าห้ามเนื้ออย่างเดียว ทุกส่วนสัดของร่างกายของสุกร หรือ ทุกชิ้นส่วนของสุกร อัลลอฮฺ(ซบ.) ห้ามหมด เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่ง คนเข้ามาถามท่านรอซูล(ซ.ล.) ว่าถ้าจะเอาน้ำมันของหมู สุกร เอามาทำน้ำมันจุดตะเกียงได้หรือไม่ นบี(ซ.ล.) ได้ตอบตำหนิว่า ท่านทั้งหลายจะเลียนแบบยะฮุดีกระนั้นหรือ!.. อัลลอฮฺ(ซบ.) ห้ามอย่างนี้ เลี่ยงไปทำอย่างนั้น อย่างนี้ เป็นต้น

เพราะฉะนั้นคำว่านายิส หรือ สิ่งโสโครก เราจะพิจารณาโดยเอาปัญญาเราคิดไม่ได้ ในฐานะเป็นมุสลิมหรือคนเป็นมุอฺมิน อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงบอกว่า ห้ามก็คือห้าม จะรู้หรือทราบหิกมัต. หรือ เคล็ดลับ หรือเรียกว่าวิทยปัญญา..หรือไม่ทราบก็ตาม..แต่จุดอีหม่านของคนที่ถึงขั้นสูงสุดก็คือ อัลลอฮฺ(ซบ.) ทรงห้าม .. คือไม่ทำ .. คนจะถามมากมายว่า สาเหตุอะไร ? หรือมีหิกมัตอะไร หรือมีเหตุผลอย่างไรที่ อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงห้ามทานเนื้อสุกร หรือไปยุ่งกับเรื่องสุกร อันที่จริงถ้ามีกการค้นคว้าทางการแพทย์ ก็จะทราบ .. แต่จะเน้นประเด็นถึงความเป็นมุอฺมิน ว่าอัลลอฮฺ(ซบ.) ได้กล่าวเอาไว้ (حرمت عليكم الميتة  والدم ولحم الخنزير….)الاية
แสดงว่า มัยตะฮ์ ซากตาย..เลือด..สุกร.. ถ้าใครไปรับประทาน .. คนมุสลิม(ความรู้สึก) หรือที่เรียกว่า นัฟซู … ความเป็นมนุษย์ความเป็นมุสลิมอารมณ์ที่จะทานหรือกินไม่พาไป … ถ้าใครหรือคนใดคนหนึ่งไปเห็นคนกินซากศพมุอฺมินก็จะรู้สึกว่า คนนี้มีร่างกายเป็นคนแต่จิตวิญญาณไม่ใช่คน สองเลือด ในเลือดเคยสังเกตไหมว่า อัลลอฮฺ(ซบ.) ทรงให้อนุญาตให้เรารับประทานสัตว์ที่กินเนื้อได้หรือทานเนื้อได้ ด้วยการเชือดสัตว์ หลอดลม หลอดอาหาร และหลอดเลือดต่างๆ ตามเส้นคอให้ขาดแล้ว เลือดตรงนั้นมันจะพุ่งออกมา เลือดที่พุ่งออกมาเรียกว่า เลือด ที่เป็นนายิส สิ่งโสโครกที่อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้กำหนดเอาไว้ คือ มันเป็นสิ่งที่รับประทานไปแล้ว ไม่ได้เกิดประโยชน์ ยิ่งกว่านั้นทำให้เกิดโรค … สามอัลคินษีร … สุกร หรือหมู ถามว่ามันเป็นบาปใหญ่ไหม ?.. ใช่ เป็นบาปใหญ่เป็นกะบาเอ๊ร .. เพราะในร่างกายของเราห้ามกินสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซบ.) ทรงห้าม ..ไม่ว่าจะกินโดยตรงหรือว่าจะกินทางเบี่ยงทางอ้อมก็ตาม ..
20121209161236

ยกตัวอย่างว่า มุสลิมซื้อไก่ที่ไม่ได้ถูกเชือดตามหลักการอิสลามแล้วนำมารับประทานอันนี้ก็ฮะรอมเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะรับประทานไปก็เป็นเลือด เป็นเนื้อ เป็นหนัง … หรือเงินของมุสลิมเป็นเงินที่ได้มาจากการทุจริต เช่น เงินไปฉ้อโกงมา ไปลักขโมย หรือเงินจากการเล่นการพนัน หรือเงินจากการถูกหวย แล้วมุสลิมนำไปซื้อไก่ที่เชือดตามหลักการอิสลามมารับประทาน ไก่นั้นในสิทธิของมุสลิมก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หะรอม (ต้องห้าม) รับประทานไปเป็นเลือดเป็นเนื้อเช่นกัน..

