ขณะที่เกิดภัยแล้ง เทือกสวนไร่นาขาดความอุดมสมบูรณ์ หรือฝนฟ้าตกจนเกิดอุทุกขภัย พึงทราบเถิดว่าความเลวร้ายต่างๆ ที่มันเกิดขึ้น ก็ด้วยนำมือของมนุษย์แหละ ผู้คนก็ทำบาปกันมากขึ้น หนำซ้ำมิยอมที่จะเลิกและสำนึกผิด (อิสติฆฟาร)

ท่านอิบนุอับบาสกล่าวว่า บ่าลอ(ภัยพิบัติ) จะไม่ลงมาหรอก นอกเสียจากการที่คนทำบาปและภัย หรือบ่าลอนั้นก็จะไม่ถูกขจัดไปนอกเสียจากการเตาบัต(สำนึกผิดหรือการอิสติฆฟาร)

ริสกีที่เราคิดว่าได้แน่ๆ มันถอยห่างจากเราไปก็สาเหตุจากการทำบาปของเราประการหนึ่งเช่นกัน ดั่งท่านนบี(ซ.ล.)กล่าวไว้ซึ่งมีความว่า แท้จริงบ่าวคนหนึ่งซึ่งถูกห้ามจากริสกีที่พึงได้ ก็เนื่องด้วยเหตุจากบาปที่เขาได้ทำไป งั้นการอิสติฆฟารคือการสลายความเลวร้ายและจะนำมาซึ่งความดีอันมากมาย

ดั่งท่านนบี(ซ.ล)กล่าวไว้ซึ่งมีความว่า ผู้ใดอิสติฆฟารเป็นประจำ.อัลลอฮฺจะทรงไห้พบทางออกแก่ผู้ไม่เห็นมัน และทรงให้ความเบิกบานแก่ผู้เศร้าหมอง และพระอค์จะทรงประทานริสกีให้โดยไม่คาดคิดมาก่อน…ครับมาอิสติฆฟารกันเถอะครับ ..

ครั้งหนึ่งท่านนบีอีซาได้นำประชาชนของท่านออกไปเพื่อทำการขอฝน ท่านก็แจ้งประกาศว่า ใครที่มีบาปโปรดได้กลับไปเถิด จึงเกิดการทยอยกลับทีละคนสองคนจนไม่มีใครเหลืออยู่เลย นอกจากชายตาบอดเพียงคนเดียว ท่านนบีอีซาจึงถามว่า ท่านมิเคยมีบาปเลยหรือ ชายผู้นี้ตอบว่า ฉันเคยใช้สายตาของฉันมองไปยังของต้องห้าม และฉันก็ควักลูกตาของฉันทิ้งไปพร้อมกับเตาบัตตัวแล้ว ท่านนบีอีซาจึงเอ่ยคำว่า ถ้างั้นท่านทำการขอต่ออัลลอฮฺฉันจะเป็นคนกล่าวอามีนเอง

 

ขอขอบคุณอาจารย์อาลี กองเป็ง

แบ่งปัน