ท่านนบีอาดัม (อ.ล.) นั้นถือได้ว่าเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงบังเกิดขึ้นมาจากดินและถูกขนานนามว่าบิดาแห่งมวลมนุษยชาติทั้งหลาย ( أَبُو الْبَشَرِيَّةِ ) หลังจากนั้นพระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงบังเกิดพระนางเฮาวาอ์ผู้เป็นภรรยาขึ้นมาจากกระดูกซี่โครงของนบีอาดัม (อ.ล.) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสตรีคนแรกของโลก ทั้งสองครองคู่กันอยู่ในสวนสวรรค์อย่างมีความสุข พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงอนุญาติให้ทั้งสองกระทำทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ ยกเว้นห้ามเข้าใกล้ต้นไม้ต้องห้าม  หากแต่ว่าอิบลีสผู้ที่มีหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิจฉาริษยาและความแค้นที่สุมแน่นอยู่ในหัวใจซึ่งเป็นผลมาจากเมื่อครั้งที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงบัญชาใช้ให้มวลมะลาอีกะฮ์รวมถึงอิบลีสทำการสุหยูดต่อนบีอาดัม (อ.ล.) เพื่อเป็นการให้เกรียติไม่ใช่สุหยูดเพื่อทำอิบาดะฮ์ แต่อิบลีสก็ปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้นเนื่องจากความยะโสโอหังที่มีอยู่เต็มหัวใจของเขา อิบลีสได้หลอกล่อและยุยงส่งเสริมให้ทั้งสองเข้าไปใกล้ต้นไม้ต้องห้ามและรับประทานผลของมัน ท่านบีอาดัม (อ.ล.) และภรรยาหลงเชื่อคำยุยงของของอิบลีสจนหลงลืมคำสั่งห้ามของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทั้งสองจึงได้เข้าไปใก้ลต้นไม้ต้นนั้นและรับประทานผลของมันจนเป็นเหตุให้ทั้งสองถูกขับไล่ออกจากสวนสวรรค์ และแล้วชีวิตของมนุษย์คู่แรกของโลกก็ได้เริ่มต้นขึ้นบนโลกดุนยาใบนี้ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ไม่ได้ปล่อยให้ท่านนบีอาดัม (อ.ล.) และภรรยาดำเนินชีวิตโดยลำพัง หากแต่พระองค์ได้ทรงสอนให้ทั้งสองรู้จักสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกใบนี้ทั้งหมดด้วยพระเมตตาของพระองค์อย่างแท้จริง  ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมดได้ถูกเล่าเอาไว้ในซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์อย่างชัดเจน ตั้งแต่อายะฮ์ที่ 30 ถึง อายะฮ์ที่ 38

ในอายะฮ์ที่ 35 ของซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสว่า

قال الله تعالى : [ وَقُلْنَا يَا آدَمُ اسْكُنْ أَنتَ وَزَوْجُكَ الْجَنَّةَ وَكُلَا مِنْهَا رَغَدًا حَيْثُ شِئْتُمَا وَلَا تَقْرَبَا هَٰذِهِ الشَّجَرَةَ فَتَكُونَا مِنَ الظَّالِمِينَ ] البقرة /35

 

ความว่า “และเราได้กล่าว่า โอ้ อาดัม ! เจ้าและคู่ครองของเจ้าจงพำนักอยู่ในสวนสวรรค์นั้นเถิดและเจ้าทั้งสองจงบริโภคสิ่งต่างๆตามที่เจ้าทั้งสองปรารถนาจากสิ่งที่มีอยู่ในสวนสวรรค์ และอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ต้นนี้ (มิเช่นนั้นแล้ว) เจ้าทั้งสองจะกลายเป็นผู้อธรรมแก่ตัวเอง”

 

img_153016879647

 

และในอายะฮ์ที่ 36 ของซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสเอาไว้อีกว่า

قال الله تعالى : [ فَأَزَلَّهُمَا الشَّيْطَانُ عَنْهَا فَأَخْرَجَهُمَا مِمَّا كَانَا فِيهِ ۖ وَقُلْنَا اهْبِطُوا بَعْضُكُمْ لِبَعْضٍ عَدُوٌّ ۖ وَلَكُمْ فِي الْأَرْضِ مُسْتَقَرٌّ وَمَتَاعٌ إِلَىٰ حِينٍ ] البقرة /36

 

ความว่า “ภายหลังจากชัยฎอนได้ทำให้ทั้งสองนั้นพลั้งพลาดไป เนื่องจากต้นไม้ต้นนั้น แล้วชัยฏอนยังได้ทำให้ทั้งสองถูกขับไล่ออกจากที่ๆเคยพำนักอยู่ (สวนสวรรค์) และเราได้กล่าวว่า พวกเจ้าจงออกไป โดยที่บางส่วนของพวกเจ้าต่างเป็นศัตรูต่อกัน และ(สำหรับพวกเจ้าในผืนแผ่นดินนั้น) มีที่พำนัก และมีสิ่งอำนวยประโยชน์จนถึงระยะเวลาหนึ่ง”

