ฝ่ายมะอฺกิลจึงออกไปและทำทีว่าตนเป็นชาวเมืองหิมศ์ (ซีเรีย) ที่มีเงิน 3,000 ดิรฮัม เพื่อสนับสนุนอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) มะอฺกิลสอบถามผู้คนจนมีผู้ชี้ถึงบ้านของฮานิอฺ อิบนุอุรฺวะฮฺ แล้วมะอฺกิลก็เข้าไปภายในบ้านหลังนั้นก็พบว่ามุสลิม อิบนุ อะกีลอยู่ที่นั่น แล้วก็ทำทีให้สัตยาบันพร้อมกับมอบเงินจำนวน 3,000 ดิรฮัม มะอฺกิลเทียวไปเทียวมายังบ้านหลังนั้นอยู่หลายวัน จนกระทั่งรู้ข้อมูลของคนที่บ้านหลังนั้น ต่อมาก็กลับไปหาอุบัยดุลลอฮฺ อิบนุ ซิยาดเพื่อแจ้งข่าวทั้งหมดที่สืบมาได้

เมื่อผู้คนเป็นจำนวนมากได้ให้สัตยาบันแก่อัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) ผ่านมุสลิม อิบนุ อะกีล และดูว่าสภาพการณ์ในนครอัล-กูฟะฮฺเป็นไปโดยเรียบร้อย มุสลิมจึงส่งหนังสือไปถึงอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) ที่นครมักกะฮฺว่า “ให้ท่านมุ่งหน้ามาเถิด เพราะทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว” อัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) จึงออกจากนครมักกะฮฺในวันอัต-ตัรวียะฮฺพร้อมกับครอบครัว และผู้ติดตามมุ่งหน้าสู่นครอัล-กูฟะฮฺ ในระหว่างนั้นที่นครอัล-กูฟะฮฺ ฮานิอฺ อิบนุ อุรวะฮฺถูกจับกุมเพราะอุบัยดุลลอฮฺรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ฝ่ายมุสลิมทราบข่าวว่าฮานิอฺถูกจับกุม  และถูกขังอยู่ในปราสาทของอุบัยดุลลอฮฺ จึงนำคนจำนวน 4,000 คน ไปล้อมปราสามของอุบัยดุลลอฮฺ พลเมืองอัล-กูฟะฮฺก็ออกไปสมทบกับมุสลิม ในเวลานั้นบรรดาคนสำคัญๆ ของเมืองอยู่กับอุบัยดุลลอฮฺ อุบัยดุลลอฮฺจึงกล่าวกับบรรดาบุคคลสำคัญเหล่านั้น “พวกท่านจงทำให้ผู้คนละทิ้งไม่ช่วยเหลือมุสลิม อิบนุ อะกีลเถิด” อุบัยดุลลอฮฺสัญญาว่าจะมอบของมีค่าแก่พวกเขาและขู่พวกเขาให้หวาดกลัวต่อกองทัพของแคว้นชาม

บรรดาคนชั้นนำเหล่านั้นจึงพูดจาหว่านล้อมให้ผู้คนที่มากับมุสลิมละทิ้งการช่วยเหลือมุสลิม อิบนุ อะกีล พวกผู้หญิงก็มานำตัวเอาบุตรของนางกลับไป พวกผู้ชายก็มานำตัวพี่น้องของตนกลับไป ผู้นำเผ่าก็มาห้ามปรามผู้คนมิให้ช่วยเหลือมุสลิม จนกระทั่งคนจำนวน 4,000 คน เหลืออยู่เพียง 30 คน ที่ยังอยู่กับมุสลิมเท่านั้น! ตะวันยังไม่ทันตกดินในวันนั้น มุสลิม อิบนุ อะกีลเหลืออยู่เพียงลำพัง ผู้คนตีจากมุสลิมกันทั้งหมด เขาเดินไปตามตรอกของนครอัล-กูฟะฮฺอย่างเดียวดายโดยไม่รู้จุดหมาย แล้วมุสลิมก็เคาะประตูบ้านของหญิงนางหนึ่งซึ่งเป็นชนเผ่ากินดะฮฺเพื่อขอน้ำ นางไม่รู้จักมุสลิมจึงสอบถาม มุสลิมได้บอกนางให้ทราบว่าตนเป็นผู้ใดและบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงผู้นั้นจึงนำมุสลิมเข้าไปหลบอยู่ในบ้านข้างเคียง นำเอาน้ำและอาหารไปให้ แต่บุตรชายของนางรู้เรื่องจึงนำความไปบอกอุบัยดุลลออฺ อิบนุ ซิยาด ฝ่ายอุบัยดุลลอฮฺจึงส่งคน 70 คนไปล้อมมุสลิมเอาไว้ มุสลิมต่อสู้แล้วก็ยอมเมื่อพวกนั้นรับรองว่าเขาจะปลอดภัย