แล้วนบี(ซ.ล.) ได้กล่าวเอาไว้ว่า เนื้อนังมังสาที่เจริญงอกงามด้วยสิ่งที่หะรอม(ต้องห้าม) ฟันนารุเอาลาลาบิฮ์ นรกเป็นที่พำนักที่ดีที่สุดสำหรับเขา … คราวนี้ในหลักของสุกร ..จริงอยู่มันเป็นบาปใหญ่และเป็นนายิสสิ่งโสโครก … ที่อัลลอฮฺ(ซบ.) ได้ทรงบัญญัติเอาไว้ ที่จริงไม่ใช่เฉพาะศาสนาอิสลาม ศาสนาก่อน ๆ เช่น ในคัมภีร์ไบเบิลก็มีกล่าวสิ่งดังกล่าวเช่นเดียวกัน ในการห้ามกินสุกร แล้วขณะเดียวกัน การรับประทานสิ่งใดก็ตาม ถ้าเน้นว่าไปทำให้เกิดอันตราย แก่ตัวเรา ของนั้นถือว่าหะรอมหมด … ถือเป็นสิ่งต้องห้าม แต่คำถามมีอยู่ว่า สุกรเมื่อเป็นนายิส … มุสลิมรับประทานไม่ได้อยู่แล้ว สองเกิดอันตรายต่อร่างกาย … ถามว่าบาปตรงนี้ กับการบาปของการกินน้ำเมา หรือเสพของมึนเมา ตรงไหนมันจะรุนแรงกว่ากัน อันที่จริงคำว่า อัลกะบาเอ๊ร … มันเป็นบาปใหญ่หมดเลย … ต้องเตาบัตตัวต่ออัลลอฮฺ(ซบ.)ทางเดียวถึงจะหาย นี้คือกลไกของอัลลอฮฺ(ซบ.) ที่พระองค์ทรงได้วางไว้ให้กับอุมมะฮ์(ประชาชาติ)ของท่านรอซูล(ซ.ล.)

ลองคิดดู มุสลิมรับประทานหมูเป็นอันตรายแก่ตัวเราเอง เราเนรคุณอัลลอฮฺ(ซบ.) มุสลิมดื่มน้ำเมา จะเหล้า วิสกี ไวน์ หรืออะไรก็ตามที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แม้กระทั่งปัจจุบันที่มันฮิตเหลือเกิน นั้นก็คือ น้ำกระท่อม หรือ น้ำใบกระท่อม บางคนก็เรียกว่า ใบกะรอมัด. เอาน้ำใบกระท่อมไปต้มผสมยาแก้ไอ ผสมอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด อันนั้นก็อยู่ในค่ายของมึนเมาเช่นเดียวกัน
ลองคิดตาม การรับประทานหมู คือ การเนรคุณต่ออัลลอฮฺ(ซบ.) ต่อสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซบ.) กำหนดมาแต่มันอันตรายแก่ตัวผู้ที่กิน แต่ถ้ารับประทานหรือเสพของมึนเมา หนึ่งเนรคุณอัลลอฮฺ(ซบ.) ทำลายตัวเอง และทำลายคนรอบข้างของผู้ดื่มด้วย เคยสังเกตไหมว่า ความเป็นคนมันจะเปลี่ยนจากความเป็นคนต่อเมื่อไปดื่มหรือเสพของมึนเมา … บางคนเรียกเหล้า เรียกสุรา ว่า น้ำเปลี่ยนนิสัย สังเกตดูว่า ผู้ที่เสพของมึนเมาลักษณะความเป็นคนที่มีปัญญามันเหลืออยู่ไหม ?.. ใช่ มันไม่เหลืออยู่เลย สุขภาพก็เสีย อีกประการหนึ่ง อัลลอฮฺ(ซบ.) ก็ห้ามอยู่แล้ว..พระองค์ตรัสว่า..(لاتلقوابأيديكم الى التهلكة…)..
ท่านทั้งหลายอย่าเอาตัวของพวกท่านหรืออย่าโยนตัวของพวกท่านเข้าไปสู่นรก..