หลังจากที่ท่านนบีอาดัม (อ.ล.) และพระนางเฮาวาอ์ผู้เป็นภรรยาได้ลงมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกดุนยาใบนี้แล้ว ทั้งสองได้ให้กำเนิดทายาทมากมายหลายคนดังที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงตรัสถึงเรื่องนี้เอาไว้ในซูเราะฮ์อันนิซาอ์ อายะฮ์ที่ 1 ความว่า

قال الله تعالى : [يَا أَيُّهَا النَّاسُ اتَّقُوا رَبَّكُمُ الَّذِي خَلَقَكُمْ مِنْ نَفْسٍ وَاحِدَةٍ وَخَلَقَ مِنْهَا زَوْجَهَا وَبَثَّ مِنْهُمَا رِجَالًا كَثِيرًا وَنِسَاءً وَاتَّقُوا اللَّهَ الَّذِي تَسَاءَلُونَ بِهِ وَالْأَرْحَامَ إِنَّ اللَّهَ كَانَ عَلَيْكُمْ رَقِيبًا ] النساء /1

 

ความว่า “โอ้มวลมนุษยชาติทั้งหลาย ! จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด พระองค์เป็นผู้ทรงบังเกิดพวกเจ้ามาจากชีวิตหนึ่ง (หมายถึงนบีอาดัม อ.ล.) และพระองค์ได้ทรงบังเกิดคู่ครองของเขาจากชีวิตนั้น และพระองค์ทรงให้บรรดาชายหญิงจำนวนมากสืบเชื้อสายมาจากทั้งสอง พวกเจ้าทั้งหลายจงยำเกรงพระองค์อัลลอฮ์เถิด พระองค์คือผู้ที่พวกเจ้าต่างวิงวอนขอต่อพระองค์ อีกทั้งพวกเจ้าพึงรักษาสายสัมพันธ์เครือญาติเอาไว้ให้แนบแน่น แท้จริงพระองค์อัลลอฮ์นั้นพระองค์ทรงสอดส่องดูแลพวกเจ้าอยู่เสมอ ”

 

uganda-german-muslims

 

นักวิชาการมีความเห็นขัดแย้งกันในประเด็นจำนวนทายาทของท่านนบีอาดัม (อ.ล.) ว่ามีจำนวนเท่าใดกันแน่ ท่านอิบนุญ่ารีร อัฏฏอบรีย์กล่าวว่า “ พระนางเฮาวาอ์นั้นตั้งครรภ์ทั้งหมด 120 ท้อง แต่ละท้องให้กำเนิดทายาทฝาแฝดชายหญิง ” แต่ท่านอิบนุอิสฮากกล่าวว่า “ พระนางเฮาวาอ์ได้ตั้งครรภ์ทั้งหมด 20 ท้อง ให้กำเนิดบุตรทั้งหมด 40 คน โดยแต่ละท้องเป็นคู่ฝาแฝดชายหญิง”

ท่านอีหม่ามฮาฟิฏ อิบนุก้าซีรกล่าวว่า “ ท่านนบีอาดัม (อ.ล.) นั้นมีชีวิตยืนยาวจนได้เห็นลูกหลานของท่านมีจำนวนถึงสี่แสนคน (400,000 คน) ในประเด็นนี้นักวิชาการอิสลามมีความเห็นแตกต่างกันออกไป แต่นักวิชาการส่วนใหญ่มีความเห็นว่าพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.)แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ทรงรู้ถึงจำนวนที่แน่นอนในเรื่องดังกล่าว คัมภีร์อัลกุรอานไม่ได้กล่าวถึงชื่อของลูกหลานของนบีอาดัม (อ.ล.) เอาไว้ทั้งหมดยกเว้นบางคนเท่านั้นที่คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวถึงพวกเขาเอาไว้ เช่น กอบีลและฮาบีล เป็นต้น

 

เรื่องราวของกอบีลและฮาบีลบุตรชายของท่านนบีอาดัม (อ.ล.)

