11 มี.ค. 2561 สื่ออัลจาซีรา รายงานว่ามีพระสงฆ์และนักกิจกรรมในศรีลังกาหลายร้อยคนร่วมกันเดินขบวนต่อต้านการก่อจลาจลทำร้ายและทำลายข้าวของชาวมุสลิมในเมืองแคนดีที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์จลาจลดังกล่าวทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย และมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

กลุ่มแนวร่วมภิกขุแห่งชาติศรีลังกาเปิดเผยว่าพวกเขาจัดการประท้วงเงียบเพื่อต่อต้านสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “การปะทะกันระหว่างชุมชนที่ทำลายความสามัคคีในชาติ”

กลุ่มผู้นำพุทธสายกลางและนักกีฬาคริกเก็ตพากันประณามเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองแคนดี อีกทั้งยังมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวศรีลังกาหลายคนโพสต์รูปภาพแสดงให้เห็นพระสงฆ์ไปเข้าร่วมพิธีทางศาสนาอิสลามในวันศุกร์ที่มัสยิดเพื่อแสดงความกลมเกลียวกับชาวมุสลิม

ในช่วงที่มีการแสดงออกของกลุ่มที่ไม่ได้สุดโต่งเหล่านี้ เหตุความรุนแรงในย่านชาวมุสลิมของเมืองแคนดีก็สงบลงแล้วหลังจากที่มีการก่อจลาจลโดยชาวสิงหลมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 5 มี.ค.

ต้นเหตุความไม่พอใจของชาวสิงหลมาจากกรณีที่มีกลุ่มชาวมุสลิมทำร้ายชาวสิงหลคนหนึ่งจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าวามขัดแย้งที่ทำให้เกิดการทุบตีกันน่าจะมาจากความขัดแย้งเรื่องการจราจร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเชื้อชาติหรือศาสนา แต่ก็มีกลุ่มคนที่ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงระหว่างคนต่างศาสนาจนทำให้มีเกิดม็อบของชาวสิงหลซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของศรีลังกาบุกเผามัสยิด บ้านเรือน ร้านค้า และยานพาหนะของชาวมุสลิม จนเมื่อพบผู้เสียชีวิตในซากอาคารที่ถูกไฟไหม้แห่งหนึ่งในวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็กังวลว่าสถานการณ์ความตีงเครียดจะยกระดับสูงขึ้น

ทางตำรวจของศรีลังกาประกาศเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมาว่าพวกเขาสามารถจับกุมตัวผู้ยุยงปลุกปั่นก่อเหตุจลาจลและคนอื่นๆ อีก 145 คน ได้แล้ว ผู้ยุยงปลุกปั่นชื่อว่า อมิธ วีระสิงห์ ชาวสิงหลที่ดำเนินกิจกรรมต่อต้านชาวมุสลิมและมักจะโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังระหว่างกลุ่ม

นอกจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและเคอร์ฟิวแล้ว ยังมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วแคนดีในช่วงที่เกิดจลาจลด้วยและเพิ่งให้กลับมาใช้งานได้ในช่วงวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ก็ยังบล็อกเว็บโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กทั่วประเทศศรีลังกา

นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรัมสิงหะ ของศรีลังกากล่าวว่าเหตุจลาจลดังกล่าวส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวศรีลังกา โดยที่เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวต้องออกมาประกาศหลังเหตุรุนแรงเริ่มคลี่คลายลงว่านักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวแคนดีได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง ซึ่งเมืองแคนดีมีชื่อเสียงด้านไร่ชาและแหล่งพุทธศาสนา

ในศรีลังกามีประชากรเป็นชาวสิงหลที่นับถือพุทธอยู่ร้อยละ 75 และมีชาวมุสลิมอยู่ร้อยละ 10 หลังจากที่สงครามจบลงในปี 2552 ก็มีความแตกแยกทางศาสนามากขึ้นจากที่กลุ่มชาตินิยมแนวพุทธกล่าวหาว่าชาวมุสลิมขโมยวัดเอาไปทำให้เสื่อมความศักดิสิทธิ์และบังคับให้คนเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม

ก่อนหน้านี้ในปี 2557 ก็เคยมีเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงต่อต้านชาวมุสลิมซึ่งกลุ่มพระสงฆ์ที่ต้องสงสัยว่ามีบทบาทในการยุยงปลุกปันให้เกิดความรุนแรงนสมัยนั้นกำลังถูกดำเนินคดีอยู่ในปัจจุบัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : prachatai.comaljazeera.com

แบ่งปัน