 

hqdefault

 

มุสลิมถูกนำตัวไปยังปราสาทของเจ้าเมืองซึ่งอุบัยดุลลอฮฺอยู่ที่นั่น เมื่อเข้ามาอุบัยดุลลอฮฺจึงถามถึงสาเหตุที่มุสลิมออกมา มุสลิมตอบว่า “คือสัตยาบันที่ให้แก่อัล-หุสัยนฺ อิบนุ อะลี (ร.ฎ.) ที่ต้นคอของเรา” อุบัยดุลลอฮฺกล่าวว่า “ที่ต้นคอของท่านมีสัตยาบันที่ให้ไว้แก่ยะซีดแล้วมิใช่หรือ?” แล้วอุบัยดุลลอฮฺก็บอกว่าตนจะฆ่ามุสลิม มุสลิมจึงขอว่าให้ปล่อยตนได้สั่งเสียเสียก่อน อุบัยดุลลอฮฺบอกว่า ได้ จงสั่งเสียเถิด มุสลิมหันมองก็พบอุมัร อิบนุ สะอฺด์ อิบนิ อบีวักกอศอยู่ที่นั่น จึงกล่าวกับอุมัรว่า : ท่านเป็นญาติสนิทของฉันมากที่สุดในหมู่คน จงมาเถิดฉันจะส่งเสียท่าน แล้วมุสลิมก็พาอุมัรไปยังมุมหนึ่ง และสั่งเสียให้อุมัร อิบนุ สะอฺด์ส่งคนไปแจ้งข่าวให้อัล-หุสัยนฺกลับ เพราะเรื่องจบแล้ว พลเมืองอัล-กูฟะฮฺหลอกลวง

มุสลิมกล่าวกับอุมัรฺในคำสั่งเสียที่ฝากให้ส่งคนไปแจ้งกับอัล-หุสัยนฺว่า “ท่านจงนำครอบครัวของท่านกลับไปเสีย อย่าให้พลเมืองอัล-กูฟะฮฺหลอกลวงท่าน เพราะพลเมืองอัล-กูฟะฮฺโกหกท่านและโกหกฉัน และผู้โกหกย่อมมีความเห็นใดๆ” ในที่สุดมุสลิมก็ถูกสังหารในวันอะเราะฟะฮฺ ฝ่ายอัล-หุสัยนฺได้ออกจากนครมักกะฮฺแล้วในวันอัต-ตัรวียะฮฺก่อนที่มุสลิม อิบนุ อะกีลจะถูกสังหาร 1 วัน คนที่อุมัร อิบนุ สะอฺด์ส่งไปบอกข่าวแก่ท่านอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) ก็มาไม่ทันการและสวนกัน

ก่อนที่ท่านอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) จะออกเดินทางจากนครมักกะห์สู่นครอัล-กูฟะฮฺตามที่มุสลิม อิบนุ อะกีลมีหนังสือมา มีเศาะหาบะฮฺหลายท่านพยายามห้ามปรามอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) จากการออกไปยังนครอัล-กูฟะฮฺ ได้แก่ อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร , อับดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาส ,          อับดุลลอฮฺ อิบนุ อัมร์ อิบนิ อัลอาศ , อบูสะอีด อัล-คุดรียฺ , อับดุลลอฮฺ อิบนุ อัซ-ซุบัยร์ และ มุฮัมมัด อิบนุ อัล-หะนะฟียะฮฺน้องชายต่างมารดาของท่านอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) ทว่าอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.) ก็ยืนกรานที่จะออกจากนครมักกะฮฺโดยก่อนหน้าอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ได้ส่งหนังสือไปยังนครมาดีนะห์ให้ครอบครัวของท่านในตระกูลมุฏเฏาะลิบเดินทางมายังนครมักกะฮฺ พวกเขามีจำนวน 19 คน ทั้งชายหญิง พี่น้อง บุตรี และภรรยาของอัล-หุสัยนฺ (ร.ฎ.)