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพระนางเฮาวาอ์นั้นตั้งครรภ์ซึ่งในแต่ละท้องนั้นให้กำเนิดบุตรฝาแฝดชายหญิง ครั้นเมื่อทายาทของนบีอาดัม (อ.ล.) ถึงวัยที่สมควรจะมีครอบครัว ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงอนุญาตให้คู่ฝาแฝดพี่น้องแต่งงานกันได้โดยสลับคู่กันด้วยหิกมะฮ์บางประการ (เหตุผลบางประการ) โดยลำดับแล้วกอบีลจะต้องแต่งงานกับแฝดผู้น้องของฮาบีล และฮาบีลจะต้องงานกับแฝดผู้น้องของกอบีลโดยสลับคู่กัน แต่ปรากฏว่ากอบีลไม่ยินยอมเพราะคู่แฝดของตนเป็นสตรีที่มีความงามมากกว่าคู่แฝดของฮาบีล กอบีลจึงไม่ยินดีที่จะแต่งงานกับแฝดผู้น้องของฮาบีล พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงชี้นำท่านนบีอาดัมให้ตัดสินปัญหาดังกล่าวโดยให้ทั้งสองทำกุรบาน ถ้าหากว่ากุรบานของใครถูกตอบรับจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เขาก็จะได้แต่งงานตามที่เขาต้องการ

กอบีลเป็นเกษตรกรเขาจึงเลือกทำกุรบานด้วยสิ่งเพาะปลูก แต่ถ้าว่าสิ่งเพาะปลูกที่เขานำมาทำกุรบานนั้นเป็นผลิตผลที่เหี่ยวแห้ง เมล็ดไม่สมบูรณ์ โดยเขาตั้งใจที่จะเก็บสิ่งเพาะปลูกที่มีเมล็ดสมบูรณ์เอาไว้รับประทานเอง ส่วนฮาบีลมีอาชีพเลี้ยงสัตว์เขาจึงเลือกแพะแกะที่สมบูรณ์โตเต็มวัยทำกุรบานเพื่อเข้าใก้ลชิดต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตักวา (ยำเกรง) ต่อพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริง ทันใดนั้นพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงส่งไฟลงมากลืนกินกุรบานของฮาบีลซึ่งหมายความว่าพระองค์ทรงตอบรับกุรบานของฮาบีล ไฟแห่งความริษยาได้ลุกโชนขึ้นในใจของกอบีลทันที เพราะเขาไม่ยินยอมให้ฮาบีลแต่งงานกับแฝดผู้น้องของเขาเป็นอันขาด เขาสัญญาว่าเขาจะฆ่าฮาบีลให้ได้ ฮาบีลไม่ยอมตอบโต้พี่ชายของเขา เขาได้แต่เพียงกล่าวว่า แท้จริงพระองค์อัลลอฮ์นั้นจะทรงตอบรับกุรบานของผู้ยำเกรงเท่านั้น ฉันจะไม่โต้ตอบใดๆทั้งสิ้น ต่อไปท่านจะได้รับผลกรรมที่ท่านได้กระทำเอาไว้อย่างแน่นอน

 

maxresdefault

 

ในคืนหนึ่งขณะที่ฮาบีลกำลังนอนหลับอยู่ กอบีลลอบเข้ามาอย่างลับๆ และแล้วเขาก็ได้กระทำสิ่งที่เข้าตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก เขาได้สังหารนอ้งชายของเขาอย่างเลือดเย็น เหตุการณ์การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการฆาตกรรมครั้งแรกที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ และการตายของฮาบีลก็เป็นการตายครั้งแรกที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้เช่นเดียวกัน กอบีลนั่งอยู่หน้าศพของน้องชายของเขาที่ปราศจากลมหายใจ เขาเริ่มสำนึกได้ เขาเสียใจในสิ่งที่เขาได้กระทำไปอย่างขาดสติเพียงเพราะอารมณ์ใฝ่ต่ำเข้าครอบงำเท่านั้น เขาอุ้มศพน้องชายของเขาเดินวนไปวนมาไม่รู้จะจัดการศพของน้องชายอย่างไรเพราะเขาไม่เคยเห็นการตายและวิธีการจัดการศพมาก่อน ทันใดนั้นพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงส่งอีกา 2 ตัวลงมาตบตีกันจนตัวหนึ่งถึงแก่ความตาย อีกตัวหนึ่งจึงได้ใช้จงอยปากของมันขุดดินจนเป็นหลุมฝังร่างนกอีกาที่เสียชีวิต กอบีลเห็นภาพดังกล่าวเขาก็รู้ขึ้นมาทันทีเลยว่านี่คือวิธีการจัดการศพ เขาจึงขุดหลุมขึ้นมาเพื่อฝังศพน้องชายของเขา เมื่อท่านนบีอาดัม (อ.ล.) รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลูกทั้งสอง ท่านเสียใจมากและรู้ทันทีว่าเรื่องดังกล่าวมาจากการยั่วยุของชัยฏอน ท่านได้ทำการประกาศศาสนาต่อไป เรียกร้องผู้คนสู่การเคารพภักดีต่อพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เพียงองค์เดียว และคอยเตือนลูกหลานของท่านให้ระวังการล่อลวงและการยุยงของชัยฏอนอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวเหล่านี้ได้ถูกเล่าเอาไว้ในซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ ตั้งแต่อายะฮ์ที่ 27 ถึงอายะฮ์ที่ 31