แล้วเสพน้ำเมานานๆอันตรายมากจนกระทั่งตับแข็ง ทำลายตัวเองอย่างนี้หรือคือคนมีปัญญา! ก็ต้องเรียกว่าคนไม่มีปัญญา ..แล้วท่านนบี(ซ.ล.) แจงว่า..น้ำเมาหรือสิ่งมึนเมาเป็นแม่แห่งความเลวร้าย

Pouring beer into four glasses with white background

ประวัติมีการเล่าว่า คนทำดีมาเกือบตลอดชีวิต … ไม่เคยทำบาปเลย แต่สาเหตุจากการเสพของมึนเมาทำได้ทุกเรื่อง สามีที่หย่าภรรยาได้เพราะอะไรหล่ะ บางคนเพราะเมา คนที่ทำร้ายคนได้ ฆ่าคนได้ ก็เพราะเมา เห็นผู้หญิงเพศแม่ยังข่มขืนได้ แม้กระทั่งคนแก่วัยชรา คนที่ไปข่มขืนคนวัยชรา ก็เพราะสาเหตุ ยาบ้า ยาม้า ต่างๆ

แล้วประวัติเล่าว่าคนๆนี้ได้ทำความดีมาตลอดแต่ถูกทดสอบให้เลือก 3 อย่าง หนึ่งดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา สองฆ่าเด็ก สามทำซีนา ต้องคิดให้ดีน่ะ ชายที่ทำความดีมาตลอดก็ได้นึกว่า ซีนาก็ต้องถูกเฆี่ยนจนตาย ซึ่งก็ต้องถูกเฆี่ยน 100 ครั้ง และเนรเทศออกจากสถานที่นั้น 1 ปี ฆ่าเด็กหรือฆ่าคนก็ต้องโดน ลงโทษตายตามไปเรียกว่า กีศ๊อศ … แต่ถ้าดื่มสุราโดนเฆี่ยนแค่ 80 ครั้ง หรือในยุคซอฮาบะห์เฆี่ยนแค่ 40 ครั้ง มันเบากว่า

ชายคนนี้ก็ตัดสินใจ งั้นดื่มสุราดีกว่า มันมีโทษเบากว่าอันอื่นๆ พอชายผู้นี้ได้ดื่มสุรา ดื่มน้ำเมาเข้าไปแล้ว มันทำลายอีหม่าน ท่านนบี(ซ.ล.) ได้บอกว่า คนที่ดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา อีหม่านจะออกจากร่างเหมือนกับการถอดเสื้อออกจากทางศีรษะเลยทีเดียว เพราะของมึนเมาหรือน้ำเมาของเสพติดที่มึนเมากับอีหม่านจะไม่อยู่รวมกันแน่ พอชายคนี้ดื่มสุราก็เปลี่ยนจากคนดีมาเป็นคนเลวทันที เห็นผู้หญิงเกิดอารมณ์ทางเพศก็ทำการเสพสมเพศสัมพันธ์กับหญิงคนนั้น พอเสร็จเรียบร้อยจากความเปลื้องความใคร่แล้วเกิดอาการกลัว และจิตใจแห่งการอีหม่านก็ไม่มี เพราะคนดื่มสุราดื่มน้ำเมาอีหม่านไปแล้ว เห็นเด็ก กลัวเด็กจะไปบอกคนอื่น กลัวเด็กจะไปประจานเลยฆ่าเด็กด้วย

ก็ทำให้เรานึก แล้วก็คิด หลังจากไตร่ตรองทั้งวันแล้วว่าการเสพของมึนเมามันเป็นบาปมหันต์เป็นแม่หรือเป็นแก่นความชั่วร้ายต่างๆที่จะนำมา คือที่จะบอกว่าอันไหนบาปมากในการกินหมู(สุกร) หรือว่าดื่มสุรา พอพูดมาก็ตัดสินใจได้เลยว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ชั่วที่สุด