ท่านอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ออกเดินทางจากนครมักกะห์พร้อมกับครอบครัวและผู้ติดตามจนมาถึงอัล-กอดิสียะฮฺก็พบกับคนที่อุมัร อิบนุ สะอฺด์ ส่งมาแจ้งข่าวตามที่มุสลิม อิบนุ อะกีลสั่งเสีย เมื่อทราบความจริงอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ก็ตั้งใจจะกลับสู่นครมักกะฮฺ จึงได้พูดคุยกับลูกๆ ของมุสลิม อิบนุ อะกีลที่ร่วมเดินทางมาด้วย ฝ่ายลูกๆ ของมุสลิมก็ยืนกรานว่าจะไม่กลับจนกว่าจะได้แก้แค้นให้แก่มุสลิมผู้เป็นบิดาเสียก่อน อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ก็เห็นตามนั้น

 

animals

 

ฝ่ายอุบัยดุลลอฮฺ อิบนุ ซิยาด เมื่อรู้ว่าอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ออกจากนครมักกะฮฺเพื่อมุ่งหน้าสู่นครอัล-กูฟะฮฺ อุบัยดุลลอฮฺจึงใช้ให้อัล-หุรฺร์ อิบนุ ยะซีด อัต-ตะมีมียฺนำกำลังคน 1,000 คนเพื่อออกมาพบอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ระหว่างทาง อัล-หุรฺร์ได้พบอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ใกล้ๆ กับอัล-กอดิสียะฮฺ มีการสอบถามและตอบโต้กันด้วยคำพูดระหว่างสองฝ่าย อัล-หารฺร์พยายามห้ามและร้องขอให้อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) กลับไป แต่อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ไม่ยอมและเดินทางต่อไปยังอีรัก

อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) กับครอบครัวของท่านเดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งจึงถามว่าที่นั่นมีชื่อว่าอะไร? มีคนตอบว่า “กัรฺบะลาอฺ” อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) จึงกล่าวว่า (كَرْبٌ وَبَلَاءٌ  ) หมายถึงโศกนาฏกรรมและการทดสอบ แล้วกองทัพของอุมัรฺ อิบนุ สะอฺด์ซึ่งมีจำนวน 4,000 คน ก็มาถึง อุมัรสนทนากับอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) และใช้ให้ท่านอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ไปยังอีรักกับตนเพื่อพบกับอุบัยดุลลอฮฺ อิบนุ ซิยาด แต่อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ปฏิเสธ เมื่ออัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) เห็นว่าเรื่องราวนั้นจริงจัง จึงกล่าวแก่อุมัรฺ อิบนุ สะอฺด์ ว่า : “ฉันมีข้อเสนอให้ท่านเลือก 3 ข้อ จงเลือกเอาข้อหนึ่งตามที่ท่านประสงค์” อุมัรถามว่า “3 ข้อนั้นคืออะไร?” อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) กล่าวว่า “คือให้ท่านปล่อยฉันกลับไป หรือฉันจะไปยังเส้นพรมแดนหนึ่งจากเส้นพรมแดนของมุสลิม หรือฉันจะไปยังยะซีด เพื่อที่ฉันจะได้วางมือของฉันในมือของยะซีด”

อุมัร อิบนุ สะอฺด์ กล่าวว่า : ได้สิ! ท่านจงส่งคนไปยังยะซีด ฉันจะส่งคนไปยังอุบัย ดุลลอฮฺ อิบนุ ซิยาด เราจะได้ดูสิว่าจะเอาอย่างไร แต่อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ก็ไม่ได้ส่งคนไปยังยะซีด ส่วนอุมัรก็ส่งคนไปยังอุบัยดุลลอฮฺ เมื่อคนแจ้งข่าวของอุมัร อิบนุ สะอฺด์มาถึง อุบัยดุลลอฮฺก็บอกเรื่องราวของอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ให้อุบัยดุลลอฮฺทราบ อุบัยดุลลอฮฺก็ยินดีตามข้อเสนอของอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ทว่า ชะมิรฺ อิบนุ ซีอัล-เญาชันกลับเสนอให้อุบัยดุลลอฮฺตกหลุมพรางโดยกล่าวว่า “ไม่! ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ จนกว่าอัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) จะยอมให้ท่านตัดสินเสียก่อน” อุบัยดุลลอฮฺเห็นตามนั้นจึงส่งชะมิรฺไปบอกข่าวแก่อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ว่าอัล-หุสัยน์จำต้องยอมให้อุบัยดุลลอฮฺตัดสินความเสียก่อนถึงจะยอมให้อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.ป เลือกกระทำหนึ่งในสามข้อเสนอนั้น อัล-หุสัยน์ (ร.ฎ.) ก็ไม่ยอมที่จะให้อุบัยดุลลอฮฺมีสิทธิในเรื่องนี้

…อ่านต่อฉบับถัดไป

 

ขอขอบคุณ : อ.อาลี เสือสมิง

แบ่งปัน