قال الله تعالى : [ وَاتْلُ عَلَيْهِمْ نَبَأَ ابْنَيْ آدَمَ بِالْحَقِّ إِذْ قَرَّبَا قُرْبَانًا فَتُقُبِّلَ مِنْ أَحَدِهِمَا وَلَمْ يُتَقَبَّلْ مِنَ الْآخَرِ قَالَ لَأَقْتُلَنَّكَ ۖ قَالَ إِنَّمَا يَتَقَبَّلُ اللَّهُ مِنَ الْمُتَّقِينَ ] المائدة /27

 

ความว่า “และเจ้าจงอ่านข่าวคราวเกี่ยวกับบุตรชายทั้งสองคนของอาดัมตามความเป็นจริง ให้พวกเขาได้รับฟังเถิด เมื่อทั้งสองได้ทำกุรบาน แล้วกุรบานของคนหนึ่งในสองคนถูกตอบรับ ส่วนกุรบานของอีกคนหนึ่งถูปฏิเสธ เขาจึงได้กล่าวว่า (กอบีลกล่าว) แน่นอนข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้ เขากล่าวว่า (ฮาบีลกล่าว) แท้จริงพระองค์อัลลอฮ์จะทรงตอบรับจากหมู่ผู้มีความยำเกรงเท่านั้น”

قال الله تعالى : [ لَئِن بَسَطتَ إِلَيَّ يَدَكَ لِتَقْتُلَنِي مَا أَنَا بِبَاسِطٍ يَدِيَ إِلَيْكَ لِأَقْتُلَكَ ۖ إِنِّي أَخَافُ اللَّهَ رَبَّ الْعَالَمِينَ ] المائدة /28

 

ความว่า “หากท่านยื่นมือของท่านมายังฉันเพื่อจะฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่ยื่นมือของฉันไปยังท่าน เพื่อจะฆ่าท่าน แท้จริงฉันเกรงกลัวพระองค์อัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก”

قال الله تعالى : [ فَطَوَّعَتْ لَهُ نَفْسُهُ قَتْلَ أَخِيهِ فَقَتَلَهُ فَأَصْبَحَ مِنَ الْخَاسِرِينَ ] المائدة /30

 

ความว่า “แล้วจิตใจของเขา(กอบีล) ก็คล้อยตามเขาในการที่จะฆ่าน้องชายของเขา แล้วเขาก็ฆ่าน้องชายของเขา ดังนั้นเขาจึงได้กลายเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ขาดทุน”

قال الله تعالى : [فَبَعَثَ اللَّهُ غُرَابًا يَبْحَثُ فِي الْأَرْضِ لِيُرِيَهُ كَيْفَ يُوَارِي سَوْءَةَ أَخِيهِ ۚ قَالَ يَا وَيْلَتَا أَعَجَزْتُ أَنْ أَكُونَ مِثْلَ هَٰذَا الْغُرَابِ فَأُوَارِيَ سَوْءَةَ أَخِي ۖ فَأَصْبَحَ مِنَ النَّادِمِينَ] المائدة /31

 

ความว่า “แล้วพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ก็ได้ทรงส่งกาตัวหนึ่งมาคุ้ยดินเพื่อที่จะให้เขาเห็นว่าเขาจะกลบศพน้องชายของเขาอย่างไร เขากล่าวว่า โอ้ความพินาศของฉัน ฉันไม่สามารถที่จะเป็นเช่นกาตัวนี้แล้วกลบศพน้องชายของฉันได้เชียวหรือนี่? แล้วเขาก็กลายเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ตรอมใจ”

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ  เรื่องราวของกอบีลและฮาบีลที่ถูกกล่าวถึงเอาไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานนั้นถือได้ว่าเป็นอุทาหรณ์ย้ำเตือนให้พวกเรารู้ว่า คัมภีร์อัลกุรอานเล่มนี้นั้นเป็นคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาจากพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริง เพราะเรื่องราวของคนในอดีตที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้ายุคของพวกเรานับหลายพันปี อัลกุรอานได้เล่าถึงเรื่อราวของพวกเขาเหล่านั้นเอาไว้อย่างน่าอัศจรรย์ และเราสามารถนำเอาข้อคิดและคำสอนเหล่านั้นมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี

 

ขอขอบคุณ : ผศ.ดร.สมชาย (ฮัสบุ้ลเลาะหฺ) เซ็มมี หัวหน้าภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

แบ่งปัน