snag-0160           “สุกร” สมมติว่า มุสลิมเดินทางไปต่างประเทศ หรือในป่า หรือที่กันดาร เราจะอดตายอยู่แล้ว และไม่สามารถหาอาหารได้ … เจอหมู ศาสนาก็ให้รับประทานหมูเพื่อประทังชีวิต … ศาสนาก็อนุโลมให้ แต่การดื่มของมึนเมา หรือเสพของมึนเมา อีหม่านออกจากร่างเลยที่เดียว ลองคิดดูว่า ถ้าพี่น้องมุสลิมคนนั้นถึงอายั้ลช่วงนั้น ในขณะที่ไม่มีอีหม่าน เรียกว่าตายไปสู่ความโกรธกริ้วของอัลลอฮฺ(ซบ.) เพราะคนที่กลับไปหาอัลลอฮฺ(ซบ.) ทุกคนต้องกลับไปหาอัลลอฮฺ(ซบ.)ทั้งหมด  แต่เลือกเอาว่าจะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) หรือกลับไปสู่ความโกรธกริ้วของอัลลอฮฺ(ซบ.) คนเสพของมึนเมา  แล้วสมมติว่า เมาได้ที่แล้วขับขี่มอเตอร์ไซด์ไปชนกับสิบล้อ ลองคิดดู ผม(อาจารย์อาลี กองเป็ง) ไม่หุ่กุมน่ะ ขณะมึนเมาอีหม่านไม่มี แล้วคนตายที่ไม่มีอีหม่านจะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ(ซบ.) หรือกลับไปสู่ความโกรธกริ้วของอัลลอฮฺ(ซบ.) และในขณะเดียวกันสังเกตไหมว่า คนที่เสพยาบ้า พอโดนตรวจเลือด 40 วันหรือเดือนกว่าๆ สารตัวนั้นยังคงค้างอยู่

1420225099-2014062916-o

ผม(อาจารย์อาลี กองเป็ง) ไปดูหะดิษบทหนึ่งซึ่งมีความว่า … อัลลอฮฺ(ซบ.)ไม่รับอาม้าล 40 วัน นั้นแสดงว่าตราบใดที่เราดื่มสุราหรือดื่มของมึนเมาน้ำกระท่อมหรือของมึนเมาต่างๆ สารต่างๆอยู่ในเรือนร่างของเรา 40 วัน การทำอิบาดะห์ของเราอัลลอฮฺ(ซบ.)ไม่รับ ก็ขอฝากท่านพี่น้องทุกท่านเพียงแค่นี้

“สุดท้ายนี้ ที่ผม(อาจารย์อาลี กองเป็ง) มีความรู้สึกเครียดเหมือนบรรดาพี่น้องก็ คือเยาวชน บางคนของพี่น้องเรา..พ่อแม่ของเยาวชนหลายคู่.. ภรรยาจะเอาหม้อไปต้มไก่รมไฟ หวังว่าจะรับประทานอาหารให้อร่อย แต่ภรรยาหาหม้อหาเตาแก๊สไม่เจอ พ่อกับลูกพาไปอยู่ใต้ถุนบ้านไปต้มน้ำใบกระท่อม … แล้วก็เลิกยากมาก … อย่าคิดว่าน้ำต้มใบกระท่อมไม่ใช่สุรา คำว่า สุรา คือ … สิ่งที่ไปทำลายสติปัญญา ทำลายความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นก็ขอดุอาอฺกับอัลลอฮฺ(ซบ.) ให้พี่น้องมุสลิมของเราที่อาจจะพลาดไปบ้าง ก็พยายามตัดสินใจให้ได้ พยายามเลิกให้ได้ เพราะว่าเราจากโลกดุนยานี้ไป จะยุคภาษาอะไรก็ตาม ยุคอาเซียนหลายภาษา ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาลาว ภาษาเขมร ภาษาไทย ภาษาอะไรก็แล้วแต่ มุสลิมจะต้องมีภาษาอีหม่านไป ถ้าเรายังติดสุราอยู่ ยังไม่เลิกกับมัน ถ้าเกิดตายไปภาษาอีหม่านไม่ได้ไป เมื่อภาษาอีหม่านไม่ได้ไป เราถูกสอบถามในกุโบร์ คนไม่มีอีหม่าน ไม่มีภาษาอีหม่านตอบไม่ได้ เพราะในวันนั้น …ในอะลัมบัรซักฺ ซึ่งเป็นโลกคั้นกลางระหว่างดุนยากับอาคีเราะห์ เป็นโลกที่ใช้ภาษาอีหม่านภาษาเดียวเท่านั้น ขอให้อัลลอฮฺ(ซบ.) คุ้มครองพวกเรา ให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆนี้ด้วย” อาจารย์อาลี กองเป็ง กล่าวทิ้งท้าย

ขอขอบคุณอาจารย์อาลี กองเป็ง
ขอขอบคุณอาจารย์อาลี กองเป็ง

 

แบ่งปัน