การแสดงความเคารพเป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งที่บอกว่าคนที่แสดงความเคารพถือว่าผู้ที่ตัวเองให้ความเคารพมีอะไรหลายๆอย่างที่เหนือกว่าตน เช่น ความรู้ เกียรติ อำนาจ หน้าที่หรือบารมี เป็นต้น

แต่ไม่ว่ามนุษย์จะมีอำนาจมากมายเพียงใดก็ตาม มนุษย์รู้ดีว่าโลกนี้ยังมีสิ่งเร้นลับหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจเหนือตนอยู่ การแสดงความเคารพจึงต้องแสดงด้วยการสักการะ ทุกศาสนาจึงมีพิธีการแสดงความเคารพสักการะสิ่งที่มนุษย์ถือว่ามีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถยังคุณให้โทษแก่ตนเองได้

อับราฮัมหรืออิบรอฮีม เชื่อมั่นและยืนยันว่าพระเจ้ามีองค์เดียวและพระเจ้าได้ยืนยันให้เขาเห็นอำนาจของพระองค์หลายครั้งด้วยกัน เขาจึงศรัทธาในพระเจ้าอย่างมั่นคงและแสดงออกถึงความศรัทธานี้โดยไม่เคารพสักการะ ไม่วิงวอนบนบานหรืออธิษฐานต่อสิ่งอื่นใดนอกจากพระเจ้าองค์เดียว

 

48402994_1191914684318117_6694915083073486848_n

 

ในช่วงเวลานั้น ดูเหมือนว่าผู้คนบนโลกใบนี้เคารพสักการะผีสางนางไม้ ภูตผีปีศาจและดวงดาวบนท้องฟ้า อับราฮัมจึงเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าไว้ อย่างไรก็ตาม อับราฮัมรู้ว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่ต้องตายในวันหนึ่ง ถึงกระนั้น เขาก็มิได้กังวลเรื่องความตาย แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือหากเขาตายไปโดยไม่มีใครมาสืบสานความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวต่อจากเขา ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์จะขาดสะบั้นลง และถ้าหากมนุษย์ต่างตั้งตัวเป็นพระเจ้าบนโลกใบนี้ หายนะจะเกิดขึ้นกับมนุษย์เอง เขาจึงวิงวอนขอต่อพระเจ้าให้ประทานบุตรที่จะมาสืบทอดความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวของเขา

พระเจ้าตอบรับคำวิงวอนของอับราฮัมด้วยการให้เขามีลูกชายที่เป็นต้นตระกูลของศาสนาที่ชาวยิว ชาวคริสเตียนและชาวมุสลิมให้ความเคารพนับถือ

อับราฮัมแสดงความเคารพสักการะพระเจ้าอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆและมีหลักฐานปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลคือเขาก้มลงกราบแสดงความเคารพสักการะพระองค์และยกมือขึ้นวิงวอน การกราบเป็นท่าทางการแสดงความเคารพที่สูงสุดที่มนุษย์สามารถทำได้ หลังจากนั้น เราได้พบอีกว่าลูกหลานของอับราฮัมที่เป็นผู้นำศาสนาของพระเจ้ามายังโลก เช่น โมเสส เยซัสก็แสดงความเคารพสักการะพระเจ้าด้วยการโค้งและการกราบโดยที่ไม่มีการนำสิ่งใดมาบูชาหรือถวายเป็นการสักการะ

 

48387219_1191914424318143_8047104636215099392_n

 

หลังสมัยเยซัส การแสดงความเคารพสักการะพระเจ้าด้วยการก้มลงกราบได้หายไปในหมู่ชาวยิวและชาวคริสเตียน แม้บรรดานักบวชผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของมนุษย์ในการรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าก็ไม่มีการกราบในพิธีกรรม อย่างมากที่สุดก็แค่คุกเข่าทั้งสองลงบนพื้น

หลังสมัยเยซัส 570 ปี ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาทางราชการของอาณาจักรโรมันไบแซนติน ชาวยิวส่วนหนึ่งได้อพยพหลบหนีเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองมะดีนะฮฺตั้งแต่ก่อนนบีมุฮัมมัดเกิดนับร้อยปี ชุมชนชาวยิวดูถูกชาวอาหรับที่สักการบูชารูปเคารพและชาวยิวนมัสการพระเจ้าโดยหันหน้าไปทางเมืองเยรูซาเล็มที่เป็นจุดศูนย์กลางทางด้านจิตวิญญาณของพวกตน

 

48412478_1191915190984733_7175000291127853056_n

 

เมื่อนบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลามได้ไม่นาน พระเจ้าได้แสดงให้ท่านได้เห็นรูปแบบ ท่าทางและคำอ่านในการแสดงความเคารพสักการะพระเจ้าที่พระองค์ทรงประสงค์ให้ท่านได้เห็นและให้ท่านนำไปแสดงเป็นแบบอย่างแก่สาวกของท่าน เมื่อท่านอพยพไปยังเมืองมะดีนะฮฺ ท่านได้สั่งบรรดาสาวกของท่านให้แสดงความเคารพสักการะพระเจ้าโดยการนมาซที่ประกอบด้วยการยืน โค้ง กราบและนั่งโดยหันหน้าไปทางเมืองเยรูซาเล็มเหมือนชาวยิวประมาณปีกว่าๆ หลังจากนั้น พระเจ้าได้สั่งให้ท่านและมุสลิมหันหน้าไปทางก๊ะอฺบ๊ะฮฺที่อับราฮัมบรรพบุรุษของท่านสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เคารพสักการะพระเจ้าองค์เดียว

นอกจากนี้แล้ว อิสลามยังได้กำหนดให้มุสลิมทั้งชายและหญิงที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคนมีหน้าที่ต้องนมาซเพื่อเป็นการแสดงความเคารพสักการะพระเจ้าในรูปแบบที่เหมือนกันทุกคนและต้องทำทุกวัน และทุกครั้งก่อนเสร็จสิ้นการนมาซ ผู้นมาซได้ถูกกำหนดให้วิงวอนต่อพระเจ้าได้ประสาทพรแก่นบีมุฮัมมัดและอับราฮัมด้วย

 

ขอขอบคุณ : อ.บรรจง บินกาซัน